เจ้าบ่าวของฉันเป็นมาเฟีย

954.0K · ยังไม่จบ
เรนนี่
456
บท
357.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

แม่ของจันทร์นิลแต่งงานใหม่ จันทร์นิลถูกบังคับให้เป็นน้องสาวลูกติดของหัวหน้าแก๊งมาเฟีย ผู้ชายคนนี้อำมหิตเลือดเย็น ครั้งแรกที่เจอกันก็เอาปืนขู่ฆ่าเธอ เจอกันครั้งที่สองก็อยากจะบีบคอเธอให้ตาย เธอสาบานว่าจะหนีไปให้ไกลจากชายปีศาจคนนี้ให้ได้ แต่ในภายหลัง เธอพบว่าเบรย์เดนชอบกอดเธอ ชอบจูบเธอ อยากครองครองทั้งดัวและหัวใจของเธอ และยังให้เธอเป็นเจ้าสาวที่เจิดจรัสที่สุดอีกด้วย

นิยายรักโรแมนติกประธานจอมมารมาเฟีย

บทที่ 1 พบกันครั้งแรก เขาอยากฆ่าเธอ

เพิ่งเลิกงาน จันทร์นิลก็รีบไปที่บ้านพ่อเลี้ยง

ไม่นานก่อนหน้านี้ จันดาแม่แท้ๆ ของจันทร์นิลเพิ่งจะหมั้นกับแอชตันหัวหน้ามาเฟียคนก่อน คืนนี้เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ทานข้าวร่วมกับพวกเขา คนที่ร่วมงานเลี้ยงยังมีลูกสาวกับลูกชายของแอชตันด้วย

ใครจะไปคิดว่ามารดาที่เพิ่งจะสี่สิบจะแต่งกับชายแก่อายุเกือบเจ็ดสิบปีกันล่ะ?

จันทร์นิลไม่อยากไป ในฐานะผู้หญิงธรรมดาๆ เธอใช้ชีวิตอยู่ในกรอบมายี่สิบกว่าปี รายล้อมด้วยคนธรรมดาสามัญ ไม่เคยติดต่อสัมพันธ์กับมาเฟียโดยสิ้นเชิง

แม้ว่าเพื่อนนักเรียนรอบตัวจะยกยอพวกมาเฟีย แต่สำหรับจันทร์นิลแล้ว กลุ่มแก๊งชั่วร้ายเช่นนี้ หากหลีกหนีให้ไกลได้ก็จะหลีก

แต่แม่บอกกับเธอว่า ถ้าวันนี้ไม่มาความสัมพันธ์แม่ลูกของพวกเธอก็ขาดกัน ช่วยไม่ได้ จันทร์นิลได้แต่รับปากว่าจะเข้าร่วม

ลมยามราตรีพัดหวีดหวิว ในอากาศมีกลิ่นคาวเลือดสายหนึ่งฟุ้งออกมา

จันทร์นิลยังไม่ทันรู้สึกตัว ก็ถูกใครคนหนึ่งลากไปที่มุมกำแพง

“เอากระสุนบนแขนฉันออก” ชายหนุ่มสั่งเสียงต่ำ ทั้งยังยัดมีดทหารของสวิตเซอร์แลนด์เล่มหนึ่งให้เธอ

กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นบนตัวชายหนุ่มโชยเข้าจมูกของเธอ ไหนจะคลื่นความร้อนบนตัวเขา และกลิ่นอายเผด็จการและแข็งกร้าวนั่น ที่ราวกับจะกลืนกินเธอ

จันทร์นิลไม่อยากหาเรื่อง จึงพูดงกๆ เงิ่นๆ ไปว่า “ฉันทำไม่เป็น ฉันกลัว”

“อย่ามาเสแสร้ง ฉันเห็นว่าเธอเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ราวกับว่าถ้าเธอไม่เชื่อฟัง วินาทีต่อไปจะหักคอเธอซะ

จันทร์นิลเป็นนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ปีนี้เพิ่งมาฝึกงานที่โรงพยาบาล คิดไม่ถึงว่าชายคนนี้จะเล็งเธอไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว

แม้ไม่รู้ตัวตนที่แน่นอนของชายหนุ่ม แต่เห็นปืนที่แกว่งไกวไปมาในมืออีกข้างของเขาแล้ว จันทร์นิลก็ได้แต่ฝืนเชื่อฟังคำพูดของเขา

เธอใช้มีดทหารแซะบาดแผลของชายหนุ่มออก แคะเอากระสุนออกมา

ตามหลักแล้วนี่เป็นการผ่าตัดใหญ่ ควรฉีดยาชา ทำการผ่าตัดอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาบาดเจ็บ จึงเรียกให้เธอมาจัดการโดยตรง

ขั้นตอนระหว่างนั้น เลือดไหลหยดลงมาแหมะๆ แต่ชายหนุ่มกลับแค่นเสียงเย็นเพียงหนึ่งครั้ง ไม่ขยับเคลื่อนไหวสักนิด

จันทร์นิลอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ความอดทนของชายคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ

ดีที่จันทร์นิลมีความเคยชินจากสายอาชีพ ในกระเป๋าเป้ที่พกติดตัวมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินอยู่บ้าง เมื่อเธอเอากระสุนออกมาแล้ว ยังช่วยเย็บแผลและพันผ้าพันแผลห้ามเลือดให้เขา

“เสร็จแล้ว” จันทร์นิลพูด

เพิ่งสิ้นเสียง ปืนของชายหนุ่มก็จ่อมาบนหน้าผากของเธอ

สีหน้าของจันทร์นิลเปลี่ยนเป็นซีดขาวถึงขีดสุด ขนตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

“เรื่องในคืนนี้ใครจะรู้ไม่ได้เป็นอันขาด เธอก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก แล้วเหนี่ยวไกปืนช้าๆ

เขาไร้ไมตรีโดยสิ้นเชิง ไม่รู้สึกขอบคุณที่เธอเพิ่งช่วยชีวิตเขาไปเลยสักนิด

ความสิ้นหวังทำให้จันทร์นิลรู้สึกว่าตอนนี้ลำคอเหมือนถูกคนบีบไว้แน่น หายใจยังยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ

เธอต้องหนี! แต่ซ้ายขวาหน้าหลังล้วนเป็นถนนโล่งๆ จะหนีอย่างไร?

จันทร์นิลพลันสังเกตเห็นว่าในความมืดไม่ไกลนักมีคนคนหนึ่งนอนอยู่ ไม่ขยับเขยื้อน เลือดกองหนึ่งบนพื้นไหลอย่างช้าๆ

เขาตายแล้ว ชายตรงหน้าผู้นี้เพิ่งจะฆ่าเขาไป!

การรับรู้นี้ทำให้จันทร์นิลตกอยู่ในความสิ้นหวัง

มีชีวิตมายี่สิบสองปี เธอไม่เคยเห็นใครตายบนถนนมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้านี้!

แม้แต่เธอยังรู้สึกได้ ร่างของศพนั่นอาจจะยังอุ่นอยู่ก็เป็นได้

แล้วเธอก็กำลังจะเป็นเหมือนกับเขาใช่หรือไม่

ในตอนนี้เอง โทรศัพท์ในมือชายหนุ่มดังขึ้น

“พ่อ? อืม ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ” ชายหนุ่มพูดจบก็วางสายโทรศัพท์ มองไปที่หญิงสาวคนนั้นที่ถูกทำให้ตกใจจนหน้าซีดขาว

เธอมีหน้าตาที่อ่อนโยนมาก ดวงตาคู่นั้นเหมือนกวางน้อย เธอในตอนนี้เป็นเพราะถูกเงาแห่งความตายปกคลุมไว้ จึงอ่อนแอ เปราะบางเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ที่พอถูกสัมผัสก็แตกสลาย

สุดท้ายชายหนุ่มก็เก็บปืน แล้วพูดกับเธอ “วันนี้มีเรื่องน่ายินดี นับว่าเธอโชคดี”

หลังจากชายหนุ่มจากไปได้สิบนาที จันทร์นิลถึงได้สติกลับมา ชีวิตที่รอดจากความตายทำให้น้ำตาเธอไหลรินโดยไม่อาจควบคุม

ปีศาจ! วันนี้เธอเจอปีศาจเข้าแล้ว!

ชายคนนั้นแค่มองก็รู้ว่าเป็นคนของแก๊งมาเฟีย เขาถึงได้บ้าระห่ำฆ่าคนบนถนนอย่างนี้ แม้แต่คนบริสุทธิ์อย่างเธอก็ไม่ยอมปล่อยไป เหยียบกฎหมายไว้ใต้เท้า

หวังว่าตนจะไม่ต้องพบเจอเขาอีก

จันทร์นิลจัดการตัวเองด้วยความลนลาน ทำความสะอาดคราบเลือดบนตัว ก่อนจะมุ่งตรงไปบ้านของพ่อเลี้ยง

คฤหาสน์หลังโต ทุกสิบก้าวจะมีผู้ดูแลความปลอดภัยหนึ่งคน รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังจากจันทร์นิลรายงานตัวตนของตัวเองแล้ว ยามก็ตรวจค้นเธออีกรอบแล้วค่อยปล่อยเธอเข้าไป

จันทร์นิลตามพ่อบ้านมาถึงวิลล่าด้านใน เมื่อจันดาเห็นจันทร์นิล ก็รีบเข้ามากอดเธอทันที

เธอหอมแก้มของจันทร์นิล “ลูกรัก แม่รู้ว่าลูกต้องมาแน่ๆ”

“แม่คะ วันนี้แม่สวยมากเลย” จันทร์นิลพูดชม

วันนี้จันดาใส่ชุดราตรีสีแชมเปญ เปล่งประกายวิบวับภายใต้โคมไฟคริสตัล ราวกับนางเงือกตัวหนึ่ง

แต่เธอไม่ค่อยพอใจการแต่งตัวของจันทร์นิลนัก จันทร์นิลใส่เสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้ม ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวสีดำ สีสันอึมครึมแต่ยังใส่ให้ดูดีได้ ล้วนอาศัยความงามเยาว์วัยของจันทร์นิลทั้งสิ้น

“ออกจากงานมาแล้ว มาร่วมงานเลี้ยงก็แต่งตัวให้สวยได้” จันดาตบไหล่จันทร์นิลแล้วพูด “อีกอย่าง บนตัวลูกทำไมถึงมีกลิ่นเลือดล่ะ?”

จันทร์นิลได้ยินก็รีบอธิบายด้วยความตระหนก “อาจจะ...ไปโดนตอนอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ”

จันดาไม่พูดอะไรอีก

เธอจูงจันทร์นิลเข้าไปในห้องรับแขก ไปพบหน้าแอชตันสามีของเธอ รวมไปถึงดารินลูกสาวของแอชตัน

“สวัสดีค่ะคุณอา สวัสดีค่ะพี่สาว” จันทร์นิลทักทายอย่างระมัดระวัง

แอชตันพยักหน้า คล้ายกลัวว่าจะทำให้จันทร์นิลตกใจกลัว จึงพูดอย่างอ่อนโยน “ต่อไปก็คิดเสียว่าที่นี่คือบ้านของเธอ มาเป็นแขกได้ตลอดนะ”

ดารินก็จับมือจันทร์นิลอย่างกระตือรือร้น เธอโตกว่าจันทร์นิลสิบสองปี แต่งงานแล้ว นิสัยสดใสร่าเริง

หน้าตาของดารินก็เหมือนกับนิสัยของเธอ ผมสั้นสีน้ำตาล โหนกแก้มสูง โครงหน้าคมชัด มองออกว่าเธอมีนิสัยที่กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา

“จันทร์นิล ได้ยินจันดาพูดถึงเธอมานาน ได้พบกันครั้งแรกเธอสวยจริงๆ ด้วย ทำงานที่โรงพยาบาลเหรอ?”

จันทร์นิลพยักหน้า

“งั้นต่อไปถ้าร่างกายฉันมีปัญหา ก็ไปหาเธอได้น่ะสิ ดีจังเลย”

ความสดใสร่าเริงของดาริน ค่อยๆ ชะล้างความตื่นเต้นกังวลของจันทร์นิลไป

“แต่พูดตรงๆ นะ ทำไมเบรย์เดนถึงยังไม่กลับมาอีกล่ะ? ตอนนี้ก็ทุ่มหนึ่งแล้ว ทุกคนรอเขาอยู่คนเดียว” ดารินบ่นไปรอบหนึ่ง

อาหารก็ขึ้นโต๊ะแล้ว ยังต้องรอน้องชายกลับมาก่อนถึงจะกินได้ ดารินรู้สึกว่าท้องเริ่มจะหิวแล้ว

ได้ยินชื่อเบรย์เดน หัวใจของจันทร์นิลสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

แม้เธอจะไม่เคยพบเบรย์เดนมาก่อน แต่ก็รู้ว่าเขามีชื่อเสียงมาก

เขาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียชิคาโก ปีนี้อายุสามสิบสอง แต่ก็ทำให้คนทั้งประเทศได้ยินแล้วหน้าเปลี่ยนสีได้ คนที่เขาฆ่ามีมากกว่าขนมที่เธอกินเสียอีก

แน่นอนเพราะเขาอายุน้อย ความสามารถล้ำเลิศ หน้าตาหล่อเหลา จึงได้รับความชื่นชอบจากสาวๆ มากมาย

แต่ในนี้ย่อมไม่รวมถึงจันทร์นิล

จันทร์นิลฉลาดมาก ปฏิเสธที่จะไปมาหาสู่กับครอบครัวนี้ เพราะเธอรู้ว่าหากมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับพวกเขาขึ้นมา ก็ยากที่จะถอนตัวได้แล้ว

ตอนนี้เอง จันทร์นิลได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากความมืดช้าๆ

เขาสูงราวๆ ร้อยเก้าสิบกว่าเซนติเมตร เป็นคนที่สูงที่สุดในห้องนี้ ร่างกายแข็งแรง สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ปลดกระดุมสองเม็ดแรก จนมองเห็นกล้ามเนื้อหนาแน่นงดงามนั้นได้ ดูโหดร้ายเหมือนราชาหมาป่าที่ดุร้ายที่สุดในทุ่งหญ้า

เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาสูงส่งดุจเทพเจ้า แนวกรามแข็งแกร่งเต็มไปด้วยหนวดเคราสีดำ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ดูลึกล้ำและเย็นชา ต่อให้เขาไม่เอ่ยพูดอะไรเพียงมองด้วยสายตาปราดหนึ่ง ก็ทำให้คนต้องกลั้นหายใจอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว

หลังจากจันทร์นิลได้เห็นใบหน้าของเขา ร่างกายก็สั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม หากไม่ใช่ว่าดารินประคองไว้ เกรงว่าเธอคงทรุดลงไปแล้ว

เป็นเขา!

คนที่เมื่อครู่คิดจะฆ่าเธอบนถนน ชายที่ราวกับปีศาจชั่วร้าย!