ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป
ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง
“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆ
หยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”
เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอ
เฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว
“ท่านพี่…” นางเอื้อมมือแตะต้นแขนเขาเบา ๆ แววตาเว้าวอนสะท้อนความหวาดกลัวในใจ
หยวนเล่อจับมือภรรยาไว้แน่น เข้าใจดีว่านางกำลังรู้สึกเช่นไร “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป” เขากระซิบเสียงนุ่ม ส่งแรงใจให้นางด้วยการบีบมือเบา ๆ
“พี่ใหญ่ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอะไรแน่ขอรับ” หยวนลี่รีบพูดแทรกขึ้น เมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของพี่สะใภ้
“นั่นสิ พี่สะใภ้อย่าได้กังวลไปเลย” หยวนจูพูดเสริมพลางส่งสายตาดุใส่นางอย่างไม่พอใจนัก
หยวนเล่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น “ได้ ข้าจะไปเอง แต่มีเรื่องอยากขอร้องท่านแม่เพียงข้อเดียว เงินที่ข้าส่งมาหลังจากเริ่มทำงาน ขอให้แบ่งให้ภรรยาข้าบ้างเถิด ส่วนที่เหลือท่านจะเก็บไว้เท่าใดก็สุดแล้วแต่”
เขาไม่ได้ห่วงสิ่งใดเท่าชีวิตของหญิงตรงหน้า
ซูฟางยิ้มกว้างทันที “ได้ ๆ แม่จะรับปากเจ้าไว้ก่อน เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่” น้ำเสียงแฝงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่ ข้าจะไปเอง” เขาตอบพลางบีบมือภรรยาแน่นขึ้นอีก
น้ำตาเฉาเยว่ร่วงเงียบลงบนหลังมือของเขา นางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ อยู่ที่นี่นางยังช่วยเขาได้ แต่เมื่อเขาจากไป… นางจะปกป้องเขาได้อย่างไร
ซูฟางเหลือบตามองสะใภ้ที่ร้องไห้อย่างอดรนทนไม่ไหว “จะร้องไห้ทำไมกัน ลูกของข้าเพียงไปทำงาน ไม่ได้ไปตายเสียหน่อย อย่าร้องอีกเลย ไป เก็บจานไปล้างเถอะ”
เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้น พาลูกอีกสองคนกลับเข้าห้อง ทิ้งให้สองสามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
เฉาเยว่นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ท่านพี่… ท่านจะไปจริงหรือ”
หยวนเล่อยิ้มบาง “ท่านแม่ตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว น้องไม่ต้องเป็นห่วง พี่แข็งแรงขนาดนี้ คงไม่เป็นอะไรแน่ เมื่อพี่ไปถึงแล้วจะเขียนจดหมายมาหาเจ้าบ่อย ๆ” เขาเคยเรียนหนังสือมาบ้าง จึงพออ่านเขียนได้เล็กน้อย
“แต่ข้าอ่านหนังสือไม่ออก” นางพูดแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำ
“ไม่เป็นไร เจ้าก็นำจดหมายของพี่ไปให้ท่านหมอเวิงอ่านให้ก็ได้” เขาเอ่ยเสียงอ่อน “ตอนนี้เรารีบไปล้างจานก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยพูดกันในห้อง” เขาไม่อยากให้ใครได้ยินสิ่งที่พูดกันในยามนี้
เฉาเยว่เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนเก็บจานชามไปล้างเงียบ ๆ แล้วพากันกลับเรือนเล็ก
หลังจากอาบน้ำและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งคู่จึงนั่งลงในห้องนอน บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมแผ่วพัดลอดหน้าต่างเข้ามา
“ท่านพี่… เมื่อท่านตัดสินใจจะไปแล้ว ข้าอยากให้ช่วงนี้ท่านพาข้าขึ้นเขาบ่อย ๆ หน่อยนะ” นางเอ่ยเสียงอ่อนแต่จริงจัง “ข้าอยากเรียนรู้ไว้บ้าง และขอให้ท่านดูแลตัวเองให้ดี” ดวงตาของนางจับจ้องเขาด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง
หยวนเล่อยกมือขึ้นลูบแก้มของภรรยา “ได้ พี่จะพาเจ้าไปเอง” เขายิ้มอ่อนโยน “แต่ตอนกินข้าวเมื่อครู่ เห็นเจ้ากินได้น้อยนัก เป็นอันใดหรือเปล่า”
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน หลายวันมานี้ไม่ค่อยอยากอาหาร กินได้แต่เฉาเหมยที่เก็บมา” นางหัวเราะเบา ๆ “ของที่มีรสเปรี้ยวนี่กลับกินได้ดีนัก”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าไม่สบายก็เอาเงินที่เก็บไว้ไปหาท่านหมอเวิงเถิด ส่วนจดหมายที่พี่จะเขียน จะฝากส่งไปทางท่านหมอเวิงด้วย” เขารู้ดีว่ามารดาเป็นเช่นไร หากส่งเงินตรงถึงบ้าน คงไม่ถึงมือนางแน่
“ได้ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก” นางตอบเสียงแผ่ว ก่อนขยับตัวเข้าหาเขาอย่างแผ่วเบา ซบอยู่ในอ้อมแขนอุ่นที่โอบรัดแน่น
