บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 บรรณาการสีเลือด

ตอนที่ 1

บรรณาการสีเลือด

ท้องนภาเหนือเมืองหลวงแคว้นไป๋ไม่ได้เป็นสีครามสดใสอย่างที่เคย หากแต่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานของเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญพระราชวังอันวิจิตรตระการตา เสียงกรีดร้องของผู้คนดังก้องระคนกับเสียงคมดาบปะทะกัน คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเขม่าควัน

หิมะแรกของฤดูหนาวโปรยปรายลงมาอย่างเงียบงัน ราวกับสวรรค์กำลังหลั่งน้ำตาไว้อาลัยให้แก่ราชวงศ์ที่กำลังจะล่มสลาย

ภายในตำหนักชั้นในสุดที่ถูกปิดตาย องค์หญิงไป๋รั่วสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นยอดพรูแห่งแผ่นดิน นั่งกอดน้องชายวัยเพียงสิบขวบแน่น ร่างกายของนางสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เพราะเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารศัตรูที่กำลังพังประตูเข้ามา

“ท่านพี่... ข้ากลัว” รัชทายาทตัวน้อยซุกหน้าลงกับอกพี่สาว ร้องไห้จนตัวโยน

ไป๋รั่วกลั้นน้ำตา นางลูบศีรษะน้องชายแผ่วเบา

“อย่ากลัวไป๋เฉิน... พี่อยู่ที่นี่ พี่จะปกป้องเจ้าเอง”

ปัง!

บานประตูไม้สักทองถูกถีบจนพังครืนลงมา พร้อมกับการปรากฏตัวของทหารเกราะดำนับสิบนาย นำโดยแม่ทัพหน้าที่มีแววตาหยาบช้า มันกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างระหงขององค์หญิงผู้เลอโฉม

“เจอตัวแล้ว...”

มันแสยะยิ้ม เลียริมฝีปากอย่างจาบจ้วง

“ดอกไม้งามแห่งแคว้นไป๋... งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ ท่านอ๋องจะต้องพอใจมากแน่ๆ”

ดาบเปื้อนเลือดถูกชี้มาที่ลำคอของเด็กชาย ไป๋รั่วเบิกตากว้าง รีบเอาตัวเข้าบังน้องชายทันที

“อย่าทำอะไรเขา” นางตะโกนเสียงกร้าว แม้ดวงตาจะแดงช้ำ แต่แววตาของขัตติยนารีกลับแข็งแกร่งดุจหินผา “เขาเป็นเพียงเด็กไร้ทางสู้ หากพวกเจ้าต้องการชีวิต ก็เอาชีวิตข้าไปแทน”

แม่ทัพฝ่ายศัตรูหัวเราะร่า

“ชีวิตของเจ้าหรือ ฮ่าๆๆ องค์หญิง... เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ชีวิตของเชลยย่อมเป็นของข้าอยู่แล้ว แต่ท่านอ๋อง หลี่ซวิน มีคำสั่ง... หากเจ้ายอมจำนนแต่โดยดีและปรนนิบัติท่านอ๋องให้สำราญใจ แคว้นไป๋อาจจะไม่ต้องนองเลือดไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะ...”

มันปรายตามองเด็กชาย

“สายเลือดมังกรตัวน้อยนั่น”

คำว่าปรนนิบัติกระแทกใจไป๋รั่วอย่างจัง นางรู้ความหมายของมันดี มันไม่ได้หมายถึงการรินชาหรือพัดวี แต่มันหมายถึงการทอดกายเป็น นางบำเรอ รองรับตัณหาของชายชาติทหาร ผู้ได้ชื่อว่าเป็น พยัคฆ์ทมิฬ จอมโหดเหี้ยม

ไป๋รั่วกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเจ็บร้าว ศักดิ์ศรีที่นางทะนุถนอมมาทั้งชีวิตกำลังจะถูกย่ำยี แต่เมื่อก้มลงมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของน้องชาย... นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น

นางเงยหน้าขึ้น สบตากับแม่ทัพศัตรูอย่างเด็ดเดี่ยว

“ตกลง... ข้าจะไป”

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแต่ชัดเจน

“ข้าจะเป็นบรรณาการแด่ท่านอ๋องของเจ้า แต่เจ้าต้องสาบานต่อฟ้าดิน ว่าจะไว้ชีวิตน้องชายข้า และส่งเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย”

“ย่อมได้”

แม่ทัพศัตรูลดดาบลง

“เตรียมเกี้ยวแดง! ส่งตัวองค์หญิงไปที่ค่ายทหารเดี๋ยวนี้ ท่านอ๋องคงกำลังรอ ของขวัญ ชิ้นนี้อย่างใจจดใจจ่อทีเดียว”

. . .

หนึ่งชั่วยามต่อมา ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวที่ประดับด้วยผ้าแพรสีแดงสดก็เคลื่อนตัวออกจากซากปรักหักพังของวังหลวง ตัดกับพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าสะเทือนใจ

ภายในเกี้ยวแคบๆ ไป๋รั่วนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น นางถูกจับผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์คู่มังกร เนื้อผ้าบางเบาจนแทบต้านทานลมหนาวไม่ได้ เครื่องประทินโฉมถูกแต่งแต้มบนใบหน้าเพื่อขับเน้นความเย้ายวนตามความต้องการของฝ่ายชนะ

น้ำตาเม็ดใสไหลรินลงมาอาบแก้ม นางยกมือขึ้นลูบชุดเจ้าสาวที่ควรจะได้ใส่ในวันวิวาห์อันเปี่ยมสุข แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นชุดประหารที่ส่งนางไปสู่ลานประหารบนเตียงนอนของปีศาจ

หลี่ซวิน... ชายผู้นั้นฆ่าคนเหมือนผักปลา มองสตรีเป็นเพียงที่ระบายความใคร่

ข่าวลือเกี่ยวกับความป่าเถื่อนของอ๋องทมิฬผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน บ้างก็ว่าเขาหักกระดูกนางบำเรอที่ขัดใจ บ้างก็ว่าเขามีรสนิยมวิปริตบนเตียงจนสตรีทนรับไม่ไหว

มือเรียวสั่นเทาขณะกระชับเสื้อคลุมบางๆ เข้าหาตัว ลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาตามรอยแยกของม่านหน้าต่าง พัดพาเอากลิ่นอายของความตายและความหวาดกลัวเข้ามา

เสียงทหารภายนอกตะโกนขึ้น

“ถึงค่ายใหญ่แล้ว”

หัวใจของไป๋รั่วกระตุกวูบ เกี้ยวเจ้าสาวถูกวางลงบนพื้นอย่างแรงจนนางเซถลา ม่านสีแดงถูกกระชากเปิดออก เผยให้เห็นกองทัพนับหมื่นที่รายล้อม และเบื้องหน้าคือกระโจมแม่ทัพขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านราวกับถ้ำเสือ

แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามา เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่หน้ากระโจม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะแข็งตัว

ไป๋รั่วสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าที่สวมรองเท้าปักดิ้นทองลงสู่พื้นหิมะ รู้ดีว่านับจากก้าวนี้เป็นต้นไป... ร่างกายและวิญญาณของนาง จะไม่ได้เป็นของนางอีกต่อไป

แต่มันจะเป็นของเล่นชิ้นใหม่... ของอ๋องทมิฬผู้นั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel