2 ตัวช่วยปลดปล่อย
“โธ่เว้ย! นี่เราต้องทนเห็นหน้ายัยเด็กนั่นทุกวันจริงๆ เหรอวะ”
วายุสบถลั่นรถสปอร์ตคันหรู อารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้นิ้วเรียวแกร่งกำพวงมาลัยแน่น ก่อนจะตัดสินใจกระแทกคันเร่งจนมิด เครื่องยนต์สมรรถนะสูงคำรามก้องไปตามท้องถนน เขาต้องการที่ระบายเพื่อดับความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวันจากภาพลักษณ์แสนเชยของตรีอัปสร
ภายในห้องวีไอพีส่วนตัวของบาร์หรูที่ตกแต่งอย่างมีระดับ แสงไฟสลัวโทนส้มสลับม่วงสาดกระทบสร้างเงาตกกระทบบนเรือนร่างอวบอัดของ พิมพ์วดี จนดูเย้ายวนราวกับภาพวาดชั้นดี เธอมาในชุดเดรสเนื้อผ้าซาตินสีหวานที่ดูสวนทางกับภาพลักษณ์สุดฮอต ชุดนั้นรัดรึงไปตามส่วนโค้งเว้า เน้นสะโพกผึ่งผายที่ดูแน่นตึงเปรี๊ยะทุกย่างก้าว
ที่เด่นชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงอกที่คว้านลึกเผยให้เห็นร่องอกลึกขาวผ่อง ทรวงอกอวบอิ่มที่เกินขนาดคัพซีบดเบียดกันจนแทบจะล้นทะลักออกมานอกอาภรณ์ชิ้นน้อย ท้าทายสายตาคมกริบของชายหนุ่มให้จ้องมองอย่างไม่กะพริบตา
ร่างแน่งน้อยเดินนวยนาดส่ายสะโพกโยกย้ายอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะถือวิสาสะหย่อนสะโพกมนลงบนตักแกร่งของวายุอย่างพอดิบพอดี กลิ่นน้ำหอมประจำกายที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ดิบในกายชายหนุ่มให้พุ่งพล่าน เธอโน้มตัวลงไปโอบรอบลำคอหนา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่ข้างใบหู พร้อมกับจงใจเบียดทรวงอกนุ่มหยุ่นเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขาจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว
“รอนานมั้ยคะ... พี่วายุ” ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสดเฉียดกรายซอกคออุ่นที่เริ่มร้อนระอุด้วยแรงอารมณ์ของวายุ สายตาจิกยั่วระคนออดอ้อนของเธอ ผสานกับหุ่นนาฬิกาทรายที่ดูเซ็กซี่จนเกินห้ามใจ ทำให้คนใจร้อนอย่างวายุแทบจะลืมสิ้นทุกความหงุดหงิดในหัว เหลือเพียงความต้องการปรารถนาที่จะลากคนบนตักนี้ไปขยี้ความรุ่มร้อนบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอด
“ไม่นานหรอกครับ พี่ก็เพิ่งมาถึงเอง” วายุตอบพลางวาดแขนโอบรอบเอวบางกิ่ว รั้งร่างของหญิงสาวให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกัน
“เรียกพิมพ์มาด่วนขนาดนี้ คิดถึงพิมพ์ใช่มั้ยคะ”
“ถามทำไม... ก็ต้องคิดถึงสิครับ” วายุไม่พูดเปล่า เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับลำคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกาย แต่แล้วพิมพ์วดีก็ประคองใบหน้าคมสันของเขาให้สบตาเธอ
“คิดถึงแล้วทำไมทำหน้าเซ็งๆ ล่ะคะ?”
“ก็มันเบื่อๆ นี่ครับ” วายุยอมรับเสียงเครียด
“เบื่ออะไรกันคะ พี่วายุงานยุ่งเหรอ?”
“เปล่าหรอก... เบื่อเลขาฯ ตัวเอง ยัยหน้าจืดนั่นน่ะ” แค่เอ่ยถึงสีหน้าของตรีอัปสรเขาก็ฉายแววเบื่อหน่ายออกมาอย่างชัดเจนจนพิมพ์วดีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยววันนี้พิมพ์จะทำให้พี่วายุหายเบื่อหายเซ็งเองนะคะ ว่าแต่... เธอมาเป็นเลขาฯ คนใหม่ของพี่เหรอคะ?”
“อืม!! ยัยนั่นเด็กเส้น พ่อพี่เพิ่งรับมาทำงานวันนี้ แต่อย่าพูดถึงยัยนั่นเลย เสียอารมณ์เปล่าๆ” วายุพูดตัดบทด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับสิ่งสวยงามตรงหน้า มือหนาเริ่มรุกรานฟอนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างคนใจร้อน
“อื้อ! อย่าเพิ่งสิคะ” หญิงสาวอุทานเสียงหลง เมื่อซิปเดรสตัวบางถูกรูดลงอย่างแรงด้วยฝีมือคนเอาแต่ใจ ฝ่ามือร้อนผ่าวขยับเข้าไปกอบกุมทรวงอกสล้างที่เต่งตึงสู้มือ
“ใหญ่ขึ้นนะเนี่ย... เพิ่งไปทำมาเพิ่มเหรอ?”
“คัพซีเลยนะคะ...” พิมพ์วดีตอบเสียงกระเส่า แผ่นหลังบางแอ่นรับสัมผัสจากชายหนุ่ม
“ชอบจังเลย”
“ก็พี่นั่นแหละที่ให้เงินพิมพ์ไปทำ จำไม่ได้เหรอคะ”
“อ้าวเหรอ! พี่จำไม่ได้แล้วนะเนี่ย... ว่าแต่คืนนี้ พิมพ์ไปต่อที่ห้องพี่มั้ย?” วายุถามด้วยสายตาฉ่ำปรอยที่เต็มไปด้วยความใคร่
“ได้สิคะ” ทั้งคู่ประคองกันออกมาที่ลานจอดรถ พิมพ์วดีใช้นิ้วเรียวกรีดกรายไปตามตัวถังรถเฟอร์รารี่สีแดงคันงามที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“เป็นไงบ้างคะ หลังจากที่ได้ขับเจ้าเฟอร์รารี่คันนี้แล้ว”
เธอมองรถราคาหลายสิบล้านที่เธอเพิ่งปิดยอดขายให้เขาได้ในงานมอเตอร์โชว์เดือนก่อนด้วยความปลาบปลื้ม วายุเพียงแต่ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่งในตำแหน่งข้างกาย
เมื่อถึงคอนโดมิเนียมสุดหรู ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อคประตู วายุไม่รอช้าที่จะกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด บทเพลงรักที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยกามารมณ์ระหว่างเขาและพริตตี้คู่ขาจึงเริ่มต้นขึ้นทันที เพื่อชดเชยความแห้งเหี่ยวที่เขาต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน
ในนาทีนั้น... ใบหน้าจืดชืดของเลขาฯ แว่นหนาถูกลบเลือนไปจนสิ้น เหลือเพียงความซ่านสยิวที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