
บทย่อ
วันสงบสุขของท่านประธานหนุ่มแห่งวัชระโชติ ถูกทำลายด้วยผู้หญิงตัวเล็กผมฟู ที่อุ้มทารกน้อยมาตู่ว่านี่เป็นลูกของเขา! เรื่องมันอีนุงตุงนังตรงเขาแน่ใจว่าตัวเองไม่เคยไปไข่ทิ้งเรี่ยราดที่ไหนแน่ แม่กำมะลอรับสมอ้างเป็นแม่จริง แถมด้วยเด็กคนนั้นอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับ ปพนภัทรน้องชายตัวแสบ คนแซ่บของบ้านวัชระโชติ เขาจำต้องรับยัยมหันตภัยและลูกน้อยเข้ามาอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับใคร ถูกคนตัวน้อย 'เชื่อม' ใจ ให้ผูกกับแม่กำมะลอเข้าแล้ว
ทราวดีกับลูกชายของคนอื่น
เสียงร้องไห้งอแงของทารกปลุกให้ทราวดีตื่นขึ้นมาในตอนตีห้า...เสียงของแกดังมาก จนคนหลับลึกอย่างเธอที่เพิ่งนอนไปในตอนเที่ยงคืนต้องสะดุ้งตื่น
“คุณแอ้ม คุณแอ้ม...ตาหนูร้องแหกปากขนาดนั้นไม่ตื่นหรือไงนะ เดี๋ยวข้างห้องก็เคาะด่าเอาหรอก เราโดนนิติเตือนมาสองรอบแล้วนะ”
ทราวดีบ่นงึมงำ พลางปิดปากหาว เธอปูที่นอนปิกนิคนอนอยู่หน้าห้องนอน ที่อดีตเคยเป็นห้องเธอ แต่ก็ยกให้ อมราภัทร ลูกพี่ลูกน้องสาวได้อยู่อาศัยพักนี้ ทางนั้นหนีร้อนมาพึ่งเย็น ด้วยการหอบลูกวัยทารกมาหาเธอ ขืนที่บ้านของอมราภัทร รู้ว่าลูกสาวมีลูกไม่บอกไม่กล่าว แถมด้วยพ่อไม่รับผิดชอบ งานมันจะต้องใหญ่มหาใหญ่แน่ๆ
อมราภัทร เลยตกลงใจหอบหิ้วตาหนู มาหาญาติห่างๆ ของเธออย่างทราวดี ถ้านับกันตามสายเลือด ก็จางมาก ทราวดีเป็นลูกสาวของลูกพี่ลูกน้องของมารดาของอมราภัทร เป็นลูกกำพร้า บิดามารดาเสียชีวิตไปหมดตั้งแต่อายุเพียงแค่เก้าขวบ ไม่มีญาติคนไหนยื่นมือมาช่วย ทราวดีจำต้องอยู่บ้านหลังนั้นตามลำพังเกือบหนึ่งปี อาศัยได้คนข้างบ้านคอยช่วยเหลือเจือจานเพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย จนกระทั่งอัมพร มารดาของอัมราภัทรกลับไปจัดการเรื่องมรดกที่ดินและได้ยินเรื่องของเด็กหญิง จึงนำมาช่วยเหลือเลี้ยงดู ให้เป็นเพื่อนเล่นกับลูกสาวคนเดียวของตน
ลำดับแล้วคือญาติ แต่จริงๆ ก็คือเอามาเป็นเด็กเลี้ยงอาศัยในบ้านเอาบุญ ให้การศึกษาตามสมควร ทราวดีหัวดีพอสมควร เลยโชคดีขอทุนได้ ไม่ต้องรบกวนคุณอัมพร เธอเรียกป้าของเธอว่าแบบนั้น เพราะคุณอัมพรบอกว่าสะดวกใจให้เรียกแบบนี้ ทราวดีเติบโตมาแบบเด็กรับใช้ คอยรองมือรองเท้าให้กับอมราภัทร...ช่วยทุกอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องสาวให้ทำ
เธอออกจากบ้านหลังนั้นมาก็ตอนที่คุณอัมพรหย่าขาดจากสามี และได้สามีใหม่อยู่ต่างประเทศ เธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายพอดี เลยอาศัยช่วงนี้ออกมาใช้ชีวิตของตนเอง คุณสรศักดิ์สงสารเธอแหละ ที่ต้องรองรับอารมณ์ของทั้งคุณอัมพรและอมราภัทรลูกสาว จึงแอบให้เงินเธอมาก้อนหนึ่ง รวมถึงคอนโดแห่งนี้ด้วย เอาไว้เป็นทุนรอน ท่านว่าแบบนั้น แล้วก็บอกว่าเธอชดใช้ความกตัญญูให้กับคนทั้งสองพอแล้ว ต่อไปนี้ถ้าจะทำอะไรให้พวกเขา ก็ต้องได้เงินบ้าง...อย่าเอาชีวิตมาทุ่มเทให้กับคำว่าหนี้กตัญญูอีก หลังจากหย่ากับคุณอัมพรแค่ครึ่งปี เขาก็เสียชีวิตไป ร่มโพธิ์ร่มไทรของทราวดีนั้นจากไปอีกคนหนึ่งแล้ว
มันเป็นคำสอนที่ดีสำหรับทราวดี เธอเรียนจบ หางานทำ ความที่เรียนเก่งและเป็นนักเรียนทุนส่งผลในการเลือกงานเพราะเธอจบจากมหาวิทยาลัยที่มีบริษัทต้องการตัว เรียกได้ว่าจบมากี่คนกี่คนไม่เคยตกงาน และเกียรตินิยมอันดับสองที่ติดมาด้วย ทำให้ทราวดีได้งานอย่างรวดเร็ว เธอตอบรับทำงานกับบริษัทน้องใหม่ไฟแรง เริ่มต้นไปด้วยกัน ทราวดีกำลังจะไต่เต้าถึงตำแหน่งหัวหน้าแผนกเพราะเธอมีผลงานที่ดีมาก แต่...ชีวิตต้องมีคำว่าแต่เสมอ สำหรับทราวดี บริษัทถูกโกงจนล้มละลาย งานเงินดีหายวับไปกับตา แถมไม่ได้ค่าจ้างเดือนสุดท้ายอีกต่างหาก
เธอหยุดพักไปหลายเดือน เพื่อเรียนเพิ่มในคอร์สที่คิดว่าจะเสริมสร้างศักยภาพให้เธอได้ทำงานในบริษัทที่ใหญ่กว่าเดิมและเป็นปึกแผ่น ทราวดีเล็งบริษัทในเครือ วี อาร์ กรุ๊ปไว้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ กำลังจะเปิดรับพนักงานในช่วงกลางปี เธอเลยเตรียมตัวเป็นอย่างดีเพราะอยากเข้าที่นี่ให้ได้ งานดี เงินดี สวัสดิการดี เปิดรับแค่ปีละครั้ง ยิ่งแผนกที่เธอเล็งไว้...ก็ต้องสอบ ต้องฟาดฟันกันหน่อย
แผนของเธอมีอันต้องเป๋ เมื่อลูกพี่ลูกน้องสาว อัมราภัทร อุ้มทารกมารอเธออยู่ตรงล็อบบี้ของคอนโดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
‘อะไรน่ะคุณแอ้ม’
‘ก็...ลูกยังไงล่ะ’
อัมราภัทรตอบแค่นั้น เธอมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายและบึ้งตึง แต่ยังคงสวยงามและดูเย่อหยิ่งแบบคุณหนูคนรวยผู้เอาแต่ใจคนเดิม แม้จะไม่ได้พบหน้ากันมาเกือบสองปีแล้ว แต่อัมราภัทรก็ยังคงเชิดใส่เธอ และมองเธอเหมือนกับเป็นคนใช้เหมือนเดิม
เห็นหน้าทราวดีแล้ว เธอก็ยัดทารกมาให้อุ้ม ทราวดีรับไว้โดยอัตโนมัติ มองพี่สาวของตนอย่างสงสัย อัมราภัทรถอนใจเฮือกใหญ่เหมือนเอาภาระมายัดใส่มือทราวดีแล้วเรียบร้อย
‘ช่วยฉันหน่อยนะ ยัยไทม์’
นั่นเป็นที่มาของความอลเวงในชีวิตของทราวดีตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ แผนของเธอเปลี่ยนไปหมด เธอต้องหยุดเรียนคอร์สพัฒนาตัวเอง ที่เรียนภาษาเพิ่มเติม และเอาเงินเก็บมาทุ่มเทให้กับหลานตัวน้อย ที่ต้องไปโรงพยาบาลตามหมอนัดทุกอาทิตย์ อมราภัทรไม่ช่วยจ่ายเงินแถมมาเป็นภาระ กินอยู่ ให้เธอช่วยเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
อมราภัทรยึดห้องของเธอไป อ้างว่าสะดวกกว่าในการเลี้ยงตาหนู ทำให้เธอต้องมานอนที่ห้องโถงของบ้าน ตอนนี้ทั้งบ้านมีแต่กลิ่นเด็ก...และกลิ่นยา
วันนี้อมราภัทรปล่อยให้ตาหนูป๊อบร้องไห้อีกแล้ว ชื่อนี้เธอก็เป็นคนตั้งให้แก...เพราะอมราภัทรเรียกลูกชายว่า..เด็กเวรทุกคำ จนเธออยากจะหยุมหัวพาไปอบรมบ่มสันดานความเป็นมนุษย์แม่ให้เหลือเกิน รู้ว่าพี่สาวนิสัยเสียสันดานแย่ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
ก็ชื่อจริงลูก...นางพยาบาลก็ตั้งให้
อมราภัทรบอกว่าตอนแจ้งเกิดใช้ชื่อของทราวดีไป เพราะตอนไปคลอดเธอใช้ชื่อของทราวดี สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของน้องสาว...ไม่ได้ใช้ชื่อตัวเอง อมราภัทรไปคลอดที่คลินิกเล็กๆ แห่งหนึ่ง เพราะไม่อยากให้ใครรู้ เธอซ่อนตัวในระยะครรภ์แก่ไม่ติดต่อใครเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ฝากท้องก็ไม่ได้ทำด้วยซ้ำ
เธอถึงกับหะ! แล้วอมราภัทรก็ทำแบบนั้นจริงๆ คือให้เธอแจ้งเป็นมารดาของตาหนูป๊อบ โอยตาย...นี่หาคุกให้เธอแล้วหนึ่งข้อหา หาภาระให้เธอมาใส่ปลอกคอแบบไม่ถามสักคำ
ทราวดีกลอกตาแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป เธอพบกับตาหนูนอนร้องไห้ตรงนั้น ตรงเบาะของแก จึงรีบเอามาอุ้มโอ๋ มันเงียบอย่างน่าแปลกไร้วี่แววพี่สาวของเธอ ทราวดีร้องเรียกเพราะคิดว่าอมราภัทรอยู่ในห้องน้ำ แต่เงียบ..ไม่มีเสียงตอบ
ใจของทราวดีเต้นแรง สังหรณ์กรีดเตือน
เธอเปิดเข้าไปในห้องน้ำ
มันว่างเปล่า
ขาแข้งเธออ่อน จนแทบจะทรุดแต่ต้องอุ้มตาหนูเอาไว้ ก็เลยล้มไม่ได้ เธอสั่นไปทั้งตัวจนต้องค่อยๆ เดินไปนั่งบนเตียง ตาเหลือบมองไปเห็นกระดาษโน้ตติดที่หัวเตียง น้ำตาของทราวดีเอ่อไหล เพราะความโกรธอย่างถึงขีดสุด
ฉันลาก่อน ฝากตาหนูด้วย
ขอไปเคลียร์เรื่องนี้กับแม่ก่อนแล้วอาจจะกลับมารับ
ถ้าเธอเลี้ยงไม่ไหว ก็ไปตามหาพ่อของตาหนู
เขาชื่อปพนภพ วัชระโชติ เขารวยมาก
อีห่าเอ๊ย!
เธอได้แต่ด่าอัมราภัทรในใจ มองหลานตัวจ้อยที่หยุดร้องไห้แล้ว กำลังส่งเสียงทักทายแล้วก็ได้แต่ร้องไห้ ตาหนูเอ๊ย ชีวิตช่างบัดซบแท้ๆ ไม่เป็นไร ไม่มีใครเอา น้าจะดูแลเจ้าเอง...
