1
ค่ำคืนอันเงียบงันปกคลุมตึกสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากอาคารข้างเคียงทยอยดับลงทีละชั้น เหลือเพียงบางห้องที่ยังสว่างราวกับกำลังต่อสู้กับโชคชะตา และหนึ่งในนั้นก็คือห้องทำงานของบริษัทการตลาดชื่อดังแห่งหนึ่ง
ภายในห้องอันกว้างขวาง หลินซูซิน นักการตลาดสาววัยยี่สิบหกปี กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการอดนอนหลายคืนติดต่อกัน
บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยแก้วกาแฟเปล่า ซองขนม และเอกสารที่กองสูงราวภูเขา เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังรัวไม่หยุดราวกับกำลังแข่งกับเวลา
คติประจำใจของหลินซูซินคือ ‘เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า’
แต่ในความเป็นจริงเธอมักจะต่อท้ายประโยคนี้อยู่เสมอว่า ‘แต่ถ้าไม่ทำเลย ก็สบายตั้งแต่ตอนนี้’
น่าเสียดายที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่เคยเปิดโอกาสให้เลือกทางหลัง
โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าประกาศชัดเจนว่า หากดราฟต์งานชิ้นนี้ไม่เสร็จภายในคืนนี้ คนที่ได้ไปพักยาวอาจไม่ใช่โปรเจกต์ แต่เป็นเธอเอง
"อีกนิดเดียว..."
ซูซินจ้องสไลด์หน้าสุดท้ายด้วยสายตาเลื่อนลอย
"อีกแค่หน้าสุดท้ายจริง ๆ"
เธอยกกาแฟขึ้นดื่ม แต่เพิ่งนึกได้ว่าในแก้วไม่มีอะไรเหลือแล้ว หญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพิมพ์งานต่อ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง หัวใจของเธอกลับกระตุกอย่างรุนแรง
ตึก!
ปลายนิ้วที่กำลังพิมพ์ชะงักค้าง ความเจ็บปวดแปลบแล่นผ่านกลางอก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบหัวใจของเธออย่างโหดเหี้ยม
"อึก..." ซูซินยกมือกุมหน้าอก ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว
เธอพยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ แต่แขนกลับไร้เรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงฟุบกับโต๊ะทำงาน ความมืดค่อย ๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอ
และสิ่งสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในสมอง
ไม่ใช่พ่อแม่
ไม่ใช่เพื่อน
ไม่ใช่แฟนเก่า
แต่เป็นประโยคที่สะเทือนใจมนุษย์ออฟฟิศทุกคน
‘งานยังไม่ได้เซฟ’
จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ
"ฮูหยิน!"
"ฮูหยินฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!"
"รีบไปตามหมอหลวงเร็วเข้า!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นราวกับมีคนถูกฆ่าตายอยู่ข้างหู
หลินซูซินสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นทันที ภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพดานสีขาวของโรงพยาบาล
ไม่ใช่เครื่องวัดชีพจร และไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แต่กลับเป็นผ้าม่านแพรไหมสีแดงสดที่ห้อยระย้าจากเตียงหลังใหญ่ ลวดลายปักดิ้นทองงดงามประณีตราวกับงานศิลป์ชั้นสูง กลิ่นกำยานและเครื่องหอมลอยอวลอยู่ในอากาศ
ซูซินกะพริบตาถี่ ๆ อย่างสับสน เธอหันมองไปทางด้านข้าง ก่อนจะพบหญิงสาวในชุดจีนโบราณกำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า
"ที่นี่ที่ไหน..." ซูซินเอ่ยเสียงแหบ
"แล้วเธอเป็นใคร"
หญิงสาวผู้นั้นเบิกตากว้าง ก่อนจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
"ฮูหยินจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ บ่าวชื่อเสี่ยวเป่าเจ้าค่ะ"
"เสี่ยวเป่า"
"เจ้าค่ะ!"
หญิงสาวพยักหน้ารัวเร็วราวกับจะหลุดออกจากคอ
"ฮูหยินโกรธท่านแม่ทัพมากจนเป็นลมไป ถึงได้จำอะไรไม่ได้เลย"
ซูซินชะงัก
ฮูหยิน?
แม่ทัพ?
นี่มันคำศัพท์จากซีรีส์จีนชัด ๆ
เธอก้มมองตัวเองทันที ชุดผ้าไหมสีอ่อนที่สวมอยู่ช่างงดงามและประณีตเกินกว่าคนธรรมดาจะสวมใส่ได้ มือขาวเนียนราวหยก เล็บถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ร่างกายนี้ไม่ใช่ของหญิงสาวมนุษย์เงินเดือนที่นอนวันละสี่ชั่วโมงอย่างแน่นอน
"เดี๋ยวก่อน..." ซูซินพึมพำ
"อย่าบอกนะว่า..." หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น
หรือว่า... เธอทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ ดวงตาของหญิงสาวพลันเปล่งประกายทันที
สวรรค์!
นี่มันสวรรค์ชัด ๆ โลกเดิมเธอทำงานจนหัวใจวายตาย แต่โลกใหม่นี้ดูจากข้าวของเครื่องใช้แล้ว เจ้าของร่างเดิมต้องเป็นคุณหนูหรือฮูหยินตระกูลใหญ่แน่นอน มีคนรับใช้ มีเงินทอง ไม่ต้องตื่นตีห้าไปประชุม ไม่ต้องแก้งานรอบที่สิบสอง
ไม่ต้องฟังหัวหน้าพูดว่า "แก้นิดเดียว"
ชีวิตในฝันของเธออยู่ตรงหน้าแล้ว แผนการนอนตื่นสาย กินอาหารอร่อย และใช้ชีวิตแบบขุนนางเกษียณอายุในวัยยี่สิบหกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงใสแจ๋วดังขึ้นกลางศีรษะ
ตรวจพบสัญญาณชีพของโฮสต์ กำลังเชื่อมต่อระบบ ทำการผูกมัด ‘ระบบนางร้ายต้องรอด’ สำเร็จ
"เฮ้ย!" ซูซินสะดุ้งตัวลอย
"ใครพูด" เธอหันซ้ายหันขวาทันที แต่เสี่ยวเป่ากลับมองเธออย่างงุนงง เห็นได้ชัดว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้น
ยินดีต้อนรับโฮสต์ หลินซูซิน ท่านได้เข้าสู่โลกนิยายโบราณและครอบครองร่างของ ‘หลินซูซิน’ ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพ
ซูซินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดีมาก ฮูหยินเอก ฟังดูก็รวยแล้ว แต่ประโยคต่อมาทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าของร่างเดิมเป็นนางร้ายตัวฉกาจที่คนทั้งจวนเกลียดชัง และมีจุดจบคือถูกสามีสั่งประหารชีวิตในอีกสามเดือนข้างหน้า
"อะไรนะ"
ถูกประหารชีวิตค่ะ
"หา!"
ตัดหัวค่ะ
"หา!"
เสียชีวิตค่ะ
"หยุดย้ำได้แล้ว"
ซูซินแทบอยากกระโดดลงจากเตียง นี่มันสวรรค์ตรงไหน นี่มันนรกชัด ๆ
