ตอนที่ 4 ภาพวาดสำคัญ
ตอนที่ 4
ภาพวาดสำคัญ
เซียวหลานเฟยได้ฟังความคิดเห็นของคนสนิท หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเป็นกอง อาการบีบรัดในอกหายไปจนเบาสบายมากขึ้น ใบหน้างามเผยรอยยิ้มออกมาได้
“ขอบใจเจ้ามากอิงหยุน เจ้าช่วยข้าได้มากเลย” กล่าวพลางผุดลุกขึ้นยืน จนสาวใช้รีบร้องถาม
“ฮูหยินจะไปไหนอีกเจ้าคะ”
“ข้าสบายใจแล้ว จะไปทำความสะอาดห้องหนังสือให้ท่านพี่เสียหน่อย”
“ฮูหยิน” อิงหยุนเอ่ยเรียกเสียงอ่อน พ่นลมหายใจออกมาดังพรืด อ่อนอกอ่อนใจกับผู้เป็นนาย ที่ไม่เคยอยู่เฉยให้สมกับเป็นฮูหยินของจวนสกุลหลงเลย
“ให้ข้าทำเถอะ ข้าอยากจะทำทุกอย่างให้ท่านพี่ด้วยตนเอง ท่านพี่จะได้รักข้ามาก ๆ”
เซียวหลานเฟยกล่าวเสียงแจ่มใส แววตาเปล่งประกายอาบไล้ไปด้วยความสุข นางเดินไปยังห้องหนังสือ สถานที่เก็บม้วนตำราเอาไว้มากมาย แล้วยังเป็นที่ที่สามีมักนำรายงานกลับมาอ่านที่จวนด้วย
ภายในห้องประกอบไปด้วยชั้นไม้หลายชั้น วางชิดไปตามขอบผนังห้อง ตรงกลางมีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งวางเอาไว้ บนโต๊ะระเกะระกะไปด้วยม้วนตำราที่ถูกดึงออกมาอ่านแล้วลืมเก็บเข้าที่
นางตามเก็บม้วนตำราเหล่านั้น ไปวางเรียงบนชั้นตามเดิม ก่อนจะหันมาทางสาวใช้ติดตาม
“ไปเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดกับถังน้ำมาให้ข้า”
“เจ้าค่ะ” แม้ไม่เต็มใจให้ผู้เป็นนายทำ แต่ก็ไม่อาจห้ามได้เช่นกัน อิงหยุนจึงจำใจรับคำสั่ง ออกไปสั่งการให้สาวใช้นอกเรือนไปเตรียมไม้กวาด ผ้าสะอาดกับถังใส่น้ำเข้ามา
หลังจากได้อุปกรณ์ครบทุกอย่างแล้ว สองนายบ่าวก็ช่วยกันปัดกวาดฝุ่นออกจากม้วนตำราแต่ละเล่ม และตามชั้นวางต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงชั้นวางที่วางอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานของรองเจ้ากรมโยธา อิงหยุนที่รับหน้าที่บริเวณนี้ ปีนโต๊ะขึ้นไปหยิบม้วนตำราต่าง ๆ ที่อยู่ชั้นบนสุดลงมา ขนาดปีนขึ้นไปบนโต๊ะแล้ว นางยังต้องเขย่งปลายเท้าจนสุด ถึงจะหยิบม้วนตำราได้ถึง
ตุบ!
จังหวะที่กำลังควานหาว่ามีม้วนตำราหลงเหลืออยู่หรือไม่ กระบอกไม้ไผ่กระบอกหนึ่งหล่นมาจากชั้นวางตกกระทบกับพื้นห้อง ทำให้ฝาปิดกระเด็นหลุดออก
“ขออภัยเจ้าค่ะ” อิงหยุนรีบลงมาจากเก้าอี้ ใบหน้าซีดเซียวกลัวว่าจะทำสิ่งของของนายท่านพัง
“ไม่เป็นไรหรอก แค่ฝาปิดหลุดเท่านั้นเอง”
เซียวหลานเฟยวางผ้าที่เช็ดฝุ่นลง เดินมาก้มลงหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมาดู จังหวะนั้นกระดาษที่ม้วนเป็นวงกลมแผ่นหนึ่งก็หลุดออกมาจากกระบอกไม้ไผ่ แล้วคลี่แผ่ออกวางอยู่บนพื้น
นางรีบก้มลงไปอีกครั้งหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา กำลังจะม้วนเก็บตามเดิม ดวงตาสีนิลก็เห็นว่านั้นเป็นภาพวาดของสตรี ด้วยความอยากรู้ว่าเหตุใดสามีถึงเก็บภาพวาดของสตรีเอาไว้อย่างมิดชิด จึงคลี่ออกดูให้ชัดถนัดตา
“นี่มันรูปวาดของข้าหรือ”
สตรีในภาพวาดนั้นมีใบหน้าเหมือนนางไม่มีผิด เพียงแต่ว่ารอยยิ้มบนใบหน้าดูสว่างสดใสกว่าความเป็นจริงมาก
“เห็นหรือไม่เจ้าคะ ว่านายท่านรักฮูหยินมากเพียงไหน ไม่อย่างนั้นจะแอบวาดภาพฮูหยินเก็บเอาไว้หรือเจ้าคะ” อิงหยุนเห็นภาพนั้นเช่นกัน อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ ที่นายท่านผู้เย็นชาของนาง ก็มีมุมนี้อยู่เช่นกัน
พวงแก้มของคนที่ถูกหยอกเย้าขึ้นสีเรื่อ แววตาจับจ้องมองภาพวาดไม่วางตา รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้า ถึงแม้ชุดในภาพวาดจะไม่ใช่ชุดที่นางมีอยู่จริง แต่ใบหน้านั้นก็เป็นใบหน้าของนางแน่ ๆ
“หรือว่าท่านพี่จะไปเจอชุดนี้ที่ไหน เลยอยากเห็นข้าใส่ อิงหยุนเดี๋ยวเจ้าไปหาซื้อพับผ้ามาให้ข้า ข้าจะตัดเย็บชุดตามแบบในภาพนี้ ท่านพี่เห็นแล้วจะต้องดีใจเป็นแน่”
เซียวหลานเฟยกวาดมองจดจำรายละเอียดของชุดในภาพวาด ตั้งใจจะตัดเย็บชุดให้ตรงตามแบบ สร้างความประหลาดใจให้สามี หลังจากจดจำจนขึ้นใจแล้ว ก็ส่งกระดาษกลับไปให้สาวใช้คนสนิท
“ม้วนเก็บใส่กระบอกให้เรียบร้อย แล้วนำขึ้นไปเก็บเอาไว้ที่เดิม”
“เจ้าค่ะ”
อิงหยุนรับกระดาษมาถือเอาไว้ในมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งที่ถือผ้าอยู่ก็เอื้อมไปวางผ้าลงบนโต๊ะก่อน จังหวะนั้นเองสายลมหนาวหอบหนึ่งได้พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา พัดกระดาษในมือของสาวใช้ ปลิวไปตามกระแสลม ลอยละล่องไปตกลงในถังน้ำแม่นราวกับจับวาง
“ไม่นะ” เซียวหลานเฟยครางออกมา ผวาเข้าไปแต่ไม่ทัน พอไปถึงถังน้ำที่มีน้ำอยู่เกือบครึ่ง ก็รีบหยิบกระดาษภาพวาดขึ้นมา ในสภาพที่น้ำไหลตกลงสู่พื้นเป็นหยด ๆ
“ทำอย่างไรดี บ่าวไม่ได้ตั้งใจ คราวนี้บ่าวแย่แน่เจ้าค่ะ”
อิงหยุนแขนขาอ่อนแรง หน้าซีดยิ่งกว่าคนป่วย ทุกคนในจวนต่างรู้ดีว่า อะไรที่นายท่านรักมาก หากใครทำให้เสียหาย จะถูกนายท่านลงโทษแบบไม่ไว้หน้าแน่ แล้วถึงแม้นางจะเป็นคนสนิทของฮูหยินก็คงไม่รอดเช่นกัน
“ไม่เป็นไร เจ้ารีบนำภาพนี้ไปผึ่งแดดดูก่อน หากแก้ไม่ได้จริง ๆ ข้าจะรับผิดเอง”
เซียวหลานเฟยคิดหาทางรอดให้สาวใช้ ถึงแม้รูปภาพนี้จะวาดขึ้นมาใหม่ได้ด้วยมีนางเป็นต้นแบบอยู่แล้ว แต่ก็เกรงว่าสามีจะไม่ปล่อยผ่าน หากสามีรู้ว่านี่เป็นฝีมือของอิงหยุน สาวใช้ของนางอาจถูกทำโทษ แต่หากบอกว่าเป็นฝีมือของนาง สามีย่อมไม่โกรธอย่างแน่นอน
หลังจากเก็บของในห้องหนังสือเรียบร้อยแล้ว สองนายบ่าวก็รีบพากันกลับเรือน นำภาพวาดนั้นกลับไปผึ่งแดดให้แห้ง แม้ความหวังจะมีเพียงหนึ่งในสิบส่วนที่ภาพจะไม่เสียหายก็ตาม...
ตกเย็นของวันนั้น เซียวหลานเฟยยังคงมายืนรออยู่หน้าประตูใหญ่ตามเวลาเดิม แม้ไม่แน่ใจว่าวันนี้สามีจะกลับบ้านช้าหรือเร็ว อิงหยุนที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือสองข้างกุมกันเอาไว้แน่นอยู่หน้าลำตัว แววตาหลุกหลิกไปมาต่างจากทุกวัน ฝ่ามือและตามใบหน้าเองก็ชื้นไปด้วยเหงื่อ
ผู้เป็นนายหันมาเห็น ก็เอื้อมมือมาแตะมือของสาวใช้ พลางกล่าวปลอบเสียงหวาน
“ไม่ต้องกังวลหรือกลัวไป ภาพวาดเสียหายก็วาดขึ้นมาใหม่ได้ ท่านพี่ไม่ว่ากระไรหรอก แล้วอีกอย่างข้าบอกแล้วว่า ข้าเป็นคนทำภาพวาดหล่นน้ำเอง”
“แต่...” แต่อิงหยุนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเป็นเพราะนางถือภาพวาดไม่ดีพอ จนปลิวไปตามสายลมได้ แล้วนางก็กลัวว่านายท่านกับฮูหยินจะมีปากเสียงกันเพราะเรื่องนี้
“ข้าเป็นฮูหยินของท่านพี่ เป็นคนที่ท่านพี่รัก ย่อมไม่มีปัญหาใดแน่นอน” รอยยิ้มบางเบาปลอบประโลมคนสนิทให้ผ่อนคลายลง
ระหว่างนั้นเสียงล้อรถบดบนถนนก็ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ดึงความสนใจของสตรีทั้งสองนางให้หันไปมอง แค่เห็นตราประทับหน้ารถม้า ริมฝีปากอวบอิ่มก็คลี่ยิ้มกว้าง
“วันนี้ท่านพี่กลับมาเร็ว ท่านพี่ยอมทำตามคำขอของข้าด้วย”
ร่างบางขยับเข้าไปใกล้รถม้าที่จอดสนิทเรียบร้อยแล้ว ก่อนร่างสูงโปร่งจะมุดออกมาจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย แววตายากจะอ่านความคิด ความรู้สึกได้ เป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี ว่าเขาไม่ได้แวะดื่มสังสรรค์กับสหายเฉกเช่นทุกวัน
“ท่านพี่ ข้าดีใจที่สุดเลยเจ้าค่ะ ที่ท่านกลับมาเร็ว” เสียงหวานร้องทักน้ำเสียงดูสดใสยิ่งกว่าทุกวันเสียอีก...
