บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ปรนนิบัติ

ตอนที่ 6

ปรนนิบัติ

กลิ่นน้ำหมึกจางๆ ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นกำยานไม้จันทน์ภายในกระโจมบัญชาการ

เป็นเวลาสายมากแล้ว แสงแดดลอดผ่านช่องระบายอากาศลงมาตกกระทบกองเอกสารและม้วนไม้ไผ่ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ อ๋องหลี่ซวิน นั่งอยู่หลังโต๊ะนั้น ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขณะจรดพู่กันลงนามในคำสั่งโยกย้ายเสบียง

ไป๋รั่ว ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายเขา นางอยู่ในชุดสาวใช้เนื้อหยาบสีน้ำเงินเข้มที่หลี่ซวินสั่งตัดให้ใหม่ แม้จะดูเรียบง่ายไร้เครื่องประดับ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความงามของใบหน้าและทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ภายในได้

นางยืนฝนหมึกเงียบๆ พยายามทำตัวลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เมื่อคืนนางจะรอดพ้นความตายมาได้ด้วย ข้อแลกเปลี่ยน อันน่าอับอาย แต่ความหวาดกลัวในตัวบุรุษผู้นี้ก็ยังไม่ได้จางหายไป

“ฝนหมึกแรงไป... น้ำหมึกกระเด็นเปื้อนกระดาษข้าหมดแล้ว"

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า ไป๋รั่วสะดุ้งเล็กน้อย รีบผ่อนแรงมือลง

“ขอ... ขออภัยเพคะ"

หลี่ซวินวางพู่กันลง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ บิดคอเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า สายตาคมตวัดมองไป๋รั่วที่ยืนตัวสั่น

“เมื่อคืนเจ้าทำได้ไม่เลวสำหรับครั้งแรก..." เขาเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่นางยอมใช้ปากปรนเปรอเขาจนเสร็จสม

"แต่ยังห่างไกลจากคำว่ายอดเยี่ยมนักเจ้ายังเงอะงะ และใช้ฟันมากเกินไป"

ไป๋รั่วหน้าร้อนผ่าว ก้มหน้ามองพื้น นางไม่อยากจะจดจำรสชาติคาวขุ่นที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น

“ข้าจะพยายามปรับปรุงเพคะ"

นางตอบตามมารยาท

“ดี..."

หลี่ซวินกระตุกยิ้มมุมปาก

"งั้นก็เริ่มฝึกซ้อมเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นไง"

ไป๋รั่วเงยหน้าขวับ

"ต... ตอนนี้...แต่ท่านอ๋องกำลังทรงงาน อีกเดี๋ยวแม่ทัพนายกองอาจจะเข้ามา..."

“นั่นแหละคือบททดสอบ"

หลี่ซวินขยับเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย แล้วตบที่หน้าขาตัวเอง

"มานี่"

แต่เมื่อไป๋รั่วทำท่าจะเดินเข้าไปหา เขาหมุนนิ้วชี้ลงต่ำ

“ไม่ใช่ข้างบน... แต่เป็น ข้างล่าง”

ดวงตาของไป๋รั่วเบิกกว้าง นางมองช่องว่างใต้โต๊ะทำงานที่มืดสลัว แล้วมองหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“ท่าน... ท่านจะให้ข้า..."

“มุดลงไป"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเฉียบขาด

"ถ้าเจ้าไม่อยากทำ ข้าก็จะไม่บังคับ แต่จำไว้ว่าหน่วยเงาของข้ากำลังรอคำสั่งอยู่... จะให้พวกมันบุกไปช่วยน้องเจ้า หรือจะให้พวกมันกลับมามือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับความประพฤติของเจ้าในตอนนี้"

คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ไป๋รั่วเม้มปากแน่น นางสูดลมหายใจลึก ก้าวเดินอ้อมไปที่ด้านข้างโต๊ะ ค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่า และคลานเข้าไปในช่องว่างใต้โต๊ะบัญชาการอันใหญ่โต

