กำลังปรับตัว
หลังจากที่หลงคุณและปูนกลับมาจากออสเตรียทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันทำตามในสัญญาทุกอย่างโดยไม่ได้เปิดเผยสถานะของคนทั้งคู่ว่าตอนนี้อยู่ในสถานะสามีภรรยากัน เพราะอาจเป็นผมเสียต่อปูนที่กำลังศึกษาอยู่แถมตัวหลงคุณเองก็เป็นอาจาร์ยในมหาลัยเดียวกัน แถบจะทุกอาทิตย์ที่แม่ของหลงคุณนัดให้ออกไปทานข้าวกับว่าที่คู่หมั้นแล้ววันนั้นคุณแม่ของหลงคุณดันพามาร้านที่ปูนทำงานอยู่ ตอนแรกก็ตะหงิดใจแล้วเชียวว่าทางมันคุ้นๆ ปูนอาศัยอยู่บ้านของหลงคุณทำหน้าที่ในบ้านทุกอย่างให้คนพี่ และก็ยังทำงานพิเศษอยู่เหมือนเดิมทั้งที่หลงคุณบอกไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เวลาไปเรียนถ้ามีภาคเช้าก็ไปพร้อมกัน แต่แยกกันก่อนถึงทางเข้ามหาลัยทุกครั้งถ้ามีเรียนบ่ายก็ไปเองวันนี้หลังจากเรียนเสร็จปูนก็มาทำงานปกติ หลงคุณเองก็มีนัดกับแม่จึงแยกย้ายกันเพราะปกติหลงคุณจะมาส่งปูนทำงาน
"บรรยากาศดีนะคะคุณพี่" คุณหญิงฟองจันทร์เอ่ยบอกกับคุณหญิงจำปาแม่ของหลงคุณทั้งสองเดินนำเด็กสองคนที่กำลังเดินตามมา ละอองเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งแต่เขาเองไม่ได้รักหรือชอบ ต่างจากอีกฝ่ายที่จ้องเขาหวานหยดเยิ้มจนขนลุกไปหมดไม่ใช่เขาไม่ชอบผู้หญิงนะ เขาเองก็ยังชอบอยู่แค่ช่วงนี้มีสิ่งที่ดีกว่าดึงดูดใจของเขาเอง
"พี่หลงคุณคะ อาหารร้านนี้อร่อยมากเลยนะคะ อองเคยมากับเพื่อนสองสามครั้ง"
"ครับพี่เคยมาแล้ว"มาทุกวันด้วย
"อย่างนั้นเหรอตาหลง แม่ไม่เห็นเคยรู้เลย"
"เราสั่งอาหารกันเลยไหมคะคุณพี่"
"ดีจ๊ะ..."คุณหญิงจำปาเรียกพนักงานมาจดรายการอาหารแล้วก็ช่างเรียกมาถูกคนเหลือเกิน จะเป็นใครอีกละครับถ้าไม่ใช่ปูน ทั้งเขาและปูนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้ามาเจอกัน ปูนคงคิดไม่ถึงว่าเข้าจะมาทานอาหารที่ร้านนี้
"รับอะไรดีครับ ทางร้านมีเมนูแนะนำ ขออนุญาตินะครับ มีกระพงนึ่งมะนาว ปลาอินทรีทอดมะพร้าวและก็แกงส้มทะเลร้อนครับ" ปูนเอ่ยแนะนำเมนูกับแม่ของผมระหว่างที่จดปูนเองก็มีเหลือบมองผมเป็นบ้างครั้งส่วนผมมองน้องอยู่ตลอดเวลาจนน้องรับออเดอร์เสร็จแล้วเดินออกไป
"พี่หลงคุณรู็จักเด็กเสิร์ฟคนนั้นเหรอคะ เห็นมองน้องเขาตลอดเลย"เป็นละอองที่ถามขึ้นมา
"ครับ เขาเป็นลูกศิษย์พี่เอง"
"อย่างนี่นี้เอง ขยันดีนะ"คุณแม่เอ่ยพูดขึ้นไม่นานหลังจากนั้นอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟแต่คนที่มาเสิร์ฟไม่ใช่ปูนผมหันมองหาก็เห็นปูนรับออเดอร์โต๊ะอื่นไปเรื่อยๆ พอทานอาหารเสร็จผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อเลี่ยงออกมาหาปูน ผมถามหาปูนพนักงานคนอื่นก็ได้ความว่าปูนไปเข้าห้องน้ำผมเลยไปดักรอ
"ปูน"
"พี่หลง...มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"วันนี้มั่งรถเมย์มาใช่ไหม"
"ครับ พอดีออกจากมอก็ตรงมาที่นี้เลยยังไม่ได้กลับบ้าน"
"งั้นเดียวเลิกงานพี่มารับ"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ อีกอย่างพี่มากับครอบครัว"
"อีกสักพักแม่พี่ก็ทานเสร็จแล้วกลับไปส่งท่านแล้ววนรถมารับได้"
"ครับ"
"ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณแม่จะนัดมาทานข้าวกันร้านนี้"
"บังเอิญดีครับ คนนั้นเหรอครับคู่หมั้นพี่หลง"
"ว่าที่ครับ แค่ว่าที่เฉยๆไม่เหมือนคนแถวนี้"
"ปูนไปทำงานดีกว่าครับ"
"งั้นเดียวพี่กลับมารับนะจะได้กลับบ้านพร้อมกัน"
"ครับห้าทุ่มเหมือนเดิมครับ"
หลังจากนั้นหลงคุณก็กลับมาทานอาหารที่โต๊ะเหมือนเดิมโดนเริ่มขึ้นถึงเรื่องการหมั้นที่จะเกิดขึ้น ทั้งเรื่องลองชุดทั้งเรื่องถ่ายรูปผมเองก็ไม่ได้อยากตามใจคุณแม่นักแต่ก็กลัวท่านจะเสียหน้า รอรู้ความจริงทีเดียวดีกว่า
"คุณแม่ครับ ยกเลิกงานหมั้นตอนนี้ยังทันนะครับ"
"หมายความว่ายังไง เตรียมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้วจะให้ยกเลิก พูดง่ายนะตาหลง"
"ผมไม่ได้เต็มใจนะครับ"
"ไม่รู้แหละ"
"ผมมีคนที่ผมรักแล้วครับ"
"หมายความว่ายังไงห่ะ"
"อย่างที่บอกไปนั้นแหละครับ ยังไงผมก็ไม่หมั้นเด็ดขาด ถึงบ้านแล้วผมขอตัวนะครับ" เสียงโวยวายของคุณแม่ดังเข้ามาในรถผมก็ได้แต่สายหัว นาฬิกาตอนนี้บ่งบอกเวลาว่าตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงกว่าปูนจะเลิกงานหลงคุณเลยเอาตัวเองไปนั่งที่ร้านโซนผับแทน เขาดื่มเล็กน้อยเพื่อรอรับ เขาเองก็ไม่อยากดื่มมากเพราะต้องขับรถแต่เหมือนจะมีหนุ่มน้อยเดินเข้ามาท้าชนกับเขา เราแลกเปลี่ยนความคิด้ห็นกันนิดหน่อยเท่านั้นและผมก็ปฏิเสธที่จะไปต่อกับเขา พอดูนาฬิกาก็พบว่ามันจะเที่ยงคืนแล้วเขารีบจ่ายเงินและวิ่งออกมานอกร้านทันที พนักงานที่เป็นเพื่อนกับปูนก็บอกว่าปูนออกไปแล้ว ผมจึงรีบไปที่รถกับเจอปูนยืนพิงรถรออยู่
"พี่นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก"
"เห็นพี่หลงยังติดธุระอยู่ปูนไม่อยากกวน เลยมารอที่รถดีกว่า" ปูนบอก คงเห็นผมกำลังดื่มอยู่กับผู้ชายคนเมื่อกี้แน่ๆ
"รอนานไหม"
"ไม่ครับ" ปูนบอกแบบนั้นแต่ผมเห็นรอยยุ่งกัดสองสามรอยน้องคงไม่อยากให้ผมไม่สบายใจ ผมจึงดันปูนเข้าไปนั่งในรถและตัวเองก็ไปด้านคนขับ ขับตรงกลับบ้านโดยทันที
"วันนี้ที่ร้านคนเยอะเหนื่อยหรือเปล่า"
"นิดหน่อยครับ แล้ววันนี้ก็มีสอบของอาจาร์ยแม่ด้วย ใช้พลังงานเยอะเลยครับวันนี้"
"อืม แล้วทำได้หรือเปล่า"
"พอได้ครับ"
"ดีแล้ว กลับบ้านก็อาบน้ำแล้วก็นอนพักผ่อนซะ ทั้งเรียนทั้งทำงานพี่บอกไม่ต้องทำก็ไม่เชื่อ"
"..."
"ปูน" หันมาดูอีกทีคนข้างๆก็หลับไปแล้วผมจึงจอดรถข้างทางก่อนจะปรับเบาะให้อีกคนตอนนี้หน้าเราสองคนอยู่ห่างกันแต่คืบเท่านั้นเองผมจึงกดหน้าตัวเองลงไปอีกหน่อยเพื่อให้จมูกโดนแก้มของคนที่นอนหลับอยู่อย่างระมัดระวังพอโดนปุปปูนก็ขยับตัวเล็กน้อยเขาเองก็ผละตัวออกก่อนที่จะยิ้มและขับรถต่อไป ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเป็นผมเองที่ปรับตัวเขาหาน้องหรือเป็นน้องที่ปรับตัวเข้าหาผม คิดเอาไว้ว่าอีกไม่นานคุณแม่ต้องตามหาคนรักของผมแน่ๆ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวก็จะถึงงานหมั้นคุณแม่ต้องเคลื่อนไหวแน่และหวังว่าปูนจะรับมือกับแม่เขาได้
