บทที่ 7 กลิ่นเทา เขาคิวปิด
อินถายืนสงบนิ่งให้กับความสับสนของตัวเองที่ได้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว ในมือชูถุงยาขึ้น มองมันราวกับเป็นของวิเศษแวบมาจากทิศทางใดไม่รู้สักแห่ง ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาเขา เจ้าของผู้กระทำนำพา ทว่าทั้งทางเดินพบแต่ความว่างเปล่า
ความรู้สึกกระดี่ได้น้ำถูกเก็บไว้ในที่ตื้น ชนิดหากไม่รีบทำอะไรสักอย่างอาจโผล่พ้นออกมาให้เห็นได้เนื่องจากยากต่อการควบคุม เธอถึงได้เร่งเปิดประตูแล้วพาตัวเองเข้าไปในห้องนั้น เพื่อกระโดดโลดเต้น ดีใจประหนึ่งถูกรางวัลฉลากกินแบ่งรัฐบาล จิตใต้สำนึกบวกสัญชาตญาณกระซิบบอกให้เข้าข้างตัวเอง สิ่งนี้ที่ถืออยู่อาจเป็นของเขา
ผู้ชายที่แอบชอบ
ไม่รอช้าหญิงสาวรีบคลี่ปมของมันทันที ก่อนจะหยิบออกมาดูทีละชิ้น เมื่อพบว่าเป็นยารักษาแผลทั้งภายในและภายนอก ก็ขึงตาโต
“พระเจ้าคะ..” มือผสานเข้าหากัน แหงนหน้าขึ้น พร้อมยิ้มปลื้มดุจน้ำตาจะไหล ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าจูปิเตอร์ “ทรงได้ยินคำขอของอินถาแล้วสินะคะ อินถาสามารถตัดชุดแต่งงานรอได้เลยใช่ไหม งื้อ..”
ความตื่นเต้นถึงขนาดหัวเราะดังลั่นห้องอย่างลืมอาย จากนั้นจึงจะเดินไปทิ้งตัวลงกลางเตียง
“เฮ้อ สบายใจจัง...”
แล้วเผลอหลับไปเพราะความเพลียในที่สุด
ด้านของราล์ฟ
ชายร่างสูงหน้าตาลูกผสมระหว่างยุโรปกับเอเชีย กำลังนั่งเอนหลังพิงพนักอยู่บนโซฟายาวหรู ความสบายใจกับความเงียบที่ชื่นชอบทำเขาหลับตาพริ้ม หลังพ่นควันบุหรี่โขมงตรงที่ประจำมาแล้วสักพัก
นานๆเขาจะว่างจากภารกิจสักทีหนึ่ง การจะทำอะไรที่ดูไร้สาระเช่นนั้น ประมาณเดินเข้าไปในร้านสว่างโล่ด้วยแสงไฟสีขาว ห้อมล้อมด้วยกลิ่นยาตลบอบอวลซึ่งไม่ต่างจากโรงพยาบาลที่เขาเข้าออกเป็นว่าเล่น พูดคุยกับผู้หญิงในคราบเสื้อกาวน์คนหนึ่ง แบบปราศจากความรู้สึกและความคิดที่ซ่อนเร้น อย่างมีเลศนัยเจ้าเล่ห์อย่างที่เคยมีมา เนื่องจากไม่มีผลประโยชน์ไม่ใช่เป้าหมายที่ถูกล็อคไว้เพื่อจะต้องไปจบกันบนเตียง บทสนทนาระหว่างเขากับเภสัชจึงทำให้เขาดูหยิ่ง
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มันไม่ใช่เรื่องปกติ แถมค่อนข้างจะเกิดขึ้นยากสำหรับเขา ถ้าไม่ตั้งใจหรือจำเป็น ผ่านการคิดรอบคอบอย่างถี่ถ้วน
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากข้อความดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนข้างๆ นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นทุกห้านาที หากลองแกล้งนับดู
ฟู่ว!
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจ ผงกหัวขึ้นมาหลังจากเห็นข้อความ
'ภายในเดือนนี้นะราล์ฟ นายกำชับมา'
คิ้วดกดำเฉียงลับกับดวงตาคมดั่งเสือ ขมวดเข้าหากันอย่างยุ่งเหยิง เมื่อภารกิจที่ได้รับปัจจุบันถูกเลื่อนเวลาให้เร็วกว่าเดิม
เสียงรัวแป้นพิมพ์ทำลายความเงียบ จังหวะท้องนิ้วแข็งสัมผัส และกดส่งโดยไม่คิดจะทวนก่อน ปลายทางอ่านทันที ก่อนจะเปลี่ยนใจเป็นการโทรกลับมา
(ไม่มีข้อแม้ดิ งานมันเร่งนะโว้ย)
การกดรับของเขาแลกมาด้วยเสียงโวยวาย แม้จะรู้สึกรำคาญ ไม่ชื่นชอบ แต่กลับทำอะไรไม่ได้
“งานเร่ง แต่ก็เป็นงานละเอียดไม่ใช่หรือ”
(อย่างมึงกูเชื่อทำได้อยู่แล้ว เอาตามไอเดียมึงเลย ที่บอกกูเมื่อวาน เข้าทางอีนั่น กูว่าสำเร็จ)
ความร้อนผ่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่ใบหน้า แต่มันคือดวงตาของเขา ชายหนุ่มขึงตากว้าง ผุดจากที่นั่งลุกขึ้นยืน ร้อนรนจนนั่งไม่ติด ประโยคนั้นของเพื่อนรุ่นพี่กำลังจะทำให้เขาหงุดหงิด ถึงขนาดเดินไปเกาะวงกบประตูที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องระเบียงแคบ โชคดียังประตูไม่เลื่อนเปิด มิเช่นนั้นเสียงการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องคอขาดบาดตายอาจเล็ดลอดออกไปเป็นได้
“ผมคิดว่าเธออาจจะซื่อเกินกว่าที่จะ..”
(มึงรู้ได้ไง)
“ผมว่าอีกคนน่าจะดีกว่า รายนั้นอยู่แผนกที่ใกล้สุด”
(หมายถึงคู่อริเพื่อนข้างห้อง?)
“ครับ”
(หื้ม~ ยัยนั่นจะไม่ปากโป้งเอาเหร๊อ ดูท่าทางปากตลาดไม่น่าไว้ใจ อีกคนดีกว่า เด็กข้างห้องมึงนั่นแหละ กูสืบประวัติมันมาแล้ว ดูท่าทางชอบมึงด้วยนี่หว่า ราล์ฟมึงไม่ต้องลังเล เด็กนั่นมันตัวคนเดียว เป็นคนธรรมดา สมมุติตายไปก็ไม่มีใครเดือดร้อน ตามนั้นนะ โอเค กูมีงานต้องทำต่อ)
มือข้างเดิมที่ค้ำวงกบเปลี่ยนเป็นยึดเหนี่ยวกำไว้แน่น หลังปลายสายตัดบทและชิงวางสาย
“แม่ง..”
กัดฟันสบถ หมุนตัวกลับไปหยิบบุหรี่มาสูบต่อ นึกถึงสมองที่บอกโล่งสบายก่อนหน้านั้น ราวกับมันรู้อนาคต ว่าต้องเจอโจทย์หนัก ถึงได้ชำระล้างค้างคาของเก่าออก เพื่อจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องราวที่ทำให้เขาถึงกับยืนเครียดเลยทีเดียว
ร่างสูงเลื่อนประตู พาตัวเองออกไปยืนตากลมตรงระเบียงอย่างเงียบๆอีกรอบ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง ความท้าทายของงาน ที่ได้รับมอบหมายแฟ้มไม่เคยซ้ำ ไม่เคยเลยสักครั้งทำให้ใครเดือดร้อน และจบงานด้วยดีมาโดยตลอด
จนกระทั่ง..เจองานนี้
พร้อมการเดินเข้ามาของเด็กคนนั้น ที่ทำให้วงจรซ้ำๆเปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มรู้สึกไม่เหมือนเดิม ทั้งใจและสมอง
อยู่ๆภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ให้ต้องย้อนกลับไปนึกถึงมันคือความไร้เดียงสา ไร้ซึ่งผลประโยชน์แอบแฝง เลี่ยงไม่ได้ที่จะมองเธอนั้นน่ารัก ก็คือสายตาบริสุทธิ์ ม่านตาที่มักจะเผยออกมาให้เห็นยามใช้จ้องมองเขา
แต่แล้ว..
เขากำลังจะทำเลวกับเธอ โดยใช้ความรู้สึกของเธอเป็นเครื่องมือทำลายใครอีกคน
ชายหนุ่มส่ายหน้า ยิ่งคิดถึงผลที่ตามมาก็ยิ่งเครียด ยิ่งดันทุรังให้ต้องอัดบุหรี่เยอะกว่าปกติ ควันถึงได้พวยพุ่งพัดลอยไปไกล ห้องที่อยู่ใต้ลมจึงรับรู้เจ้าของห้องนั้นอยู่ ถึงได้เปิดประตูระเบียงออกมายืนชะโงกคอ พูดกับเขาทั้งๆที่ยังไม่เห็นเขา
“ขอบคุณสำหรับถุงยา หนูจะใช้มันจนกว่าจะหายเลยค่ะ”
เขาชะงักกึก รีบทำลายบุหรี่โดยการทิ่มมันลงไปกับดินในจานแก้ว ส่วนควันใช้มือโบกเอา ก่อนเงียบฟังเธอพูดต่อ
“หนูรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น ได้ยินเสียงหนูไหมคะ”
“.....”
“ฮัลโหลลล”
“.....”
“หือ ไม่ได้อยู่หรอกเหรอ เมื่อกี้หนูยังได้กลิ่นบุหรี่ของคุณอยู่เลย อ๋าา เงียบเลย หนูคงไปกวนคุณใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษคุณด้วยนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ”
ราล์ฟยืนนิ่ง พออยู่ในบริบทนี้ที่ไม่ใช่ในเวลางาน เหมือนจะทำตัวไม่ถูก ลักลอบกระแอมกระไอเบาๆลักษณะท่าทางดูเลิกลัก อ้าปากเตรียมจะตะโกนตอบทว่าใจเจ้ากรรมกลับขี้ขลาดกลางคันขึ้นมา เลือกที่จะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องไปอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยเธอให้ยืนคุยอยู่คนเดียว ไม่พอยังเลื่อนประตูปิดอีก
