บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 อ่อย

เสียงร้องมาพร้อมกับเท้าสะดุด ผลของการเดินเร็วจนเกินไป แล้วหยุดชะงักกลางคัน เพราะภาพตรงหน้าคือผู้ชายคนหนึ่งยืนเปลือยล่อนจ้อนอยู่

หน้าไม่อาย!

สามารถใช้คำนี้ได้เลย

อินถาอ้าปากค้างมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขึงตาโตก็ตอนเห็นตรงนั้นประเจิดประเจ้อ

“เหวอ!”

เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หลังตั้งสติได้ว่าไม่ควรจ้องนาน กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สาบานเลยว่าสิ่งที่เห็นเต็มสองตาเมื่อครู่ จะไม่มีวันลืม

“ขอโทษค่ะ พี่ไม่คิดว่าหนูจะกลับมาเร็ว”

แล้วถ้าเดินกลับมาช้าจะเป็นยังไงเล่า จะล่องหนหรือหายตัวไปนะหรือ

“คุณมีคาถาหายตัวได้รึไงกัน”

ร่างบางกัดฟันกรอดเอ่ยเสียงแผ่ว ยังคงยืนหันหลังให้เขาอยู่ คนถูกถามกระตุกยิ้ม กลั้นขำ

“ก็จะหันหลังให้ จะไม่ยืนโจ่งแจ้งแบบนี้”

“ห๊า..” ถึงกับลืมตาโพลง คิดตามที่เขาพูด เมื่อคิดยังไงก็ไม่ใช่เหตุผลถึงกับคอตก “คุณก็รอหนูกลับมาก่อนก็ได้นี่ ของสงวนแบบนั้นไม่ควรเอาออกมาให้เห็นกันง่ายๆรู้ไหมคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่ถือ”

What??!

อินถากะพริบตาถี่ เขาโดนซ้อมจนสมองตีลังกากลับหลังไปแล้วกระมัง

“แต่ถาเป็นผู้หญิงนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอโทษก็แล้วกัน ขอผ้าเช็ดตัวให้พี่ได้หรือยัง”

“ยะ อย่าเข้ามานะคะ”

สาวเจ้าโพล่งห้าม หลังเห็นเงาเขาขยับ เผลอแวบคิดถึงอดีต เกี่ยวกับเรื่องบนบานศาลกล่าวที่เคยไปขอเอาไว้ ถ้าจะต้องมีสามีขอให้เป็นคนนี้เท่านั้น

บางทีอาจถึงคิวหล่อน ดวงอาจจะเปิด พระเจ้าถึงได้เสกสร้างให้ความปรารถนาอันเป็นไปโดยธรรมสัมฤทธิ์ผลจนกลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว แต่เหมือนจะเร็วเกินไป ตั้งหลักแทบไม่ทัน

“ถ้างั้นหนูก็เอามาให้พี่สิ”

“มะ ไม่หันไปหรอกค่ะ”

เสียงตอบโต้ดังพร้อมกับการทำหน้าตลก หญิงสาวกลืนน้ำลายทิพย์อีกรอบ หรี่ตาต่ำมองพื้น ภาวนาให้ความประหม่าและไม่เป็นตัวของตัวเองนี้หายไปโดยเร็ว แม้ภาพที่เห็นจะเกิดขึ้นเร็วมาก บวกสติจะหลุดหายไปทุกเสี้ยววินาที ทว่ามวลของภาพทั้งยาวทั้งใหญ่ มหึมาขนาดนั้นเหลือบผ่านแค่แวบก็ยังจดจำเห็น เผลอๆพรุ่งนี้ตื่นเช้ามาเป็นตากุ้งยิงอีก

“อ่าว ถ้าอย่างนั้นทำยังไงถึงจะได้มาละคะ..”

แล้วดูเสียง จะอ่อยทำไมเนี่ยยยย

อินถาหลับตาปี๋ อันที่จริงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เธอชอบ! มันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก ถึงภาพพจน์ของเขาจะย้อนแย้งกับความคิดของเธอที่ผ่านมาก็เถอะ

ย้อนเวลากลับไปสามปีก่อน

หลังจบการศึกษาเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับแม่ของเธอจะแต่งงานใหม่ จึงซื้อคอนโดห้องนี้ให้เป็นของขวัญ เนื่องจากหล่อนยืนยันหัวชนฝาว่าจะไม่ไปอยู่ด้วย ตอนนั้นชีวิตค่อนข้างยุ่งเหยิงพอควร เพราะนอกจากหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว ยังต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆถึงสองอย่างอีก

อย่างแรกคือเรียนรู้งาน อย่างที่สองเรียนรู้การอยู่ตามลำพัง

พิษของความโดดเดี่ยวที่หันไปทางไหนก็ไม่มีใคร บวกกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจำเจ เกือบจะทำให้ต้องแห้งเหี่ยวและเฉาตายไปหลายครั้ง ถ้าเกิดเจ้าของเก่าข้างห้องไม่ย้ายออกไป แล้วมีคนใหม่เข้ามาแทน

ซึ่งคนคนนั้นก็คือเขา ผู้ชายที่ยืนแก้ผ้าหน้าไม่อายอยู่ตรงนี้

แก้ผ้า?

เมื่อมีคำนี้ลอยขึ้นมาในหัว สมองเจ้ากรรมที่เหมือนจะหลับใหลไปชั่วขณะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกระลอก ดวงตาคู่สวยถ่างกว้างขึ้น เส้นเลือดประหนึ่งสายเคเบิ้ลกำลังถูกดึงความจำจากอดีตกลับมาที่เดิม เพื่อแก้ปัญหาเหตุการณ์ที่คาราคาซังอยู่ ทว่าเหมือนไม่ทัน เมื่อผ้าเช็ดตัวในมือเธอหายไป จากการฉวยโอกาสดึงตอนเธอตกอยู่ในภวังค์ของเขา

หือ...

วินาทีนั้นสัญชาตญาณตะโกนบอก การจะทำอย่างนี้ได้นั้น เขาจะต้องอยู่ข้างหลัง และได้ทำการขัดคำสั่งกันเรียบร้อยแล้ว

“หนาวจะตายอยู่แล้วค่ะ..หนูมัวทำอะไรอยู่”

ใช่อย่างที่คิดจริงๆด้วย เธอสัมผัสได้ถึงลมอุ่นๆระต้นคอ พร้อมกับเสียงแหบพร่าที่ฟังแล้วขนลุก

อินถาชะงัก ดวงตาเลิกลั่ก ก่อนจะกระโดดหลบแล้ววิ่งพุ่งออกมาข้างนอก

อร๊ายยยย

“พ่อแก้วแม่แก้ว อะไรวะเนี่ย”

เขาโดนตีหัวตรงจุดสำคัญอย่างนั้นใช่ไหม ถึงได้เป็นแบบนี้ สาวเจ้างุนงงหนักกับเหตุการณ์เป็นที่สุด กว่าจะตั้งหลักได้แล้วเดินกลับไปยังที่ที่เดินจากมา หลังใช้เวลาสงบสติอารมอยู่นาน ก็ตอนเขานอนแผ่กลางเตียง

“หือ..”

สรุป?

ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้อยู่ตรงไหนก่อน!

ผู้ชายข้างห้องต้องการอะไรกันแน่!

อินถาหลับตาพริ้ม ลอบถอนลมหายใจ เดินเข้าไปยืนข้างเตียง เอ่ยถามเสียงแผ่ว พยายามกดความประหม่าเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบเสแสร้งนั้น ราวกับเป็นคนใจดีซะเต็มประดา ทั้งที่ในใจกำลังฉุนเฉียว นิสัยสันดานที่แท้จริงทวงความยุติธรรม ความถูกต้องที่ว่า..ต่อให้เธอชอบมาก ถึงมากถึงที่สุด และดีใจที่ได้ใกล้ชิด แต่ใช่จะยอมให้เขามาทำแบบนี้!

นอนอยู่บนเตียงของสาวโสด!

ถ้าแฟนก็ว่าไปอย่าง Bwah-hah-hah

“เอ่อ..ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ”

หญิงสาวกดเสียงต่ำ ทอดมองเขาที่เผยให้เห็นแค่เพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างและต่างหู น่าแปลกเพียงแค่นั้นกลับทำเธอใจสั่นไม่เบา

“คีย์การ์ดพี่หาย”

“คะ?”

พลางเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาโพล่ง ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม

“คีย์การ์ดพี่หล่นหาย” เขาตอบอีกครั้งน้ำเสียงคงเดิม ก่อนยันตัวลุกขึ้นมา แน่นอนเธอเผลอก้าวถอยหลัง ขณะสายตาจับจ้องกันอยู่ “ตอนไหนพี่เองก็ไม่รู้ รู้อีกทีไม่มีแล้ว กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์ก็ด้วย”

ก็คือหายหมด?

อินถาละสายตาจากใบหน้าอันหล่อเหลาหรี่ต่ำมองพื้น ความสิ้นหวังทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก ความกล้าได้กล้าเสียและกล้าขอของเขาทำเธอไม่กล้าแม้จะปฏิเสธ

เขาคือคนแรกที่ทำให้เธอหลุดออกจากโคจรกรอบของ..ความถูกต้อง

“แค่นอนใช่ไหมคะ”

ถึงกระนั้นความประหม่าก็ยังอยู่ ด้วยคำถามที่สามารถคิดได้สองแง่สองง่าม

“ถ้าอย่างนั้น..เราจะทำอะไรกันดี”

เดี๋ยว!

“ไม่ใช่ค่ะ” สาวเจ้าเร่งโบกมือเป็นพัลวัน พร้อมส่ายหน้าจนผมยุ่ง “หนูหมายถึงแค่นอนใช่ไหม นอนจนเช้าแล้วก็กลับห้องของคุณ หนูไม่ต้องทำอะไรให้คุณทานหรือ..เอ่อ ไม่..”

“ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”

สาวเจ้าชะงัก อ้าปากค้างไว้ในจังหวะขยับพูด เปลี่ยนเป็นพยักหน้าก็ตอนเขาสวนแทรกกะทันหันจนประโยคนั้นไม่จบ

“โอเคค่ะ ก็ดีค่ะ”

“โอเค เดี๋ยวพี่ไปนอนบนโซฟา”

พูดจบก็ลุกพรวดทันที

“เอิ่ม..” หล่อนต้องหลับตาปี๋อีกแล้ว “บอกกันบ้างสิคะ จะลุกจะไรก็”

“อะ ขอโทษค่ะ” เขาพยักหน้า ฉวยหมอนไปลูกหนึ่ง “ถ้างั้น ขออันนี้ด้วยนะคะ”

เสน่ห์และความเท่ของเขาไม่ได้มีแค่หน้าตา แต่มันอยู่ที่การตัดสินใจ ชายหนุ่มจัดการตัวเอง พูดเองเออเองเสร็จสรรพ พลางผละออกจากเตียงและเดินไปยังประตูทางออก โดยไม่วายถือหมอนไปด้วย จังหวะที่เขาเดินผ่านเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอเห็นรอยฟกช้ำ กับบาดแผลขีดข่วนและมีเลือดบนแผ่นหลังของเขาพอดี

“เอ่อ..เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งนอน คุณควร..ทายาก่อนไหม”

ราล์ฟหยุดชะงักมองข้ามไหล่กลับมา

“จะทาให้หรือ”

อินถาเงียบไม่ตอบ เลือกเดินไปเบาอุณหภูมิแอร์ เปิดตู้รื้อหากล่องยาแล้วหยิบกลับมา นั่งลงปลายเตียงช้อนตามองเขา

ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงถอนหายใจพรืด เดินกลับมานั่งลงที่เดิมอีกครั้งหันหลังให้ ก่อนรอยบาดแผลเก่าของเขาจะทำให้มือที่ถือสำลีอยู่ของเธอค้างชะงัก ประมวลคำถามในใจได้สองข้อ

ข้อที่หนึ่ง ทำไมถึงมีบาดแผลจากของมีคม ราวกับช่ำชองเรื่องนี้มาหลายครั้งต่อหลายครั้ง

ข้อที่สอง เขาเป็นใครกันแน่

“พรุ่งนี้หนูทำงานกี่โมงครับ”

พลันหลุดจากภวังค์ด้วยเสียงหล่อพอๆกับหน้าตาของเขา และไม่ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทุกครั้งที่เขาพูดจะต้องทุบสิ่งนั้นทิ้งเพื่อมาฟังเขาทุกครั้ง

“เอ่อ..เช้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นหนูควรนอนได้แล้วนะ”

“แต่แผลของคุณ..”

“ช่างมันค่ะ แค่เช็ดเลือดไม่ให้เปื้อนโซฟาหนูก็พอ”

อินถาใจสั่นอีกแล้ว!

เธอหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากก้มหน้าราวกับพยายามข่มอาการไว้

“ค่ะ..”

ทว่า ยิ่งทำเหมือนยิ่งฝืน ยิ่งดันทุรังให้สมองเจ้ากรรมคิดไกลไปเรื่อย ขณะสายตาจ้องมองแผนหลัง ชนิดแบบใกล้จนเห็นสภาพผิวเกือบถึงรูขุมขน มือบางบีบสำลีแน่นเมื่อเผลอไปนึกถึงคืนนั้น กับความฝันลามก

“อย่าบอกนะว่าหนูนั่งหลับ”

“ฮะ! อ่อๆ ไม่ค่ะ ไม่ได้หลับ”

อร๊ายยยยย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel