เกิดใหม่ในยุค80ภรรยาลับของท่านนายพลจอมดุ

104.0K · จบแล้ว
ปะหนัน
51
บท
235
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง…ชีวิตกลับมาเริ่มต้นในยุค 80 ที่คูปองคืออำนาจ ถ่านคือเส้นเลือดของครัวเรือน และกระดาษหนึ่งแผ่นสามารถทำลายคนทั้งชีวิตได้ สวี่หรานไม่เคยคิดว่า การเป็นภรรยาลับของนายพลจอมดุ จะอันตรายยิ่งกว่าสนามรบ บ้านพักทหารที่ดูเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มปลอม คำพูดสองความหมาย และตราประทับที่พร้อมใส่ร้ายทุกเมื่อ เขาเย็นชาเหมือนเหล็กกล้า เธอฉลาดและไม่ยอมถูกเหยียบ เมื่อเกมอำนาจเริ่มจากถ่านหนึ่งกระสอบ และจบลงที่ศักดิ์ศรีของทั้งค่ายครั้งนี้ เธอจะไม่เป็นหมากแต่จะเป็นคนที่พลิกกระดานเอง

เกิดใหม่ในนิยายนิยายทหารนิยายรักโรแมนติก

ตอนที่ 1 ตื่นมาในปี 80 กับทะเบียนสมรสที่ไม่มีใครยอมรับ

ตอนที่ 1

ตื่นมาในปี 80 กับทะเบียนสมรสที่ไม่มีใครยอมรับ

เสียงลมหนาวพัดลอดหน้าต่างไม้เก่า ๆ เข้ามาปะทะแก้มจนเย็นชา สวี่หรานสะดุ้งตื่นบนเตียงแข็งเหมือนแผ่นไม้กระดาน กลิ่นผ้าห่มชื้นอับเจือกลิ่นควันเตาถ่านติดปลายจมูก ทุกอย่างรอบตัวไม่ใช่ห้องเช่าที่คุ้นเคย ไม่ใช่โต๊ะทำงาน ไม่ใช่เสียงรถบนถนนใหญ่ หากเป็นห้องดินเล็ก ๆ ในชนบทที่มีเพียงตะเกียงน้ำมันตั้งอยู่หัวเตียง แสงสั่นไหวเหมือนหัวใจที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

หัวปวดหนึบเหมือนมีใครเอาค้อนเคาะเบา ๆ หลายครั้ง ภาพหนึ่งกระแทกเข้ามาในสมอง อุบัติเหตุ เสียงเบรก เสียงกระแทก แล้วความมืด แต่เมื่อพยายามลุกขึ้น ภาพใหม่ก็แทรกเข้ามาอีกชุด เป็นความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเอง ทุ่งข้าวโพดหลังบ้าน เสียงคนในบ้านด่าทอเรื่องข้าวสาร เรื่องคูปอง เรื่องปันส่วน และชื่อของผู้ชายคนหนึ่งที่ทุกคนพูดถึงเหมือนพูดถึงเงา…หลู่จิ่งเหยียน

สวี่หรานยกมือกดขมับ หายใจถี่ขึ้น จนได้ยินเสียงตัวเองชัดกว่าลมหนาว เธอก้มมองมือ เห็นผิวหยาบกว่าเดิมเล็กน้อย เล็บมีรอยทำงาน เสื้อหนาว สีหม่นที่สวมอยู่เป็นเสื้อแบบยุคเก่า ไม่ใช่เสื้อผ้าสมัยใหม่

“นี่มัน…อะไร”

เสียงของเธอออกมาแหบพร่า แต่สิ่งที่ตอบกลับคือความเงียบ และเสียงไก่ขันอยู่ไกล ๆ

ประตูไม้ดังเอี๊ยด ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามา ใบหน้าบึ้งตึงเหมือนเก็บความโกรธไว้ทั้งคืน เขามองเธอราวกับมองภาระที่อยากโยนทิ้ง “ฟื้นแล้วหรือ จะนอนกินข้าวเฉยๆอีกนานแค่ไหน”

ยังไม่ทันตั้งตัว หญิงวัยกลางคนอีกคนเดินตามมา มือถือถ้วยน้ำร้อนสีคล้ำ “ดื่มน้ำแล้วรีบลุก วันนี้ต้องไปอำเภอ ไปทำเรื่องหย่าให้จบ บ้านนี้จะไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ต่อ”

สวี่หรานชะงัก ความทรงจำของร่างนี้ไหลทะลักขึ้นมาเหมือนน้ำแตกตลิ่ง แต่งงานที่ไม่มีพิธี ไม่มีคนรู้ มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นที่ประทับตราไว้และถูกซ่อนในตู้ไม้เก่า ๆ สามีเป็นทหารยศสูงประจำค่ายไกลบ้าน ไม่เคยกลับมาสักครั้ง ไม่เคยส่งข่าวตรง ๆ ทุกอย่างผ่านคำพูดของคนอื่น จนคนในหมู่บ้านหัวเราะเยาะว่าเป็นเมียลอย เมียเงาและตอนนี้ คนในบ้านอยากลบเงาทิ้งเสียที

สวี่หรานรับถ้วยน้ำร้อนมา มือเย็นจนถ้วยสั่นนิด ๆ แต่สายตาเริ่มนิ่ง เธอไม่ใช่คนเดิมที่ถูกด่าแล้วก้มหน้า ความทรงจำใหม่มาพร้อมสัญชาตญาณเอาตัวรอดแบบคนที่เคยอยู่ในสังคมแข่งขัน

“ไม่หย่าค่ะ” เธอตอบชัด

ทั้งสองคนชะงักเหมือนหูฝาด ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงหยัน “ไม่หย่า แล้วจะอยู่กินอะไร อยู่ไปให้คนทั้งหมู่บ้านชี้หน้าหรือไง”

หญิงวัยกลางคนเสริมทันควัน “หลู่จิ่งเหยียนไม่เคยมา ไม่เคยยอมรับ คนเขาหัวเราะว่าเราหลงเชื่อคำโกหก ถ้าไม่หย่า บ้านนี้เสียหน้า จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

สวี่หรานวางถ้วยน้ำร้อนลงช้า ๆ “ทะเบียนสมรสอยู่ไหนคะ”

คำถามนี้ทำให้บรรยากาศเงียบ หญิงวัยกลางคนเบิกตา “ถามทำไม”

“เพราะถ้าจะแยกทาง ต้องมีเหตุผลและต้องถูกต้องตามกฎหมาย” สวี่หรานพูดเรียบ ๆ “แต่ถ้าเป็นทะเบียนสมรสจริง นั่นหมายถึงสถานะถูกต้องตามกฎหมาย ใครก็ลบไม่ได้ด้วยปาก”

ชายวัยกลางคนหน้ามืดเหมือนถูกตบ “พูดเหมือนเรียนมาจากไหน” เขาก้าวเข้ามา “อย่ามาสร้างเรื่อง!”

สวี่หรานไม่ถอย “ขอทะเบียนสมรสค่ะ จะไปค่าย ไปถามเจ้าตัวเอง”

คนในบ้านหน้าซีดทันที เพราะค่ายทหารไม่ใช่ตลาดที่ใครอยากเข้าก็เข้าได้ ในยุคนี้เรื่องทหารคือเรื่องระเบียบ เรื่องหน้าที่ เรื่องความมั่นคง ใครเข้าไปโวยวายอาจถูกจับตาได้

หญิงวัยกลางคนพยายามดึงเสียงให้นุ่มลง “ไปค่ายแล้วได้อะไร ผู้หญิงคนเดียวจะไปทำอะไรได้ เขาเป็นนายพลนะ คนใหญ่คนโต จะมายอมรับง่าย ๆ หรือ”

สวี่หรานมองตรง “ยอมรับหรือไม่ยอมรับ ต้องให้เขาพูดเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นตัดสินแทน”

ชายวัยกลางคนกัดฟัน ก่อนเดินไปเปิดตู้ไม้ เก่า ๆ หยิบสมุดปกแดงออกมาอย่างไม่เต็มใจ ยัดใส่มือเธอ “เอาไป! ไปให้รู้แล้วกลับมาเซ็นหย่าให้จบ บ้านนี้ไม่อยากมีเรื่องกับค่าย”

สวี่หรานก้มมองสมุดปกแดง หัวใจเต้นแรงไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนี่คือกุญแจของชีวิตร่างนี้ เธอเปิดดู เห็นชื่อของตัวเองกับชื่อหลู่จิ่งเหยียนประทับตราไว้ชัดเจน ทุกอย่างจริง ไม่ใช่ข่าวลือ

ข้างนอกบ้าน เสียงคนคุยกันดังจากรั้วไม้ไผ่ เด็กวิ่งเล่น มีคนหอบฟืน มีคนยืนต่อคิวหน้าร้านค้าเล็ก ๆ ที่รับแลกคูปองกับข้าวสาร ชีวิตยุคนี้ผูกกับคูปองและปันส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การมีสถานะ ภรรยาทหาร อาจทำให้ได้สิทธิ์บางอย่าง แต่การถูกมองว่าเป็นภรรยาที่ไม่มีตัวตนกลับทำให้ถูกกดหัวหนักกว่าเดิม

สวี่หรานสะพายถุงผ้าฝ้าย ใส่สมุดทะเบียนสมรสไว้ข้างใน ใส่เงินเล็กน้อยที่หาได้ ใส่ข้าวสารและเกลืออย่างพอดี เพราะไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่ เธอออกจากบ้านท่ามกลางสายตาคนในหมู่บ้านที่เริ่มมองตามเหมือนดูคนจะไปทำเรื่องใหญ่

“ไปค่ายจริง ๆ หรือ” เสียงหนึ่งกระซิบ

“ผู้หญิงแบบนี้จะไปเจอใคร เขาเป็นนายพลนะ” อีกเสียงหัวเราะ

สวี่หรานไม่ตอบ ไม่หันกลับ เธอเดินไปตามถนนดินแดง สองข้างทางเป็นทุ่งโล่งกับบ้านดินประปราย ลมหนาวปะทะหน้า แต่ใจกลับนิ่งขึ้นทีละน้อย

ถ้าหลู่จิ่งเหยียนต้องการแต่งงานเพราะ “ความจำเป็น” ก็ให้เขาพูดเองว่า จำเป็นแค่ไหน

ถ้าไม่ต้องการเธอจริง ๆ ก็ให้เขาพูดเองว่า จะหย่าอย่างถูกต้องแต่ถ้าทะเบียนสมรสเป็นจริง แล้วปล่อยให้เธอถูกซ่อนเหมือนเงามานาน…ครั้งนี้เธอจะเป็นคนดึงเงานั้นออกมายืนกลางแดดด้วยตัวเอง