ตอนที่ 5 สหกรณ์ค่ายทหาร
ตอนที่ 5
สหกรณ์ค่ายทหาร
หลังเช้าวันแรกในครัวรวม สวี่หรานเริ่มเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งในบ้านพักทหาร คนไม่ได้จับตาแค่ว่าทำกับข้าวอะไร แต่จับตาว่าใช้คูปองยังไง ใช้น้ำมันเท่าไหร่ ซื้อของวันไหน ต่อคิวกับใคร และมี เส้น แค่ไหนถึงได้ของดี
ยุคนี้เงินไม่ได้แก้ได้ทุกอย่าง ถ้าไม่มีคูปอง ต่อให้มีกำเงินสดแน่นก็ซื้อของบางอย่างไม่ได้ และถ้ามีคูปองแต่ไม่รู้รอบ ของก็อาจหมดก่อนถึงมือ ดังนั้นคนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่รวยที่สุด แต่เป็นคนที่รู้จังหวะ รู้กติกา และรู้ว่าอะไรควรถาม อะไรไม่ควรถาม
สายวันนั้น หลิวอาอี๋เคาะประตูห้องเบา ๆ “วันนี้ของเข้าที่สหกรณ์ตอนสิบโมง ถ้าจะไปซื้ออะไร รีบไปก่อนคิวจะยาว”
สวี่หรานเงยหน้าจากสมุดกฎบ้านพัก “ของเข้าอะไรคะ”
หลิวอาอี๋ลดเสียงเหมือนบอกความลับ “ได้ยินว่าแป้งกับสบู่ก้อนมาเพิ่ม บางทีอาจมีน้ำมันพืชด้วย แต่ไม่แน่ใจ ต้องไปดูเอง” เธอมองสวี่หรานตั้งแต่หัวจรดเท้า “มีคูปองไหม”
สวี่หรานชะงักเล็กน้อย เพราะของในห้องมีน้อยมาก และคูปองของตัวเองยังไม่ได้รับการจัดสรรเป็นทางการในบ้านพักนี้ เธอมีเพียงเงินสดเล็กน้อยกับของติดตัวจากหมู่บ้าน ไม่พอจะอยู่ได้ยาว
“ยังไม่มีคูปองของบ้านพักค่ะ” สวี่หรานตอบตรง
หลิวอาอี๋ถอนหายใจ “งั้นต้องไปฝ่ายสนับสนุนให้เขาจัดให้ก่อน แต่วันนี้ถ้าช้า ของหมดนะ” เธอชี้นิ้ว “ไปสหกรณ์ได้ แต่ห้ามทำตัวเด่น อย่าพูดเรื่องส่วนตัว อย่าเถียงกับคนต่อคิว เข้าใจไหม”
สวี่หรานพยักหน้า “เข้าใจค่ะ”
สวี่หรานเดินไปฝ่ายสนับสนุนก่อน ตามระเบียบต้องแจ้งเวรออกจากตึก เธอไปป้อมเวร แจ้งชื่อ แจ้งว่าจะไปสหกรณ์ แล้วทหารเวรจดลงสมุดอย่างรวดเร็ว สายตายังมองเหมือนประเมินว่า “คนนี้ไปไหนอีกแล้ว”
ฝ่ายสนับสนุนอยู่ในอาคารปูนเตี้ย กลิ่นเอกสารและหมึกพิมพ์ชัดเจน เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งนั่งหลังโต๊ะไม้ สวี่หรานเข้าไปยืนตรง ยื่นเรื่องอย่างสุภาพ “ขอรับจัดสรรคูปองประจำบ้านพักค่ะ เพิ่งย้ายเข้าอยู่ตามทะเบียน”
เจ้าหน้าที่เงยหน้ามอง “ชื่อ”
“สวี่หรานค่ะ อยู่ห้องของหลู่จิ่งเหยียน”
เจ้าหน้าที่หยุดมือชั่วครู่ ก่อนเปิดแฟ้มค้นอย่างรวดเร็ว เธอพลิกเอกสารแล้วหรี่ตา “มีรายชื่อเพิ่มจริง แต่ยังไม่ครบขั้นตอน ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเซ็นรับรองบัญชีครัวเรือนก่อน”
สวี่หรานถามอย่างใจเย็น “ต้องทำยังไงคะ”
เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่โต๊ะด้านข้าง “กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วไปให้หัวหน้าหน่วยสนับสนุนประทับตรา จากนั้นค่อยเอามาแลกรับคูปองรายเดือน” เธอลดเสียง “วันนี้ถ้าจะไปสหกรณ์ เอาใบรับรองชั่วคราวไปก่อน จะได้ซื้อของพื้นฐาน เช่น สบู่ เกลือ แป้ง แต่ของจำกัด คงต้องรีบ”
สวี่หรานรับแบบฟอร์มแล้วกรอกอย่างรวดเร็ว ชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่มา และสถานะสมรส เธอเขียนให้ชัด ไม่ขูดไม่ลบ เพราะในยุคนี้เอกสารหนึ่งแผ่นผิดเพียงตัวเดียวก็ถูกส่งกลับมาแก้จนเสียเวลา
เมื่อได้ตราประทับชั่วคราว เธอรีบเดินไปสหกรณ์ค่ายทหารตามทางเดินปูนยาว ข้างทางมีป้ายประกาศเรื่องประหยัดน้ำประหยัดไฟ และคำขวัญปลุกใจให้ทำงานเพื่อส่วนรวม
สหกรณ์ค่ายทหารเป็นอาคารเล็กแต่คนแน่น หน้าต่างขายของมีซี่เหล็กกั้น มีชั้นไม้ด้านในวางสบู่ก้อน สีเทาเข้ม แป้งถุงกระดาษ น้ำตาลก้อนเป็นแท่ง ๆ และกล่องชาดำที่วางไว้สูงเหมือนของมีค่า
แถวคนต่อคิวยาวไปถึงนอกประตู ผู้หญิงส่วนใหญ่ถือสมุดคูปองกับถุงผ้า บางคนอุ้มลูก บางคนคุยกันเรื่องราคาเรื่องของเข้า
สวี่หรานยืนต่อท้ายแถวอย่างเงียบ ๆ พยายามทำตัวกลมกลืนที่สุด แต่ยังไม่ทันได้ขยับเท้า เสียงหวานคุ้นหูก็ดังขึ้นข้างหลัง
“สวี่หราน มาซื้อของหรือคะ”
ไม่ต้องหันก็รู้ว่าเป็นใคร เสิ่นอวี้หลานยืนถือสมุดคูปองปกแข็ง หน้าตาเรียบร้อยเหมือนเดิม และยืนอยู่ไม่ท้ายแถว แต่แทรกเข้ามาใกล้หน้าต่างขายของอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนคนที่คนอื่นยอมให้แทรกเพราะไม่อยากมีเรื่อง
สวี่หรานหันไปยิ้มสุภาพ “ค่ะ มาซื้อของพื้นฐาน”
เสิ่นอวี้หลานกวาดตาดูใบรับรองชั่วคราวในมือสวี่หราน แล้วทำตาโต “อ๋อ ยังไม่ได้คูปองประจำบ้านพักหรือคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ “ลำบากนะคะ ช่วงนี้ของขาดบ่อย ถ้าไม่มีคูปองเต็มชุด จะซื้ออะไรไม่ได้เลย”
เสียงพูดไม่ได้ดัง แต่คนรอบข้างได้ยินพอให้เริ่มมอง สวี่หรานรู้สึกเหมือนโดนดึงให้เด่นโดยไม่ต้องออกแรง
เธอตอบเรียบ “ค่ะ เลยมารีบทำเรื่องตามระเบียบ”
เสิ่นอวี้หลานพยักหน้า “ดีค่ะ ทำตามระเบียบดีที่สุด” แล้วลดเสียงเหมือนห่วงใย “แต่ต้องระวังนะคะ บางคนพอไม่มีคูปองก็ไปขอคนอื่นบ้าง ไปแลกบ้าง ถ้าโดนจับตา จะเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับ หลู่จิ่งเหยียน”
สวี่หรานมองตรง “ไม่ขอใครค่ะ ซื้อเท่าที่ซื้อได้”
เสิ่นอวี้หลานยิ้มเหมือนพอใจ “เก่งจังค่ะ” แล้วทำท่าจะเดินไปหน้าแถว ก่อนจะหันกลับมาพูดเหมือนแนะนำ “ถ้าจะซื้อสบู่ เลือกแบบนี้นะคะ ล้างคราบดี ส่วนแป้งต้องดูวันผลิต บางถุงชื้น”
พูดเหมือนมีน้ำใจ แต่จริง ๆ คือการโชว์ว่ารู้หมด และคนอื่นควรฟัง
แถวขยับทีละนิด คนขายของตะโกน “สบู่ก้อนคนละสองก้อน! แป้งคนละครึ่งกิโล! น้ำมันมีจำกัด!”
แถวแตกเสียงฮือทันที เพราะน้ำมันพืชเป็นของสำคัญในบ้านพัก หากไม่มีน้ำมัน การผัดทอดทำไม่ได้ ต้องต้ม ต้องนึ่งอย่างเดียว
สวี่หรานคิดเร็ว ถ้าซื้อได้ควรซื้อ แต่ใบรับรองชั่วคราวอาจซื้อไม่ได้ เธอเตรียมใจแล้วว่าจะซื้อสบู่กับแป้งก่อน ส่วนอย่างอื่นค่อยหาโอกาสใหม่
เมื่อถึงคิว สวี่หรานยื่นใบรับรองชั่วคราวให้คนขาย คนขายเป็นชายวัยกลางคนหน้าเฉย เขาดูเอกสารแล้วส่ายหน้า “ใบนี้ซื้อได้เฉพาะของจำเป็น สบู่ได้ แป้งได้ น้ำมันไม่ได้ ต้องใช้คูปองน้ำมัน”
สวี่หรานพยักหน้า “รับทราบค่ะ เอาสบู่สองก้อนกับแป้งครึ่งกิโลค่ะ”
คนขายหยิบของให้รวดเร็ว สวี่หรานยื่นเงินจ่ายแล้วรับถุงกระดาษมา กลิ่นแป้งใหม่กับกลิ่นสบู่ก้อนแรงแบบสบู่ยุคนี้ลอยขึ้นทันที
ขณะกำลังจะถอยออกจากหน้าต่างขายของ เสิ่นอวี้หลานที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้นเสียงพอดีให้คนได้ยิน “สวี่หรานคะ ถ้าอยากได้น้ำมัน เดี๋ยวฉันแบ่งให้เล็กน้อยก็ได้นะคะ เกรงว่าจะลำบาก”
ประโยคนี้ฟังเหมือนเมตตา แต่สำหรับคนในบ้านพักทหาร การ “แบ่งน้ำมัน” คือการ “แบ่งคูปอง” ทางอ้อม และถ้าสวี่หรานรับ ต่อให้ไม่ผิดระเบียบชัด ๆ ก็จะถูกเอาไปพูดว่าอาศัยคนอื่น อาศัยเส้น หรือแย่กว่านั้น ถูกพูดว่าแลกเปลี่ยนผิดระเบียบ
สายตาหลายคู่หันมาทันที เหมือนรอคำตอบเพื่อเอาไปต่อเรื่อง
สวี่หรานยิ้มสุภาพ “ขอบคุณค่ะ แต่ไม่รับค่ะ” เธอพูดชัด “ของจำกัด ทุกบ้านต้องใช้ จะทำเรื่องคูปองให้ถูกต้องแล้วค่อยซื้อเอง”
เสิ่นอวี้หลานยิ้มค้างเล็กน้อย ก่อนหัวเราะ “สวยงามมากค่ะ ทำตัวเป็นแบบอย่างจริง ๆ”
สวี่หรานไม่สนใจ เธอถอยออกจากหน้าต่างขายของ เดินออกมานอกสหกรณ์ แล้วพบหลิวอาอี๋ยืนรออยู่แถวเสา สีหน้ากังวล
“ซื้อได้ไหม” หลิวอาอี๋ถาม
สวี่หรานยกถุงให้ดู “ได้สบู่กับแป้งค่ะ น้ำมันไม่ได้ ต้องรอคูปองเต็ม”
หลิวอาอี๋ถอนหายใจ “ดีแล้ว อย่างน้อยมีสบู่ เดี๋ยวคนในตึกจะไม่เอาไปพูดเรื่องกลิ่นตัวหรือ ความสกปรก” เธอเหลือบมองกลับไปที่สหกรณ์ “เสิ่นอวี้หลานมายุ่งอีกหรือ”
สวี่หรานพยักหน้าเบา ๆ “เสนอจะแบ่งน้ำมัน”
หลิวอาอี๋ทำหน้าตึง “อย่ารับเด็ดขาด รับเมื่อไหร่ วันพรุ่งนี้คนทั้งตึกจะพูดว่าเอาคูปองคนอื่นมาใช้”
สวี่หรานตอบนิ่ง “ไม่รับค่ะ”
ระหว่างเดินกลับบ้านพัก ลมพัดเย็นแต่ใจ สวี่หรานนิ่งกว่าเดิม เธอเริ่มมองเห็นแล้วว่า เกมในบ้านพักทหารไม่ได้เล่นกันด้วยตะโกนหรือด่าแรง ๆ แต่เล่นด้วยข้อเสนอแสนดีที่ทำให้คนติดกับ แล้วถูกเอาไปต่อความให้กลายเป็นความผิด
เมื่อกลับถึงตึก สวี่หรานขึ้นบันไดพร้อมถุงแป้งและสบู่ คนตามทางเดินมองถุงในมือเหมือนตรวจว่าซื้ออะไรได้บ้าง เพราะในยุคนี้ ถุงของใครคือการบอกฐานะการเข้าถึงของ
เธอเข้าห้อง วางของลง แล้วนั่งกรอกเอกสารเพื่อขอคูปองเต็มชุดให้เสร็จที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เพราะอยากซื้อของมากมาย แต่เพราะรู้แล้วว่า หากไม่มีคูปองตามระเบียบ ชีวิตในบ้านพักนี้จะถูกบีบให้จนมุมง่ายมากและที่สำคัญ…เธอจะไม่ยอมให้ใครใช้คำว่า “ช่วยเหลือ” มาเป็นเชือกผูกคออีกครั้ง