อ้อมกอดของเขาอบอุ่นดุจอ้อมอกแห่งความปลอดภัย แขนแข็งแรงโอบรัดนางไว้จนแทบมิดตัว ความเงียบในยามค่ำคืนมีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกัน เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความกลัวที่จะต้องจากกันในไม่ช้า…
หยวนเล่อมองภรรยาร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอย่างเงียบงัน เขาโอบนางแน่นขึ้นอย่างไม่อยากปล่อย ก่อนจะก้มหน้าซบลงบนเรือนผมที่หอมอ่อน ๆ กลิ่นประจำตัวของนางอบอวลอยู่ในอากาศ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับอยากจดจำกลิ่นนี้ไว้ให้ฝังแน่นอยู่ในหัวใจ การจากไปครั้งนี้…ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดจึงจะได้กลับมาพบกันอีก
รุ่งเช้า เฉาเยว่เห็นแม่สามีออกจากบ้านแต่เช้า นางแปลกใจจึงแอบเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ กระทั่งเห็นแม่สามีมุ่งตรงไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน ไม่ถึงวันหลังจากประกาศเรื่องส่งคนไปทำงานในเมืองแร่ แม่สามีก็รีบเร่งเอาชื่อของหยวนเล่อไปลงไว้เสียแล้วหรือ
นางซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล เห็นแม่สามีเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง มือหนึ่งชูถุงเงินขึ้นมาดูอย่างภูมิใจ เงินยี่สิบตำลึงเงินที่แลกมาด้วยแรงของสามีผู้ซื่อสัตย์ ผู้ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นั่นจะได้กินอิ่มนอนหลับหรือไม่ หัวใจของนางเหมือนถูกบีบแน่น
เฉาเยว่รีบหลบกลับบ้านก่อนที่แม่สามีจะกลับมา นางพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ไม่อยากทำให้คนในบ้านใหญ่ไม่พอใจ แต่ในใจก็ยิ่งร้อนรนเพราะหยวนเล่อจะต้องเดินทางไปยังเมืองแร่ในอีกเพียงหกวันข้างหน้า นางยังไม่ได้เตรียมอาหารให้เขาพกติดตัวเลย
ระหว่างที่นางนั่งซักผ้าอยู่ริมลำธาร สายลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกดังอยู่ข้างหู
“เฉาเยว่!”
เสียงนั้นดังจนสะดุ้ง นางหันไปก็เห็นหยวนฉินยืนยิ้มอยู่ไม่ไกล “เจ้าเรียกข้าหรือ”
“ข้าเรียกตั้งนานแล้ว เจ้าคิดอะไรอยู่ถึงไม่ได้ยินเลย”
เฉาเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา “บ้านของเจ้าส่งใครไปทำงานที่เมืองแร่หรือไม่”
“บ้านข้าไม่มีชายอื่น เหลือเพียงข้ากับท่านตาเท่านั้น ก็เลยไม่ได้ส่งใครไป” หยวนฉินตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อนจะถามกลับ “แล้วบ้านเจ้าล่ะ หรือว่าเป็นพี่หยวนเล่อ?”
เฉาเยว่พยักหน้าช้า ๆ “ใช่ เป็นเขาเอง ว่าแต่…ตาของเจ้าใช่ท่านหมอเวิงหรือไม่” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน แต่ในใจเริ่มมีแผนบางอย่างผุดขึ้นมา
“ใช่แล้ว หมอหยวนเวิงเป็นตาของข้าเอง” หยวนฉินพูดด้วยความภูมิใจ
เฉาเยว่เหลียวมองรอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงขยับเข้าไปกระซิบ “ข้าอยากรบกวนเจ้าสักเรื่องได้หรือไม่”
“รบกวนอันใดหรือ” หยวนฉินถามพลางเอียงคอมองด้วยความสงสัย
“ข้าอยากทำอาหารให้สามีข้านำไปกินที่เมืองแร่ แต่ไม่อยากให้แม่สามีรู้ ข้าเลยอยากขอให้เจ้าช่วยซื้อเนื้อหมูให้สักหน่อย และขอยืมเตาที่บ้านเจ้าทำอาหารได้หรือไม่ ข้าจะไม่ให้เจ้าช่วยเปล่าแน่”
หยวนฉินยิ้มบาง “แค่นี้เองหรือ เจ้าไม่ต้องให้เงินข้าหรอก ข้าเองก็อยากให้พี่หยวนเล่อได้กินของดี ๆ เหมือนกัน ว่าแต่เจ้าจะมาทำเมื่อใด”
“อีกสองวันข้างหน้า เจ้าจะเข้าเมืองอีกหรือไม่ ข้าจะฝากเจ้าซื้อเนื้อหมูเสียหน่อย”
“ข้าจะเข้าเมืองพอดี ไปส่งสมุนไพรให้โรงหมอ”
“เช่นนั้นอีกสองวัน ข้าจะไปหาเจ้าตั้งแต่เช้าเลยนะ ต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ” เฉาเยว่พูดพลางยิ้มกว้าง ดวงตาสุกใสเปล่งประกายยามพูดถึงสามีของตน นางจับมือของหยวนฉินแน่น ความอบอุ่นแผ่ผ่านปลายนิ้ว อย่างน้อยเขาก็จะมีอาหารดี ๆ ติดตัวไปกินระหว่างทาง แม้จะต้องห่างกันไกล แต่หัวใจของนางก็จะยังคงอยู่กับเขาเสมอ
__________________________________
อีบุ๊กมาแล้วค่ะ เพียง 109 บาท ลดถึง 72% มีทั้งหมด80000คำ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะคะ
สำหรับสายฟรี ยังลงวันละ 1 ตอนให้อ่านฟรีจนจบและกลับมาติดเหรียญย้อนหลังนะคะ ️
