เกียร์เปื้อนฝุ่น...คุณหมอเปื้อนเลือด

73.0K · จบแล้ว
มาตารดา.
39
บท
423
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

'พยัคฆ์' อดีตเฮดว้ากวิศวะฯ ผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าพ่ออู่รถซิ่งและธุรกิจสีเทา เกลียดโรงพยาบาลเข้าไส้ แต่โชคชะตา (หรือเท้าคู่อริ) กลับถีบเขาเข้าไปนอนจมกองเลือดในห้องฉุกเฉิน จนได้เจอกับ 'หมอพริกแกง' แพทย์ ER หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ กะว่าจะอาละวาดให้โรงพยาบาลแตก แต่กลับโดนคุณหมอหน้าหวานตบเรียกสติ (ด้วยวาจา) จนหน้าชาไปถึงขั้วหัวใจ! "ถ้าจะตายก็ไปตายนอกโรงพยาบาล อย่ามาตายเปลืองเตียงคนอื่น!" ประโยคนั้นทำเอาเสือสิ้นลาย... ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอยากได้หมอปากแจ๋วคนนี้มาเป็น 'เมีย' ให้มันรู้แล้วรู้รอด!

นิยายรักโรแมนติกนิยายYaoiนิยายรักนิยายปัจจุบันคนในใจหมอวิศวกรแบดบอยฟินๆคู่รักลิขิต

บทนำ: ความวายป่วงในคืนเดือนดับ

บทนำ: ความวายป่วงในคืนเดือนดับ

กลิ่นคาวเลือดผสมปนเปไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ... นี่คือ 'น้ำหอม' ประจำตัวที่ผมต้องสูดดมเข้าปอดแทนออกซิเจนบริสุทธิ์มาตลอดสามปีเต็ม

เสียงเครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพดัง ติ๊ด... ติ๊ด... ประสานกับเสียงโอดโอยของคนไข้และเสียงตะโกนสั่งงานของพยาบาล ดังอื้ออึงจนกลายเป็นซิมโฟนีแห่งความตายที่ไม่มีใครอยากฟัง

"หมอพริกแกง! เตียงสามคนไข้หัวใจหยุดเต้นค่ะ!"

เสียงตะโกนของพยาบาลเวรดึกทำให้อาการง่วงซึมจากการเข้าเวรติดต่อกัน 16 ชั่วโมงของผมกระเจิงหายไปในพริบตา ผมทิ้งแก้วกาแฟเย็นชืดในมือ แล้วพุ่งตัวเข้าไปยังเตียงเป้าหมายทันที

ผม... 'นายแพทย์พริษฐ์ กิตติธาดา' หรือที่ใครๆ ก็เรียกกันว่า 'หมอพริกแกง' แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ชีวิตของผมวนเวียนอยู่กับความเป็นความตาย เลือด และน้ำตา ไม่ได้สวยหรูเหมือนในซีรีส์เกาหลีที่หมอมีเวลาไปเดินจีบกันในสวนโรงพยาบาลหรอกนะ

"เตรียม Intubate (ใส่ท่อช่วยหายใจ) ! พี่จอยเตรียมยา Adrenaline ให้ผม... หนึ่ง... สอง... สาม... เคลียร์!"

ผมกดแผ่นกระตุกหัวใจลงบนหน้าอกคนไข้ ร่างนั้นกระตุกขึ้นตามแรงไฟฟ้า ก่อนที่เส้นกราฟบนจอมอนิเตอร์จะเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง ผมถอนหายใจยาว เหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมผ่านหมวกคลุมผมลงมาที่ขมับ

รอดไปอีกหนึ่ง...

แต่ยังไม่ทันที่ก้นผมจะได้สัมผัสเก้าอี้พัก เสียงเอะอะโวยวายราวกับมีจลาจลก็ดังลั่นมาจากหน้าประตูห้องฉุกเฉิน

"เฮ้ย! หลบไป! เฮียกูจะตายห่าอยู่แล้ว หมออยู่ไหนวะ!?"

เสียงตะคอกหยาบคายดังนำหน้ามาก่อนตัว ผมขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์สวมแจ็กเกตยีนส์และเสื้อช็อปเปื้อนคราบน้ำมันนับสิบคนที่กำลังแห่แหนกันเข้ามาในพื้นที่ปลอดเชื้อ พวกเขาหามร่างชายคนหนึ่งที่โชกไปด้วยเลือดเข้ามาวางกระแทกบนเปลเข็นอย่างไม่ปรานีปราศรัย

"ออกไปรอข้างนอก! นี่ห้องฉุกเฉิน ไม่ใช่ตลาดสด!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงโวยวาย เดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาคนเจ็บที่นอนกัดฟันกรอดอยู่บนเตียง

ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวเข้มกร้านแดด บนท่อนแขนซ้ายที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปเสือคำรามมีแผลฉกรรจ์จากการถูกของมีคมฟัน เลือดสีแดงสดไหลทะลักหยดลงพื้นเป็นทางยาว หน้าตาหล่อเหลาแบบดิบเถื่อนนั้นซีดเผือด แต่ดวงตาดุๆ คู่นั้นยังวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"อย่ามายุ่งกับกู!" คนเจ็บตวาดลั่นเมื่อผมพยายามจะเข้าไปดูแผล มือหนาปัดมือผมออกอย่างแรงจนเซถลา "กูไม่รักษา! กูจะกลับบ้าน!"

"เฮีย! เลือดไหลขนาดนี้กลับไม่ได้นะเว้ย!" ลูกน้องคนหนึ่งพยายามห้าม

"กูเกลียดโรงพยาบาล! มึงพากูกลับอู่เดี๋ยวนี้! ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะตัวกู!" เขาคำรามเสียงต่ำ แววตาแข็งกร้าวที่มองกราดไปทั่วห้องทำเอาพยาบาลสาวๆ ตัวสั่นไม่กล้าเข้าใกล้

ผมสูดหายใจเข้าลึก... เส้นความอดทนที่ตึงเปรี๊ยะมาทั้งคืนเริ่มส่งเสียงดัง ผึง

คนไข้ประเภทนี้แหละ... ประเภทที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลก

ผมขยับแว่นสายตากรอบใสให้เข้าที่ ก่อนจะเดินแหวกวงล้อมลูกน้องเขาเข้าไปยืนประจันหน้ากับไอ้คนเถื่อนที่กำลังจะลุกจากเตียง

"ถ้าอยากตายก็เชิญ..."

เสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเยียบของผมทำให้ทุกอย่างเงียบกริบลงทันตา ชายคนนั้นชะงัก หันมาจ้องหน้าผมเขม็ง

ผมกอดอก มองสบตาเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "แต่เชิญออกไปตายนอกรั้วโรงพยาบาล... อย่ามาตายที่นี่ มันเปลืองเตียงคนไข้คนอื่นที่เขารักชีวิต... และที่สำคัญ ผมขี้เกียจเขียนใบมรณบัตรให้พวกที่ตายเพราะความโง่!"

ดวงตาคมกริบของคนเจ็บเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เหมือนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากหมอหน้าจืดๆ ตัวขาวๆ อย่างผม

"มึงว่าไงนะ..." เขาคำรามในลำคอ พยายามจะยันตัวลุกขึ้นมาหาเรื่อง

"หูตึงหรือไง?" ผมสวนกลับทันควัน พร้อมกับชี้ไปที่แผลเหวอะหวะของเขา "แผลฉีกขาดที่ Brachial Artery (เส้นเลือดแดงใหญ่ที่แขน) ถ้าไม่ห้ามเลือดภายในสิบนาที คุณจะเข้าสู่ภาวะ Shock จากการเสียเลือด และสมองจะขาดออกซิเจนจนกลายเป็นผัก หรือไม่ก็ตาย... เลือกเอา จะนอนลงให้ผมเย็บปากแผล หรือจะให้ผมเย็บปากคุณก่อน?"

ทั่วทั้งห้องฉุกเฉินเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ลูกน้องนับสิบอ้าปากค้าง มองหน้าผมสลับกับเจ้านายตัวเองเลิ่กลั่ก

ร่างสูงบนเตียงจ้องหน้าผมนิ่ง นิ่งเสียจนผมนึกว่าเขาจะลุกมาต่อย แต่แล้วมุมปากที่เปื้อนคราบเลือดนั่นกลับกระตุกยิ้มขึ้นมา... รอยยิ้มที่ดูอันตรายชะมัด

"ปากดี..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงอย่างหมดแรง "เออ... รักษาให้กูหน่อยแล้วกันคุณหมอ... แต่ถ้ากูตาย มึงตามกูไปลงนรกด้วยนะ"

ผมแค่นหัวเราะในลำคอ หยิบถุงมือยางมาสวมด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

"ไม่ต้องห่วง... นรกน่ะผมไปมาแล้วตอนเรียนแพทย์หกปี ตอนนี้ผมคือยมทูต และยมทูตคนนี้ไม่อนุญาตให้คุณตาย... จำใส่สมองกลวงๆ ของคุณไว้ด้วย!"

วินาทีนั้น ผมไม่รู้เลยว่า การรับเคสคนไข้ปากปีจอคนนี้... จะเป็นการเปิดประตูรับเอาความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโรเข้ามาในชีวิตอัน (ไม่ค่อยจะ) สงบสุขของตัวเอง

และไอ้คนเถื่อนที่นอนมองหน้าผมตาแป๋วอยู่เนี่ย... จะกลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่สลัดยังไงก็ไม่หลุดในอนาคต!