บรรยากาศใต้โต๊ะนั้นคับแคบและมืดสลัว มีเพียงแสงรำไรที่ลอดผ่านชายผ้าปูโต๊ะเข้ามา กลิ่นอายบุรุษเพศจากช่วงล่างของหลี่ซวินลอยมาแตะจมูกชัดเจน ไป๋รั่วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกขังอยู่ในกรง

เบื้องหน้าของนางคือท่อนขาแกร่งที่แยกออกกว้าง หลี่ซวินนั่งอยู่ด้านบน มองลงมาไม่เห็นหน้านาง เห็นเพียงความเคลื่อนไหวขยุกขยิกที่ปลายเท้า

“จัดการซะ... อย่าให้ข้าต้องรอนาน"

เสียงสั่งดังมาจากด้านบน

ไป๋รั่วมือสั่นเทาขณะเอื้อมไปปลดเชือกผูกกางเกงของเขา นางพยายามทำให้เบามือที่สุด กางเกงผ้าไหมเนื้อดีร่วงลงไปกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นท่อนเนื้อร้อนระอุที่เริ่มผงาดง้ำขึ้นมาทักทายความมืด มันมีขนาดมหึมาและเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร

ไป๋รั่วกลืนน้ำลายเหนียวหนืด นางรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง แล้วค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปหา...

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม

“ท่านแม่ทัพจางขอเข้าเฝ้า มีรายงานด่วนจากชายแดนทิศเหนือ"

เสียงทหารยามตะโกนรายงาน

ไป๋รั่วสะดุ้งเฮือก เตรียมจะถอยหนีออกมา แต่ท่อนขาแกร่งของหลี่ซวินกลับหนีบศีรษะนางไว้แน่น ล็อกนางไว้ให้อยู่ระหว่างขาเขา

“ให้เข้ามา"

หลี่ซวินตะโกนตอบเสียงดังฟังชัด น้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติจนน่าขนลุก

“ท่านอ๋อง"

ไป๋รั่วกระซิบเสียงตื่นตระหนก

"มีคนมา ปล่อยข้าออกไป"

“ชู่ว..."

หลี่ซวินก้มหน้าลงมามองนางผ่านช่องว่างระหว่างขอบโต๊ะกับหน้าท้อง แววตาพราวระยับไปด้วยความท้าทาย

"ถ้าเจ้าหยุด หรือส่งเสียงดังแม้แต่แอะเดียว... ข้าจะลากเจ้าออกมาแนะนำให้ท่านแม่ทัพจางรู้จัก ในสภาพที่ปากเจ้ายังคาอยู่กับของของข้า... เลือกเอา"

ไป๋รั่วตัวแข็งทื่อ ความหวาดกลัวแล่นพล่านจนน้ำตาซึม แต่นางไม่มีทางเลือก

เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้ามาในกระโจม พร้อมกับเสียงเกราะเหล็กกระทบกัน

“ถวายบังคมท่านอ๋อง"

เสียงห้าวหาญของแม่ทัพจางดังขึ้น ห่างจากจุดที่ไป๋รั่วซ่อนตัวอยู่เพียงไม่กี่ก้าว

“ว่ามา สถานการณ์เป็นอย่างไร”

หลี่ซวินถาม พลางหยิบพู่กันขึ้นมาถือทำท่าเหมือนกำลังจดบันทึก แต่ใจจดจ่ออยู่กับสัมผัสเบื้องล่าง

มือหนาของเขาเอื้อมลงไปใต้โต๊ะ คว้าท้ายทอยของไป๋รั่วไว้ แล้วกดศีรษะนางให้แนบชิดกับแก่นกายร้อนผ่าว เป็นสัญญาณบังคับให้นาง เริ่มงาน

ไป๋รั่วหลับตาแน่น ลมหายใจติดขัด นางค่อยๆ อ้าปากครอบครองส่วนปลายยอดสีแดงเข้มเข้าไป ความอุ่นร้อนคับแน่นไปทั่วโพรงปาก นางพยายามใช้ลิ้นแตะไล้เบาๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด

“เอ่อ... กองทัพกบฏทางทิศเหนือเริ่มล่าถอยแล้วขอรับ แต่พวกมันเผาเสบียงบางส่วนทิ้งก่อนหนีไป" แม่ทัพจางรายงานอย่างเคร่งเครียด ไม่ระแคะระคายเลยว่าใต้โต๊ะที่ตนยืนรายงานอยู่นั้นมีสตรีนางหนึ่งกำลังปรนนิบัติเจ้านายตนอยู่

“พวกมัน... อื้ม..."

หลี่ซวินครางต่ำในลำคอเบาๆ จนแม่ทัพจางเงยหน้าขึ้นมอง

“ท่านอ๋องเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ”

“เปล่า... ข้าแค่เจ็บคอนิดหน่อย"

หลี่ซวินตอบหน้าตาย มือข้างหนึ่งวางบนโต๊ะ อีกข้างขยุ้มกลุ่มผมของไป๋รั่วใต้โต๊ะแน่นขึ้น กระแทกสะโพกสวนขึ้นมาเบาๆ ในจังหวะที่นางกำลังดูดดึง

“อึก”

ส่วนหัวบานใหญ่กระแทกลึกเข้าไปถึงคอหอย ไป๋รั่วสำลักแต่ไม่กล้าไอ นางน้ำตาไหลพราก พยายามขยายลำคอเพื่อรองรับขนาดของเขา ความอึดอัดทรมานผสมปนเปกับความตื่นเต้นที่ต้องแอบซ่อน

เสียงดูดกลืนของเหลวและเสียงเฉอะแฉะดังขึ้นเบาๆ ภายใต้ความเงียบ ไป๋รั่วกลัวเหลือเกินว่าแม่ทัพจางจะได้ยิน แต่นางก็หยุดไม่ได้ หลี่ซวินดูเหมือนจะชอบความเสี่ยงนี้ เขายิ่งบดเบียดสะโพกเข้าหาปากนางแรงขึ้นทุกครั้งที่แม่ทัพจางหยุดพูด

“เรื่องเสบียง... ให้ส่งคนไปยึดจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาทดแทนก่อน"

หลี่ซวินสั่งการ เสียงเริ่มพร่าเลือนเล็กน้อย

"แล้วก็... ส่งหน่วยสอดแนมตามพวกมันไป อย่าให้คลาดสายตา... ซี๊ด..."

เขาเผลอสูดปากเมื่อไป๋รั่วใช้ลิ้นตวัดเลียส่วนรอยหยักใต้ส่วนหัวอย่างชำนาญขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเสียวซ่านแล่นปราดไปถึงไขสันหลัง

“ท่านอ๋อง... ท่านหน้าแดงๆ นะขอรับ ให้หมอหลวงมาดูอาการไหม”

แม่ทัพจางถามด้วยความเป็นห่วง

“ข้าบอกว่าไม่เป็นไร"

หลี่ซวินตวาดเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อน

"เจ้ารายงานจบแล้วก็ออกไปได้ ข้าจะพักผ่อน"

“ข... ขอรับ"

แม่ทัพจางรีบคำนับแล้วถอยฉากออกไปอย่างงุนงง

ทันทีที่เสียงฝีเท้าแม่ทัพจางลับหายไป หลี่ซวินก็ไม่เก็บอาการอีกต่อไป เขาทิ้งพู่กันลง กระชากศีรษะไป๋รั่วเข้ามาแนบชิด แล้วกระแทกกระทั้นสะโพกสอบเข้าใส่โพรงปากนุ่มอย่างบ้าคลั่งและรุนแรง

“อึก! อื้อ! อื้อ!"

ไป๋รั่วส่งเสียงประท้วงในลำคอ มือเล็กจิกท่อนขาแกร่งของเขาแน่นเพื่อระบายความทรมาน นางหายใจไม่ออก ลมหายใจขาดห้วง แต่หลี่ซวินไม่ยอมให้ถอนปากออก เขาต้องการปลดปล่อยเดี๋ยวนี้

“ดี... ดูดแรงๆ ไป๋รั่ว... อย่างนั้นแหละ..."

เขาครางกระเส่า ก้มมองศีรษะที่ขยับขึ้นลงหว่างขาเขาด้วยความพึงพอใจสูงสุด

“อ๊าาาา!"

หลี่ซวินเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าไปในลำคอของนางทุกหยาดหยด ไป๋รั่วสำลักหน้าแดงก่ำ นางจำต้องกลืนกินบางส่วนลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนที่เหลือไหลย้อยออกมาจากมุมปากหยดลงเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

หลี่ซวินหอบหายใจหนักหน่วง เขาค่อยๆ ผ่อนแรงกดที่ศีรษะนาง ปล่อยให้ไป๋รั่วถอนริมฝีปากออกมา

ไป๋รั่วไอโขลกขลก นางรีบคลานออกมาจากใต้โต๊ะด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำตาเปรอะแก้ม ริมฝีปากบวมเจ่อและมีคราบขาวขุ่นติดอยู่

หลี่ซวินจัดแต่งเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย แล้วก้มลงมองนางที่นั่งหอบอยู่บนพื้น เขาเอื้อมมือไปเช็ดคราบที่มุมปากให้นางด้วยนิ้วหัวแม่มือ สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกระด้าง

“ทำได้ดี..."

เขาเอ่ยเสียงเรียบ

"แม้จะสำลักไปบ้าง แต่ความพยายามของเจ้า... ข้าให้ผ่าน"

เขาหันไปหยิบกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วโยนให้นาง

“นี่คือสัญญาของข้า"

ไป๋รั่วรับมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา ภายในมีสารลับฉบับเล็กๆ เขียนด้วยรหัสลับของกองทัพ แต่มีตราประทับยืนยันความสำเร็จ

“คืนนี้... น้องชายเจ้าจะไม่อยู่ในคุกหลวงอีกต่อไป"

________________________________________

คืนเดียวกัน ณ เมืองหลวงแคว้นไป๋

สายฝนฤดูหนาวตกลงมาอย่างหนักหน่วง กลบเสียงฝีเท้าของกลุ่มเงาทมิฬห้าสายที่เคลื่อนไหววูบไหวไปตามหลังคาตำหนักวังหลวงที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง

“หัวหน้าหน่วยเงา" สวมชุดดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องกระจายกำลังล้อมตำหนักเย็นที่คุมขังองค์ชายรัชทายาทไว้

ทหารยามของแคว้นหลี่ที่เฝ้าหน้าประตูมีเพียงสี่นาย เพราะทุกคนชะล่าใจว่าไม่มีใครกล้าบุกรุกเข้ามาในใจกลางอำนาจ

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ลูกดอกอาบยาสลบพุ่งแหวกสายฝนเข้าปักที่คอหอยของทหารยามอย่างแม่นยำ พวกมันล้มลงโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง

หัวหน้าหน่วยเงาพังประตูเข้าไปด้านใน พบเด็กชายวัยสิบขวบ ไป๋เฉิน นั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่มุมห้อง สภาพมอมแมมและหวาดกลัว

“อย่าเข้ามานะ"

เด็กน้อยคว้าเศษแจกันแตกขึ้นมาขู่

“องค์ชาย... พี่สาวท่านส่งข้ามา"

หัวหน้าหน่วยเงากระซิบ พร้อมชูปิ่นปักผมหยกขาวที่ไป๋รั่วฝากมาให้เป็นของยืนยัน

เมื่อเห็นของดูต่างหน้าพี่สาว ไป๋เฉินก็ปล่อยโฮออกมา "ท่านพี่... ท่านพี่มารับข้าเหรอ”

“นางรอท่านอยู่ที่ค่ายทหาร... แต่ตอนนี้เราต้องรีบไป"

เงาทมิฬอุ้มร่างเด็กชายขึ้นพาดบ่า แล้วกระโดดออกทางหน้าต่าง หายวับไปในความมืดมิดของราตรีกาล

แต่ทว่า... ขณะที่กำลังจะข้ามกำแพงวัง เสียงกลองสัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นหวั่นไหว

ตึง! ตึง! ตึง!

“มีผู้บุกรุก! มีคนแหกคุก! จับมัน!"

แสงคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นรอบทิศทาง ทหารหลวงนับร้อยนายกรูกันออกมาปิดล้อม หัวหน้าหน่วยเงาสบถในลำคอ

“บัดซบ! มีหนอนบ่อนไส้!"

ลูกธนูนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งห่าฝน หน่วยเงาต้องชักดาบออกมาปัดป้องพร้อมกับปกป้ององค์ชายตัวน้อยที่อยู่กลางวงล้อม

“คุ้มกันองค์ชายด้วยชีวิต! นี่คือคำสั่งท่านอ๋อง!"

การปะทะกันอย่างดุเดือดเริ่มขึ้น เลือดสาดกระเซ็นย้อมสายฝนให้กลายเป็นสีแดงฉาน แม้หน่วยเงาจะมีฝีมือฉกาจ แต่จำนวนศัตรูนั้นมากกว่าหลายเท่า

ในนาทีวิกฤต หัวหน้าหน่วยเงาตัดสินใจใช้ระเบิดควันพรางตัว

บึ้ม!

ควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความโกลาหล พวกเขาอาศัยจังหวะนั้นพาร่างของไป๋เฉินฝ่าวงล้อมออกไปได้ แต่ทว่า... หนึ่งในสมาชิกหน่วยเงาถูกธนูยิงปักเข้าที่ไหล่ แต่ก็ยังกัดฟันวิ่งตามเพื่อนไป

ภารกิจสำเร็จ... แต่เป็นความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะจุดชนวนสงครามครั้งใหม่ระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือด (หลี่ซวินและฮ่องเต้) ให้ปะทุเร็วขึ้นกว่าเดิม

...

รุ่งสางที่ค่ายทหาร

ไป๋รั่วนั่งรออย่างกระวนกระวายใจอยู่ที่หน้ากระโจม ไม่ยอมหลับยอมนอน จนกระทั่งเห็นม้าเร็วควบเข้ามา พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่ถูกห่อด้วยผ้าคลุมหนา

“ไป๋เฉิน"

นางวิ่งถลาเข้าไปหา ทันทีที่เห็นหน้าน้องชายที่ปลอดภัย แม้จะดูอ่อนล้าแต่ไร้บาดแผล นางก็ทรุดตัวลงกอดเขาแน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

หลี่ซวินยืนมองภาพนั้นจากหน้ากระโจมบัญชาการ สีหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนลงเล็กน้อย

“ท่านอ๋อง..."

หัวหน้าหน่วยเงาที่บาดเจ็บเข้ามารายงาน

"ภารกิจสำเร็จ... แต่ทางวังหลวงรู้ตัวแล้วว่าเป็นคนของท่าน"

หลี่ซวินพยักหน้าช้าๆ มุมปากยกยิ้มเย็นชา

“รู้ก็ดี... จะได้รู้กันเสียทีว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ตัวจริง"

เขามองไปที่ไป๋รั่วที่กำลังกอดน้องชาย แล้วหันหลังเดินกลับเข้ากระโจม

“ไป๋รั่ว... ส่งน้องเจ้าไปพักผ่อนซะ แล้วตามข้าเข้ามา”

เขาเอ่ยทิ้งท้ายโดยไม่หันมามอง

"ข้ายังต้องการ การปรนนิบัติ เพื่อฉลองชัยชนะ"

ไป๋รั่วชะงัก นางคลายอ้อมกอดจากน้องชาย มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นทั้งปีศาจและผู้มีพระคุณ

นางรู้ดีว่า... ชีวิตของนางนับจากนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ในฐานะ “สตรีของท่านอ๋อง"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel