บท
ตั้งค่า

บทที่ 4: ของขวัญเซอร์ไพรส์จากนรก

บทที่ 4: ของขวัญเซอร์ไพรส์จากนรก

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท่าเรือหมายเลข 9

เสียงไซเรนของรถตำรวจดังระงมไปทั่วบริเวณท่าเรือ รถกระบะของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดกว่า 5 คันพุ่งเข้ามาปิดล้อมโกดังสินค้าของตระกูลอัศวเหมอย่างรวดเร็ว

ภาคิน ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ พร้อมกับ รินรดา ที่สวมแว่นกันแดดอันโตเพื่ออำพรางตัว ทั้งคู่แสยะยิ้มให้กันอย่างผู้มีชัย

"พี่คินแน่ใจนะคะว่าตำรวจจะเจอ?" รินรดากระซิบถาม "แน่ใจสิ" ภาคินหัวเราะในลำคอ "พี่ให้คนยัดของกลางไว้ในขาโต๊ะทุกตัว ถ้าตำรวจผ่าออกมา รับรองว่าไอ้คิรากรณ์ดิ้นไม่หลุดแน่ อัศวเหมจบเห่ก็คราวนี้แหละ!"

ภาพที่ภาคินวาดฝันไว้คือ คิรากรณ์ถูกใส่กุญแจมือ และหุ้นของวรโชติกรุ๊ปจะพุ่งทยานเพราะคู่แข่งล้มละลาย

"ขออนุญาตตรวจค้นครับ!" หัวหน้าชุดจับกุมตะโกนเสียงดัง พร้อมโชว์หมายค้น

ประตูโกดังบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก... แต่แทนที่จะพบกับความโกลาหล คนงานกลับยืนเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบ และตรงกลางนั้น มีเก้าอี้กำมะหยี่ตัวหรูวางอยู่ ร่างสูงสง่าของ คิรากรณ์ นั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์ ราวกับกำลังนั่งดูละครเวที ไม่ใช่กำลังถูกตำรวจบุก

"มากันเร็วกว่าที่คิดนะท่านสารวัตร" คิรากรณ์วางถ้วยชาลง "มีธุระอะไรกับโกดังเก็บสินค้าบริจาคของผมหรือ?"

"สินค้าบริจาค?" สารวัตรขมวดคิ้ว "เราได้รับแจ้งว่าสินค้าล็อตนี้มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ขอให้เราตรวจสอบด้วยครับคุณคิรากรณ์"

"เชิญ..." คิรากรณ์ผายมืออย่างใจกว้าง รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่ถ้าไม่เจออะไร... เตรียมเขียนใบลาออกไว้ได้เลยนะ"

ภาคินที่แอบดูอยู่เริ่มใจคอไม่ดี "ทำไมมันดูมั่นใจจังคะพี่คิน?" รินรดาถามเสียงสั่น "มันแค่เก๊กไปงั้นแหละ! ของอยู่ในนั้นชัดๆ!" ภาคินกัดฟัน

ตำรวจกรูกันเข้าไปที่กองลังไม้ที่ประทับตราบริษัทวรโชติ (ซึ่งภาคินใช้ชื่อปลอมในการส่ง) พวกเขาใช้ขวานจามลังไม้ออก และลากเอาโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ออกมา

"ผ่าขาโต๊ะเลย! สายรายงานว่าซ่อนอยู่ในนี้!" สารวัตรสั่งการ

ปัง! ปัง!

เสียงขวานสับลงบนขาโต๊ะไม้สักจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกสายตาจ้องมองเขม็ง ภาคินกลั้นหายใจ เตรียมรอชมความพินาศของศัตรู

กริ๊ก... ซ่า...

สิ่งที่ไหลทะลักออกมาจากขาโต๊ะไม่ใช่ผงสีขาวราคาแพงระยับ... แต่มันคือ "ทรายแมว"!!

เม็ดทรายสีเทาหยาบๆ ไหลกองลงบนพื้นจนพูน ภาคินเบิกตาถลนแทบถลนออกจากเบ้า "ทะ... ทรายแมว!?"

ตำรวจรีบผ่าโต๊ะตัวอื่นอีก ตัวที่สอง... ตัวที่สาม... ตัวที่สิบ... ทุกตัวมีแต่ทรายแมวเต็มไปหมด!

เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากคิรากรณ์ เขาปรบมือช้าๆ แปะ... แปะ... แปะ... "ยอดเยี่ยมมากท่านสารวัตร... ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าการขนทรายแมวไปบริจาคให้มูลนิธิสัตว์พิการมันผิดกฎหมายร้ายแรงขนาดนี้"

"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!" ภาคินเผลอตะโกนออกมาอย่างลืมตัว หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาทที่เขาลงไปกับยาล็อตนี้... กลายเป็นทรายแมวโง่ๆ ได้ยังไง!?

คิรากรณ์หันขวับมามองทางที่ภาคินยืนอยู่ทันที ราวกับรู้ตำแหน่งอยู่แล้ว "อ้าว... นั่นคุณภาคิน คู่หมั้นของหุ้นส่วนผมไม่ใช่เหรอ?"

คิรากรณ์ลุกขึ้นเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหาตำรวจ พลางชี้ไปที่ภาคิน "สารวัตรครับ ผู้ชายคนนั้นดูมีพิรุธนะ... หรือว่าเขาจะเป็นคนแจ้งเบาะแสเท็จ?"

สายตานับร้อยคู่ รวมทั้งตำรวจ หันขวับไปมองภาคินเป็นตาเดียว "เปล่านะ! ผมแค่ผ่านมา!" ภาคินละล่ำละลัก รีบลากแขนรินรดาถอยหนี "ไปเร็วริน! อยู่ไม่ได้แล้ว!"

ทั้งคู่วิ่งหนีขึ้นรถราวกับหมาจนตรอก ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของคนงานท่าเรือ ความอับอายครั้งนี้... ภาคินจำจนวันตาย! นอกจากจะเสียเงินฟรี 50 ล้าน ยังเสียหน้า และเกือบจะถูกตำรวจเพ่งเล็งอีกด้วย

...

ติ๊ง!

เสียงข้อความเข้าในมือถือของ มนต์มีนา ที่กำลังนั่งจิบไวน์ดูไลฟ์สดเหตุการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดที่คิรากรณ์ส่งมาให้

ข้อความจาก: Satan (คิรากรณ์) Attached Image: รูปกองทรายแมว ข้อความ: "หมาของเธอวิ่งหางจุกตูดไปแล้ว... ฉันทำตามสัญญาแล้วนะ คืนนี้ย้ายมาได้เลย ฉันจะรอ 'เก็บค่าจ้าง' ที่ห้อง"

มนต์มีนาวางแก้วไวน์ลง รอยยิ้มพึงพอใจประดับบนใบหน้า "สมน้ำหน้า... 50 ล้านนั่นถือเป็นดอกเบี้ยก้อนแรกก็แล้วกันนะภาคิน"

เธอหันไปมองกระเป๋าเดินทาง 3 ใบใหญ่ที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว การแก้แค้นยกแรกจบลงด้วยชัยชนะที่งดงาม... แต่สงครามเพิ่งจะเริ่ม การก้าวเข้าไปอยู่ในถ้ำเสือของคิรากรณ์ อาจจะอันตรายยิ่งกว่าการสู้กับงูพิษอย่างภาคิน

"เอาล่ะ..." มนต์มีนาสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เป็นนางมารเจ้าเสน่ห์ "ได้เวลาไปปั่นหัวราชามาเฟียแล้ว!"

...

ณ เพนต์เฮาส์หรูระฟ้า ชั้น 50 ของคิรากรณ์

มนต์มีนาลากกระเป๋าเข้ามาในห้องโถงที่กว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีดำ-ทอง ดูลึกลับและหรูหราเหมือนเจ้าของ แต่ทว่า... บรรยากาศกลับเงียบเชียบผิดปกติ

"คุณคิรากรณ์?" เธอเรียกเบาๆ

ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึ่บ! ความมืดเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นมือตัวเอง มนต์มีนาชะงัก ลมหายใจสะดุด มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ จากหน้าต่างบานยักษ์ที่ส่องเข้ามา

หมับ!

อ้อมแขนปริศนารวบเอวเธอจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอ จนขนอ่อนลุกชัน "มาช้าจังนะ..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างหู "ฉันรอจน... 'หิว' จะแย่อยู่แล้ว"

มนต์มีนาใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนน่าตกใจ เกมของเธอกับเขากำลังจะเริ่มขึ้น... และดูเหมือนเขาจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกคุมเกมง่ายๆ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel