บท
ตั้งค่า

บทที่ 5: คืนแรกในกรงเสือ... กับคนไข้เอาแต่ใจ

บทที่ 5: คืนแรกในกรงเสือ... กับคนไข้เอาแต่ใจ

ผมยืนมองกระเป๋าเป้ใบเดียวของตัวเองที่วางแหมะอยู่กลางห้องรับแขกสไตล์ Industrial Loft ดิบๆ เท่ๆ ผนังปูนเปลือยขัดมัน เพดานสูงโชว์ท่อเดินสายไฟ และเฟอร์นิเจอร์หนังสีน้ำตาลไหม้ราคาแพงระยับ

นี่คือบ้านพักส่วนตัวของพยัคฆ์ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอู่ซ่อมรถยักษ์ใหญ่นั่นเอง... ภายนอกดูเหมือนโกดังเก็บของ แต่ภายในหรูหราจนผมนึกว่าหลุดเข้ามาในคอนโดฯ กลางทองหล่อ

"ยืนบื้ออะไรอยู่คุณหมอ? ทำตัวตามสบายสิ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง"

เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง พยัคฆ์เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบในมือ เขาอยู่ในชุดลำลองกางเกงวอร์มขายาวตัวเดียว... ย้ำว่า "ตัวเดียว" เปลือยท่อนบนโชว์แผงอกกว้างและลอนกล้ามท้อง Six packs แน่นเปรี๊ยะที่มีหยดน้ำเกาะพราว รอยสักรูปเสือที่หัวไหล่ดูขยับไหวราวกับมีชีวิตเมื่อเขาเคลื่อนไหว

ผมรีบเบือนหน้าหนี ภาพตรงหน้ามันดีต่อใจก็จริง แต่มันไม่ดีต่อจรรยาบรรณและความดันโลหิตของผมเลย

"ทำไมไม่ใส่เสื้อ?" ผมถามเสียงเขียว พยายามโฟกัสสายตาไปที่แจกันดอกไม้แห้งบนโต๊ะแทน

"ร้อน..." เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ยืดขาเหยียดอย่างสบายอารมณ์ "อีกอย่าง... แผลมันอับ ใส่เสื้อแล้วคัน หมอเองไม่ใช่เหรอที่บอกให้แผลระบายอากาศดีๆ"

"ผมหมายถึงให้ใส่เสื้อผ้าฝ้ายระบายอากาศ ไม่ใช่ให้แก้ผ้าเดินโทงๆ!" ผมหันไปแหวใส่ "ไปหาเสื้อมาใส่เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะคิดค่าทำขวัญทางสายตาเพิ่ม"

พยัคฆ์หัวเราะร่า "โอเคๆ ... ดุจังวะเมีย... เอ้ย หมอส่วนตัวเนี่ย"

"ห้องนอนผมอยู่ไหน?" ผมรีบตัดบทก่อนจะโดนเขาปั่นประสาทไปมากกว่านี้ "ผมจะเอาของไปเก็บ แล้วก็... ขอตารางเวรดูแลคุณด้วย ว่าต้องทำอะไรบ้าง"

พยัคฆ์ชี้นิ้วไปที่ประตูไม้สักบานใหญ่ชั้นสอง "ห้องนั้นแหละ... อยู่ติดกับห้องกูเลย เวลากูปวดแผลกลางดึกจะได้ตะโกนเรียกสะดวกๆ"

ผมพยักหน้า คว้ากระเป๋าเดินขึ้นบันไดไปทันที โดยมีสายตาของเจ้าของบ้านมองตามหลังมาอย่างไม่วางตา

...

20:00 น.

หลังจากจัดของและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง (เสื้อยืดกางเกงขาสั้น) ผมก็ลงมาข้างล่างตามหน้าที่ 'ลูกหนี้กิตติมศักดิ์'

พยัคฆ์ยังคงนั่งดูทีวีอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้ยอมใส่เสื้อกล้ามสีดำตัวโคร่งแล้ว (ค่อยยังชั่วหน่อย)

"หิวข้าวไหม?" เขาถามโดยไม่ละสายตาจากจอทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

"ไม่หิว ผมกินมาจากโรงพยาบาลแล้ว... ถึงเวลาทำแผลหรือยัง?"

"ยัง... แต่กูอยากอาบน้ำ" เขาหันมามองผมตาแป๋ว "หมอ... ช่วยหน่อยดิ"

"ช่วยอะไร?" ผมเลิกคิ้ว "คุณก็เดินไปอาบเองสิ ขาไม่ได้หัก มือขวาก็ยังดีอยู่"

"ก็หมอบอกเองว่าห้ามแผลโดนน้ำ..." เขาชูแขนซ้ายที่มีผ้ากอซปิดอยู่ "แล้วกูจะอาบยังไงไม่ให้เปียก? มือเดียวถูสบู่ลำบากนะเว้ย โดยเฉพาะ... ข้างหลัง"

สายตาวิบวับนั่นสื่อความหมายชัดเจนจนผมขนลุกเกรียว

"คุณก็ใช้แรป (Plastic wrap) พันแขนไว้สิ หรือไม่ก็ใช้ฝักบัวอาบแค่ช่วงล่าง" ผมเสนอทางออกตามหลักการแพทย์

"ไม่เอา... ไม่สะอาด กูเป็นคนรักความสะอาดมากนะหมอ ไม่ได้อาบน้ำมาวันนึงแล้ว เหนียวตัวจะตายห่า" เขาทำหน้าอ้อนตีนสุดๆ "นะ... เช็ดตัวให้หน่อย สระผมให้ด้วยยิ่งดี ค่าจ้างวันละหมื่นนะเว้ย บริการให้คุ้มหน่อยสิครับคุณลูกหนี้"

คำว่า 'ลูกหนี้' ค้ำคอผมจนจุก ผมสูดหายใจเข้าลึก นับหนึ่งถึงสิบในใจ

"ก็ได้... ไปรอในห้องน้ำ!"

...

ในห้องน้ำ (ที่กว้างกว่าห้องนอนผมที่คอนโด)

บรรยากาศในห้องน้ำปูหินอ่อนสีดำขรึมดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก กลิ่นเทียนหอมอโรมาจางๆ ลอยอบอวล

พยัคฆ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้กันน้ำหน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ท่อนบนเปลือยเปล่าอีกครั้ง ท่อนล่างเหลือแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวหมิ่นเหม่

ผมยืนถืออ่างน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ กับผ้าขนหนูผืนเล็ก พยายามควบคุมมือไม่ให้สั่น

"เริ่มจากสระผมก่อนนะ..." ผมบอกเสียงแข็ง เดินไปยืนซ้อนหลังเขา

ผมเปิดน้ำฝักบัว ปรับอุณหภูมิให้อุ่นพอดี แล้วค่อยๆ ราดลงบนเส้นผมหนานุ่มของเขา กลิ่นแชมพูสูตรเย็นของเขาหอมสดชื่น... ผมลงมือนวดหนังศีรษะให้เขาเบาๆ ตามสัญชาตญาณ

"อืม... สบายหัวชิบหาย..." พยัคฆ์ครางในลำคอเบาๆ หลับตาพริ้ม "มือนิ่มจริงๆ ด้วยว่ะหมอ... นวดแรงอีกนิดได้ป่ะ? ตรงท้ายทอยอ่ะ ตึงมาก"

"สั่งจังนะ..." ผมบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมเพิ่มแรงกดนิ้วให้ "เครียดอะไรนักหนา เส้นเลือดเกร็งไปหมด"

"เครียดเรื่องมึงมั้ง..." เขาตอบหน้าตาย "กลัวมึงหนีหนี้"

"ผมไม่หนีหรอกน่า ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่" ผมล้างฟองแชมพูออกจนสะอาด แล้วใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งหมาดๆ

"ต่อเลยหมอ... เช็ดตัว"

ผมวางผ้าเช็ดผมลง แล้วหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาถือไว้ ใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ เมื่อต้องสัมผัสผิวหนังเปลือยเปล่าของเขาโดยตรง

ผมเริ่มเช็ดจากแผ่นหลังกว้าง... ผิวของเขาร้อนผ่าว กล้ามเนื้อแน่นตึงสู้มือ ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ผ่านการออกกำลังกาย (หรือต่อยตี) มาอย่างหนัก มีรอยแผลเป็นจางๆ ประปราย บ่งบอกถึงประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชน

"คุณ... มีรอยสักเต็มหลังเลยเหรอ?" ผมถามเมื่อเห็นลวดลายกราฟิกสีดำพาดผ่านแผ่นหลังช่วงบน

"อืม... ยันต์ห้าแถว กับเสือเผ่น..." เขาตอบเสียงงัวเงีย "กันตาย... แต่สงสัยจะไม่กันหมอด่า"

ผมเผลอยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะอ้อมมาด้านหน้าเพื่อเช็ดช่วงอกและลำตัว

จังหวะนี้แหละที่อันตรายที่สุด...

พยัคฆ์นั่งกางขาออกเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองหน้าผมที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ระดับอกเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดหน้าผากผม

ผมพยายามเช็ดแบบลวกๆ เร็วๆ ผ่านกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยนั่นไปให้ไวที่สุด

"หมอ..." จู่ๆ เขาก็เรียกเสียงพร่า

"อะ... อะไร?" ผมชะงักมือ

"หน้าแดงนะ..." เขาเอียงคอ "ร้อนเหรอ? หรือ... เขิน?"

"น้ำมันอุ่นต่างหาก!" ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "เสร็จแล้ว! ที่เหลือ... ช่วงล่างคุณเช็ดเอง ผมไม่ทำให้!"

ผมโยนผ้าขนหนูใส่ตักเขา เตรียมจะหันหลังหนีออกจากสถานการณ์ล่อแหลมนี้

หมับ!

มือหนาคว้าข้อมือผมไว้แน่นอีกแล้ว แรงบีบไม่เจ็บแต่ดิ้นไม่หลุด

"เดี๋ยวสิ... ยังไม่ทำแผลเลย จะรีบไปไหน?"

เขาดึงผมกลับมาจนเซไปชนกับเข่าเขา มืออีกข้างของเขาโอบเอวผมไว้หลวมๆ เพื่อกันล้ม

ระยะห่างระหว่างหน้าเราเหลือแค่คืบเดียว... กลิ่นสบู่ กลิ่นกายชาย และกลิ่นอันตรายลอยคลุ้ง

"คุณพยัคฆ์... ปล่อย" ผมกดเสียงต่ำ พยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกว่านี้

"เรียก 'พี่เสือ' สิ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากผม "เรียกพี่เสือ... แล้วจะยอมปล่อย"

"ไม่!"

"งั้นก็ยืนกอดกันอยู่อย่างนี้แหละ... คืนนี้ยาชาคงไม่ต้องใช้แล้วมั้ง ได้ยาใจมายืนใกล้ๆ แบบนี้ หายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง"

ไอ้บ้านี่! มันร้ายกาจที่สุดในสามโลก!

ผมเม้มปากแน่น จ้องตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าไม่ปล่อย... ผมจะเหยียบแผลคุณเดี๋ยวนี้! เอาให้ฉีกถึงกระดูกเลยคอยดู!"

พยัคฆ์หัวเราะ หึๆ ในลำคอ ก่อนจะยอมคลายอ้อมกอดออกช้าๆ แต่สายตายังคงพราวระยับ

"โอเคๆ ... ยอมแพ้เมียหมอ... เอ้ย คุณหมอ" เขายกมือสองข้างขึ้นยอมจำนน "ไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลเถอะครับ... ก่อนที่กูจะทนไม่ไหว จับหมอกินแทนยาหลังอาหาร"

ผมรีบดีดตัวผละออกมา คว้ากล่องปฐมพยาบาลแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องน้ำทันที หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองเพล

คืนแรกยังขนาดนี้... กว่าจะใช้หนี้หมดสามล้านห้า ผมคงหัวใจวายตายก่อนแน่ๆ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel