บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

ฟ้าเพิ่งมืดหลางจวินก็เดินโซซัดโซเซมายังห้องหอ

จือหลานปิดปากหัวเราะราวกับรู้ทัน นางได้ยินเรื่องเจ้าบ่าวที่ใจร้อนอยากเข้าห้องหอมามาก แต่ที่มาทันทีที่ฟ้ามืดนางเพิ่งเคยเห็น

หลางจวินมึนเมามากกว่าเจ็ดส่วน เขาถูกมู่หย่งจวินมอมสุราจนแทบจะยืนไม่ไหว หากแต่อีกฝ่ายยังคงนั่งยิ้มน้อยๆ ราวกับสุราสิบไหไม่อาจทำอะไรเขาได้

มองดูเจ้าสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง บนศีรษะมีผ้าคลุมหน้าสีแดงปิดลงจนถึงหน้าอก หลางจวินก็เดินตรงเข้าไปหา มือใหญ่ยื่นไปช้อนคางเจ้าสาวขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้น

“เยว่เอ๋อร์”

“เจ้าคะ” นางตอบเสียงเบาเรียกรอยยิ้มของเจ้าบ่าว

เขานั่งลงข้างๆ หญิงสาวบนเตียง จากนั้นก็รั้งนางเข้าใกล้ สองมือสัมผัสใบหน้าของนางที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า จากนั้นจึงรั้งใบหน้านางให้เข้ามาหา

จุมพิตผ่านผ้าคลุมหน้า ทำให้เฉินซินเยว่สะดุ้งคราหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมือใหญ่ของเขาก็ยังคงวางทาบยังสองข้างแก้ม ดังนั้นจึงไม่อาจขยับออกห่าง

กลิ่นกายและลมหายใจของหลางจวิน มีกลิ่นสุราปะปนเข้ามาด้วย สัมผัสของเขายังคงประทับลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า นางมองเห็นเพียงเงาทะมึนที่โอบล้อมกายเล็กเอาไว้เท่านั้น

“กินข้าวกันเถิด”

เขาเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออก มือใหญ่คว้าคันชั่งมาเปิดผ้าคลุมขึ้น ใบหน้างดงามที่ผ่านการแต่งหน้าอย่างประณีต เรียกรอยยิ้มหล่อเหลาของเจ้าบ่าวออกมา

เฉินซินเยว่มองรอยยิ้มของเขาด้วยท่าทีเลื่อนลอย ใบหน้าดุดันนั้นราวกับอ่อนโยนลงหลายส่วน ในยามที่เขายิ้มแย้มให้นาง

ขณะที่คิดก็ถูกเขาอุ้มตัวลอยขึ้น ได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบา “ตัวเบาถึงเพียงนี้ ตัวเล็กเหลือเกิน คงต้องให้กินให้มากหน่อย”

นางแอบกลั้นหัวเราะ เพราะประโยคนั้นดูเหมือนเขาจะพูดกับตัวเอง กระทั่งถึงโต๊ะที่มีอาหารมงคลมากมายละลานตา หลางจวินนั่งลงพร้อมกับวางนางลงบนตัก

เฉินซินเยว่ขัดเขินอยู่บ้าง หากแต่ทันทีที่นางนึกถึงคำพูดของจือหลาน นางก็คล้อยตามเขาโดยดี

“อาหารพวกนี้ต้องแบ่งกันคนละครึ่งเจ้าค่ะ เป็นอาหารมงคลสำหรับบ่าวสาว พี่จือหลานบอกข้าว่าพวกท่านกินได้ทั้งอาหารมนุษย์และอาหารแบบ...”

“หมาป่า...” ดวงตาของเขาพราวระยับ

“อยากรู้หรือไม่ว่าอาหารของเผ่าพันธุ์หมาป่าเป็นแบบใด”

ไม่พูดเปล่าเขากลับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างที่กอดรัดเอวอรชรลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง

เฉินซินเยว่ขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก “คือ... พี่จือหลานบอกว่าท่านเอาแต่ดื่มสุรา กินอะไรสักหน่อยนะเจ้าคะ” หัวใจของนางเต้นรัว เมื่อมองเห็นดวงตาวาววับคู่นั้น เต็มไปด้วยความปรารถนา

“อือ เจ้าป้อนสิ” ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา

เฉินซินเยว่ขยับเบี่ยงตัวเพื่อหยิบตะเกียบ สายตาของนางเหลือบไปเห็นสองมือใหญ่ที่วางประสานอยู่บนหน้าท้องของตน อยู่ๆ ใบหน้าของนางก็ร้อนเห่อขึ้น

กับข้าวอย่างแรกถูกคีบส่งไปให้เขา หลางจวินอ้าปากงับเข้าไปโดยดี ดวงตายังคงจดจ้องมองนาง พลอยทำให้เฉินซินเยว่มือสั่นเทา นางหันไปคีบอีกครั้งให้ตัวเอง หากแต่เจ้าบ่าวกลับไม่ยินยอม เขารั้งศีรษะนางเอาไว้ ก้มลงก่อนประทับริมฝีปากลงไป

สัมผัสรุกเร้าของเขาทำให้หญิงสาวกายสะท้าน มือใหญ่ที่กอดรัดเอวเล็กลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง รั้งร่างเล็กเข้าแนบสนิทไปกับมัดกล้ามหนั่นแน่นชวนสะท้าน กระทั่งบางอย่างถูกส่งต่อเข้ามายังปากนางเฉินซินเยว่จึงตระหนัก

“คนละครึ่ง”

หลางจวินบอกนางด้วยลมหายใจหอบพร่า เขาป้อนอาหารที่นางคีบเข้าปากให้ครึ่งหนึ่งจริงๆ!!!

บ่าวสาวนั่งนิ่งหอบหายใจหนักหน่วง

เฉินซินเยว่ไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน นางคีบอาหารป้อนเขาทีละอย่าง และทุกคำเขาก็จะแบ่งนางครึ่งหนึ่ง

กว่าจะกินอาหารครบเก้าอย่าง ริมฝีปากของนางก็แดงเห่อ เพราะสัมผัสที่ยิ่งมาก็ยิ่งหนักหน่วง สุรามงคลยังคงต้องดื่ม หลางจวินคว้ากาสุรามาถือเอาไว้ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นกรอกสุราเข้าปากโดยไม่ใช้จอก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel