1 ไม่มีสิทธิ์เลือก
“คุณพ่อครับ... ผมขอเลือกเลขาฯ ของผมด้วยตัวเองไม่ได้เหรอครับ” น้ำเสียงออดอ้อนติดจะโอดครวญของ วายุ ดังขึ้นภายในห้องทำงานหรูหรา เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง เมื่อนึกถึงรายชื่อเลขาฯ คนใหม่ที่จะตบเท้าเข้ามาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้
“เลือกเองแล้วเป็นไง? คราวก่อนเกือบเอาตัวไม่รอด ยังจะกล้ามาปากดีกับฉันอีกเหรอ!” วาทิต ผู้เป็นบิดาตวาดกลับทันควัน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองลูกชายตัวดีอย่างคาดโทษ
“โถ่วว!!!... คุณพ่อครับ ต่อไปนี้ผมจะระวังตัวให้มากกว่าเดิมไงครับ” วายุพยายามต่อรองพัลวัน ในหัวนึกถึงภาพโปรไฟล์ของ ตรีอัปสร หญิงสาวที่บิดาเพลย์เซฟเลือกมาให้ เธอคือคำนิยามของความจืดชืดที่มีชีวิต แว่นตาหนาเตอะ เสื้อผ้าปิดมิดชิดจนถึงคอหอย และใบหน้าที่ไร้การเติมแต่งใดๆ แค่คิดหัวใจเขาก็เหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ
“ไม่ได้! ครั้งนี้ฉันต้องเป็นคนเลือกให้แกเท่านั้น” วายุอ้าปากค้าง เตรียมจะยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาโต้แย้ง มือหนากำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัวด้วยความรู้สึกขัดใจคุณวาทิตยืนคำขาดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังลูกชายเพียงคนเดียวอย่างไม่ยอมลดละ บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยดูโอ่อ่ากลับอึดอัดขึ้นมาทันทีเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“คุณพ่อครับ แต่...”
“ไม่มีแต่!” บิดาตวาดขัดขึ้นทันควันก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งของชายสูงวัยขยับก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับชี้นิ้วลงบนโต๊ะทำงานประหนึ่งตอกย้ำคำสั่งที่ถือเป็นเด็ดขาด
“ถ้าแกไม่เอาคนนี้ แกก็ต้องทำงานคนเดียว! อย่ามาเรียกหาเลขาส่วนตัวจากฉันอีก และอย่าหาว่าฉันไม่เตือน ถ้าแกยังริอาจไปคว้าผู้หญิงหิวเงินพวกนั้นมาทำงานด้วยตัวเองจนเกิดเรื่องอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันจะตัดเงินเดือนและยึดรถทุกคันของแกให้หมด!” พูดจบบิดาก็สะบัดหน้า หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดลงดัง ปัง! ทิ้งให้วายุยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างคนหมดแรง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ในหัวนึกถึงใบหน้าของตรีอัปสรว่าที่เลขาฯ คนใหม่ที่เขาเพิ่งเห็นในแฟ้มประวัติ ยายเด็กเนิร์ดแว่นหนาเตอะที่ดูอย่างไรก็ชวนให้หัวใจแห้งเหี่ยวมากกว่าจะชวนให้มีไฟในการทำงาน
“ให้ตายเถอะ... นี่ฉันต้องตื่นมาเจอหน้ายายจืดชืดนั่นทุกวันจริงๆ เหรอเนี่ย...โถ่ววว!! ชีวิต” วายุบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความเซ็งสุดขีด แต่ก็รู้ดีว่าภายใต้คำขาดของบิดานั้นไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย แม้ในใจจะค้านแค่ไหน แต่เขาก็ต้องจำใจรับเลขาฯ ที่บิดาประเคนมาให้เพียงเพราะบทเรียนราคาแพงที่เขาเคยทำพลาดไว้ในอดีต
สาเหตุที่ทำให้วายุไม่มีสิทธิ์เลือกเลขาฯ เอง ก็มาจากวีรกรรมของเลขาฯ คนเก่าที่สวยสะบัดจนเกือบทำเขาสิ้รชื่อ เรื่องมีอยู่ว่าในคืนหนึ่ง ทรงกลต มือขวาคนสนิทของคุณวาทิต โทรมาแจ้งข่าวร้ายที่เกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรม
“คุณวาทิตครับ ผมเห็นคุณวายุเมาไม่ได้สติ ถูกบริกรสองคนหิ้วปีกออกมาจากผับครับ ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย”
โชคดีที่คุณวาทิตไหวตัวทัน สั่งลูกน้องให้ตามไปชิงตัวลูกชายกลับมาได้ทันควัน ภาพที่ลูกน้องไปเจอคือภาพที่วายุถูกแม่เลขาฯ ตัวแสบ มอมยาจนหลับเป็นตาย และกำลังพยายามลากร่างไร้สติของเขาขึ้นคอนโดหวังรวบหัวรวบหางทำเมียเพื่อยกระดับฐานะ
วายุไปฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล พร้อมกับหลักฐานเป็นคลิปเสียงสารภาพผิดที่บิดาอัดไว้
“ใช่ค่ะ ฉันวางยาเขาเอง... เพราะฉันอยากได้เขาเป็นสามี” คุณวาทิตยอมจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายบวกกับเงินปิดปากอีกก้อนใหญ่ เพื่อให้ผู้หญิงอันตรายคนนั้นออกไปจากชีวิตลูกชาย และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ตำแหน่งเลขาฯ คนใหม่ตกเป็นของ ตรีอัปสร ผู้หญิงที่ตรงข้ามกับสเปกของวายุทุกระเบียดนิ้ว
วายุหลับตาลงอย่างอ่อนใจ ภาพผู้หญิงใส่แว่นหนาประหนึ่งก้นขวดน้ำปลาลอยวนอยู่ในหัว... งานนี้เขาคงต้องใช้ชีวิตวัยหนุ่มท่ามกลางความจืดชืดไปอีกนานแสนนาน