บทย่อ
'พยัคฆ์' อดีตเฮดว้ากวิศวะฯ ผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าพ่ออู่รถซิ่งและธุรกิจสีเทา เกลียดโรงพยาบาลเข้าไส้ แต่โชคชะตา (หรือเท้าคู่อริ) กลับถีบเขาเข้าไปนอนจมกองเลือดในห้องฉุกเฉิน จนได้เจอกับ 'หมอพริกแกง' แพทย์ ER หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ กะว่าจะอาละวาดให้โรงพยาบาลแตก แต่กลับโดนคุณหมอหน้าหวานตบเรียกสติ (ด้วยวาจา) จนหน้าชาไปถึงขั้วหัวใจ! "ถ้าจะตายก็ไปตายนอกโรงพยาบาล อย่ามาตายเปลืองเตียงคนอื่น!" ประโยคนั้นทำเอาเสือสิ้นลาย... ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอยากได้หมอปากแจ๋วคนนี้มาเป็น 'เมีย' ให้มันรู้แล้วรู้รอด!
บทนำ: ความวายป่วงในคืนเดือนดับ
บทนำ: ความวายป่วงในคืนเดือนดับ
กลิ่นคาวเลือดผสมปนเปไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ... นี่คือ 'น้ำหอม' ประจำตัวที่ผมต้องสูดดมเข้าปอดแทนออกซิเจนบริสุทธิ์มาตลอดสามปีเต็ม
เสียงเครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพดัง ติ๊ด... ติ๊ด... ประสานกับเสียงโอดโอยของคนไข้และเสียงตะโกนสั่งงานของพยาบาล ดังอื้ออึงจนกลายเป็นซิมโฟนีแห่งความตายที่ไม่มีใครอยากฟัง
"หมอพริกแกง! เตียงสามคนไข้หัวใจหยุดเต้นค่ะ!"
เสียงตะโกนของพยาบาลเวรดึกทำให้อาการง่วงซึมจากการเข้าเวรติดต่อกัน 16 ชั่วโมงของผมกระเจิงหายไปในพริบตา ผมทิ้งแก้วกาแฟเย็นชืดในมือ แล้วพุ่งตัวเข้าไปยังเตียงเป้าหมายทันที
ผม... 'นายแพทย์พริษฐ์ กิตติธาดา' หรือที่ใครๆ ก็เรียกกันว่า 'หมอพริกแกง' แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ชีวิตของผมวนเวียนอยู่กับความเป็นความตาย เลือด และน้ำตา ไม่ได้สวยหรูเหมือนในซีรีส์เกาหลีที่หมอมีเวลาไปเดินจีบกันในสวนโรงพยาบาลหรอกนะ
"เตรียม Intubate (ใส่ท่อช่วยหายใจ) ! พี่จอยเตรียมยา Adrenaline ให้ผม... หนึ่ง... สอง... สาม... เคลียร์!"
ผมกดแผ่นกระตุกหัวใจลงบนหน้าอกคนไข้ ร่างนั้นกระตุกขึ้นตามแรงไฟฟ้า ก่อนที่เส้นกราฟบนจอมอนิเตอร์จะเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง ผมถอนหายใจยาว เหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมผ่านหมวกคลุมผมลงมาที่ขมับ
รอดไปอีกหนึ่ง...
แต่ยังไม่ทันที่ก้นผมจะได้สัมผัสเก้าอี้พัก เสียงเอะอะโวยวายราวกับมีจลาจลก็ดังลั่นมาจากหน้าประตูห้องฉุกเฉิน
"เฮ้ย! หลบไป! เฮียกูจะตายห่าอยู่แล้ว หมออยู่ไหนวะ!?"
เสียงตะคอกหยาบคายดังนำหน้ามาก่อนตัว ผมขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์สวมแจ็กเกตยีนส์และเสื้อช็อปเปื้อนคราบน้ำมันนับสิบคนที่กำลังแห่แหนกันเข้ามาในพื้นที่ปลอดเชื้อ พวกเขาหามร่างชายคนหนึ่งที่โชกไปด้วยเลือดเข้ามาวางกระแทกบนเปลเข็นอย่างไม่ปรานีปราศรัย
"ออกไปรอข้างนอก! นี่ห้องฉุกเฉิน ไม่ใช่ตลาดสด!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงโวยวาย เดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาคนเจ็บที่นอนกัดฟันกรอดอยู่บนเตียง
ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวเข้มกร้านแดด บนท่อนแขนซ้ายที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปเสือคำรามมีแผลฉกรรจ์จากการถูกของมีคมฟัน เลือดสีแดงสดไหลทะลักหยดลงพื้นเป็นทางยาว หน้าตาหล่อเหลาแบบดิบเถื่อนนั้นซีดเผือด แต่ดวงตาดุๆ คู่นั้นยังวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"อย่ามายุ่งกับกู!" คนเจ็บตวาดลั่นเมื่อผมพยายามจะเข้าไปดูแผล มือหนาปัดมือผมออกอย่างแรงจนเซถลา "กูไม่รักษา! กูจะกลับบ้าน!"
"เฮีย! เลือดไหลขนาดนี้กลับไม่ได้นะเว้ย!" ลูกน้องคนหนึ่งพยายามห้าม
"กูเกลียดโรงพยาบาล! มึงพากูกลับอู่เดี๋ยวนี้! ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะตัวกู!" เขาคำรามเสียงต่ำ แววตาแข็งกร้าวที่มองกราดไปทั่วห้องทำเอาพยาบาลสาวๆ ตัวสั่นไม่กล้าเข้าใกล้
ผมสูดหายใจเข้าลึก... เส้นความอดทนที่ตึงเปรี๊ยะมาทั้งคืนเริ่มส่งเสียงดัง ผึง
คนไข้ประเภทนี้แหละ... ประเภทที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลก
ผมขยับแว่นสายตากรอบใสให้เข้าที่ ก่อนจะเดินแหวกวงล้อมลูกน้องเขาเข้าไปยืนประจันหน้ากับไอ้คนเถื่อนที่กำลังจะลุกจากเตียง
"ถ้าอยากตายก็เชิญ..."
เสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเยียบของผมทำให้ทุกอย่างเงียบกริบลงทันตา ชายคนนั้นชะงัก หันมาจ้องหน้าผมเขม็ง
ผมกอดอก มองสบตาเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "แต่เชิญออกไปตายนอกรั้วโรงพยาบาล... อย่ามาตายที่นี่ มันเปลืองเตียงคนไข้คนอื่นที่เขารักชีวิต... และที่สำคัญ ผมขี้เกียจเขียนใบมรณบัตรให้พวกที่ตายเพราะความโง่!"
ดวงตาคมกริบของคนเจ็บเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เหมือนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากหมอหน้าจืดๆ ตัวขาวๆ อย่างผม
"มึงว่าไงนะ..." เขาคำรามในลำคอ พยายามจะยันตัวลุกขึ้นมาหาเรื่อง
"หูตึงหรือไง?" ผมสวนกลับทันควัน พร้อมกับชี้ไปที่แผลเหวอะหวะของเขา "แผลฉีกขาดที่ Brachial Artery (เส้นเลือดแดงใหญ่ที่แขน) ถ้าไม่ห้ามเลือดภายในสิบนาที คุณจะเข้าสู่ภาวะ Shock จากการเสียเลือด และสมองจะขาดออกซิเจนจนกลายเป็นผัก หรือไม่ก็ตาย... เลือกเอา จะนอนลงให้ผมเย็บปากแผล หรือจะให้ผมเย็บปากคุณก่อน?"
ทั่วทั้งห้องฉุกเฉินเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ลูกน้องนับสิบอ้าปากค้าง มองหน้าผมสลับกับเจ้านายตัวเองเลิ่กลั่ก
ร่างสูงบนเตียงจ้องหน้าผมนิ่ง นิ่งเสียจนผมนึกว่าเขาจะลุกมาต่อย แต่แล้วมุมปากที่เปื้อนคราบเลือดนั่นกลับกระตุกยิ้มขึ้นมา... รอยยิ้มที่ดูอันตรายชะมัด
"ปากดี..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงอย่างหมดแรง "เออ... รักษาให้กูหน่อยแล้วกันคุณหมอ... แต่ถ้ากูตาย มึงตามกูไปลงนรกด้วยนะ"
ผมแค่นหัวเราะในลำคอ หยิบถุงมือยางมาสวมด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"ไม่ต้องห่วง... นรกน่ะผมไปมาแล้วตอนเรียนแพทย์หกปี ตอนนี้ผมคือยมทูต และยมทูตคนนี้ไม่อนุญาตให้คุณตาย... จำใส่สมองกลวงๆ ของคุณไว้ด้วย!"
วินาทีนั้น ผมไม่รู้เลยว่า การรับเคสคนไข้ปากปีจอคนนี้... จะเป็นการเปิดประตูรับเอาความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโรเข้ามาในชีวิตอัน (ไม่ค่อยจะ) สงบสุขของตัวเอง
และไอ้คนเถื่อนที่นอนมองหน้าผมตาแป๋วอยู่เนี่ย... จะกลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่สลัดยังไงก็ไม่หลุดในอนาคต!

