พบกัน อีกครั้ง ตอนที่ 2
เมื่อก่อนร่างกายนี้เคยอวบอิ่มสมบูรณ์ด้วยความวัยสาว ผิวเนียนละเอียดนุ่มมือเวลาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง สาวร่างเล็กบอบบางทำให้เขาไม่อาจจะใช้ความรุนแรงกระทำต่อเธอได้ แต่เขาไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะความไร้เดียงสาและพรหมจรรย์ที่เขาพรากมาจากเธอตั้งแต่วันนี้ที่เธอกลายเป็น 'เด็กของเขา’ ทำให้เขากลายเป็นคนแรกของพิญญา นั่นทำให้ชยันต์ทนุถนอมเธอยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนๆ
หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงจะจับเธอยัดใส่รถแล้วไปเช็คอินโรงแรมที่ไหนสักที่ จากนั้นก็รำลึกความหลังเมื่อครั้งเคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อนจนหนำใจ แต่พอเห็นพิญญาที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้เขาก็ไม่อาจจะทำอย่างที่คิดไว้ได้
“คุณสบายดีหรือคะ” เธอเริ่มต้นการสนทนาแบบง่ายๆ
“อืม ก็ดี แล้วเธอล่ะ”
“ก็ดีค่ะ” พิญญาตอบสั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเจรจากับเขาที่ตรงไหน
บรรยากาศในห้องทำงานของชยันต์เงียบลงอีกครั้งเมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบไป แต่ในระหว่างนั้นชยันต์ก็สังเกตได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าดูทรุดโทรมลงไปมาก ผิดกับพิญญาที่เขาเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อน
“เธอคงไม่ได้มาเพื่อที่จะถามฉันว่าสบายดีหรือเปล่าหรอกมั้ง” ชายหนุ่มเริ่มต้นการพูดคุยก่อนเพราะเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมพิญญาถึงโผล่มาทั้งที่หายไปหลายปี
แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้เพราะผู้หญิงหลายต่อหลายคนก็โผล่มาดื้อๆ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน บางคนก็ต้องการกลับมาให้เขาเลี้ยงดูตามเดิมเนื่องจากเอาตัวไม่รอดเพราะติดนิสัยฟุ้งเฟือจากเงินที่เขาประเคนให้ บางคนมาขอร้องให้ช่วยเหลือซึ่งส่วนใหญ่ก็เรื่องเงินเป็นหลัก ชายหนุ่มก็มักจะตัดปัญหาง่ายๆ โดยเซ็นเช็คให้เงินสักก้อนจากนั้นผู้หญิงพวกนี้ก็จะไม่โผล่มาให้เห็นอีกหากเงินไม่หมด แต่พิญญาที่เขารู้จักไม่ใช่คนแบบนั้น เงินสำคัญกับเธอก็จริงแต่หญิงสาวก็ไม่เคยกระเหี้ยนกระหือรือที่จะอยากได้เงินหนักหนา เขาให้เธอใช้เท่าไหร่เธอก็เอาเท่านั้น หญิงสาวไม่อยากได้อะไร แต่เพราะเขาหามาให้เธอก็รับไปอย่างว่าง่ายและไม่เคยเรียกร้องอะไรที่เกินไปกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ
“ใช่ค่ะ ฉันมีธุระจะคุยกับคุณ”
“ว่ามาสิ” ชยันต์กลั้นใจถามเพราะอยากรู้เกี่ยวกับธุระที่ทำให้พิญญามาปรากฎตัวต่อหน้าเขาในวันนี้
“ฉันต้องการให้คุณรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้”
ชยันต์ฟังจบเขาก็ถึงกับขมวดคิ้ว นี่มันเรื่องอะไรกันเมื่อจู่ๆ หญิงสาวก็เอาให้เลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เลี้ยง ไม่รู้เธอคิดอะไรอยู่หรือว่าเป็นบ้าไปแล้ว
“เธอจะบ้าเหรอญ่า นี่เธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย”
“เด็กคนนั้นเป็นลูกคุณค่ะ เมื่อหกปีก่อนฉันบอกเรื่องที่ฉันท้องกับคุณ หวังว่าคุณคงจำได้” แม้จะเป็นคำพูดเรียบง่ายแต่น้ำเสียงของหญิงสาวก็แฝงไปด้วยความปวดร้าวในจิตใจ
ใช่...เขาจำได้ว่าหัวเสียมากเมื่อหญิงสาวบอกเขาว่าเธอตั้งครรภ์ ชายหนุ่มแน่ใจว่าป้องกันเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเกิดท้องขึ้นมาได้ เขาไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อและไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ในฐานะผู้ให้กำเนิด เนื่องจากชายหนุ่มเติบโตมาในบ้านที่วันๆ พ่อไม่เคยใส่ใจเขากับแม่
จนกระทั่งวันหนึ่งแม่เกิดป่วยหนัก แทนที่พ่อจะเหลียวแลแม่ของเขาบ้างแต่คนเป็นพ่อกลับไม่สนใจจนกระทั่งแม่ของเขาได้เสียชีวิตลง ชีวิตน้อยๆ จึงเคว้งคว้างจนได้ชื่อว่ากำพร้า แต่แล้วคนใจดีรับเขาไปอุปการะ จากนั้นมาเขาไม่เคยเชื่อว่าจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมได้ คงเพราะเขาไม่เคยได้เห็นต้นแบบดีๆ ของคนเป็นพ่อเลยสักครั้ง ความคิดนี้ฝังอยู่ใต้จิตสำนึกของชายหนุ่มเรื่อยมาจนกระทั่งพิญญาเกิดตั้งครรภ์
วันนั้นเขาให้เงินเธอสองล้านบาทเพื่อจัดการเรื่องราวยุ่งยากนี้ให้เรียบร้อยเพราะแค่เอาเด็กในท้องออกมันก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหนักหนา อันที่จริงเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอท้องกับใครกันแน่เพราะเท่าที่รู้หญิงสาวเป็นคนหน้าตาดีที่มีหนุ่มๆ มาติดพันหลายคนโดยเฉพาะสุรดิษฐ์ที่ดูจะสนิทสนมกับพิญญามากเป็นพิเศษ เรื่องราวมันจะง่ายขึ้นถ้าพิญญากำจัดเด็กในท้องนั่นเสียแล้วกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิม แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะจากเขาไปโดยไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกพร้อมกับเงินสองล้านเป็น ‘ค่าปัดรำคาญ’ ที่ชยันต์ยอมจ่ายสำหรับผู้หญิงที่เลี้ยงไม่เชื่องและต้องการจะไปจากเขา
“จำได้ แล้วทำไมเธอถึงไม่เลี้ยงเอาเองล่ะ เงินก็ให้ไปตั้งเยอะ” ชายหนุ่มกลั้นใจตอบกลับไปด้วยเพราะอารมณ์ในอกยังขุ่นมัว
“ฉัน... ฉันมีความจำเป็นบางอย่างที่จะไม่สามารถเลี้ยงแกต่อไปได้ค่ะ”
“จำเป็นอย่างนั้นรึ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ นี่ถ้าเขาบอกว่าจะให้เงินสักก้อนเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูหรือค่าขนมของเด็กนั่นล่ะก็ อีกฝ่ายคงจะรีบตะครุบไว้ทันที เสียแรงที่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้ายังเป็นพิญญาคนเดิม ที่แท้หลังจากที่หายไปหลายปีเธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเสียได้
“เอาอย่างนี้ ฉันจะให้เงินสักก้อน เอาไว้เลี้ยงเด็กคนนั้นก็แล้วกัน”
“ฉันไม่ได้ต้องการเงิน”
“แล้วต้องการอะไร ต้องการให้เลี้ยงเด็กบ้าบอนั่นน่ะเหรอ ญ่า...เธอเสียสติไปแล้วล่ะมั้งที่อยู่ๆ เอาลูกของตัวเองมาให้คนอื่นเลี้ยง”
“แต่อลินเป็นลูกของคุณ!” หญิงสาวขึ้นเสียงแม้จะเริ่มเหนื่อยจนมีอาการหอบเบาๆ แล้วก็ตาม อย่างไรเสียก็ต้องตกลงกับเขาให้ได้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อสินะ ว่าลูก...เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองจริงๆ
ชื่ออลิน...เด็กคนนั้นชื่ออลินหออกหรือ เมื่อเห็นว่าพิญญาไม่ยอมถอยแน่ๆ และต้องการให้เขารับเลี้ยงให้ได้ ชายหนุ่มก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่พลางนึกในใจว่าหญิงสาวจะมาไม้ไหนกันแน่
“แล้วไอ้ ไอ้อะไรนะ ผัวของเธอน่ะ ไปไหนเสียล่ะ ทำไมถึงไม่เอาไปให้เขาเลี้ยง” บางทีพอถึงจุดหนึ่งสุรดิษฐ์คงจะรับอดีตของหญิงสาวไม่ได้ที่ครั้งหนึ่งเคยหาเงินด้วยวิธีต่ำต้อยถึงได้ทิ้งพิญญากับลูกไป ที่จริงตัวของชยันต์เองก็มีส่วนที่ดึงเธอลงมาเกลือกกลั้วกับความตกต่ำนี้ด้วย
“เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วยแล้ว”
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเด็กนี่ไม่ใช่ลูกของเขา อ้อ...บางทีเขาก็คงไม่แน่ใจแบบเดียวกับฉันสินะ” ชยันต์ถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันโดยไม่ได้ตั้งใจ ใครจะรู้ว่าหลังจากหายไปหลายปีพิญญาอาจจะยังยึดอาชีพขายเรือนร่างแล้วเกิดท้องกับใครสักคนที่เป็นลูกค้าของเธอก็ได้
“ฉันนอนกับคุณ ฉันก็ท้องกับคุณ ฉันไม่ใช่คนสำส่อนอย่างที่คุณคิด ถ้าอลินไม่ใช่ลูกของคุณแล้วจะเป็นลูกของใคร” มนุษย์แม่ขึ้นเสียงอย่างเหลืออด เมื่อชยันต์เหยียดหยามไปถึงลูกของเธอ
