ตอนที่ 1 เซียนผีสาวประจำตัว
เหลียงอวี้เป็นเพียงแค่พนักงานบริษัทธรรมดาๆ ทั่วไป เธอคือเด็กกำพร้าที่กัดฟันส่งตัวเองเรียนจนจบ และได้ทำงานอยู่ในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง วันนี้หญิงสาวนั่งรถเมล์ฝ่าการจราจรแน่นหนาไปทำงานที่บริษัทตามปกติ
ความร้อนจากแดดในยามเช้า มันทำให้เธอรู้สึกหมดพลังงาน ระหว่างที่ไปตามทางเรื่อยๆ หญิงสาวก็นึกท้อแท้ใจเพราะต่อให้เธอขยันขันแข็งทำงานจนสายตัวแทบขาด แต่เงินเดือนมันกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนงานที่ได้รับมอบหมาย
เหลียงอวี้ขอพรทุกวันว่าชาติหน้าขอเกิดมาเป็นคนรวย ไม่ต้องคิดกังวลเรื่องเงินกับงาน ลืมตาขึ้นมาก็มีกินมีใช้ พ่อแม่อยู่ครบ ชีวิตมีแต่คนรักใคร่ แต่ก็นะชีวิตแบบนั้นเธอก็ได้แค่ฝันเท่านั้น ยิ่งนึกถึงผู้จัดการหัวล้านคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง อารมณ์ของเธอก็ยิ่งแย่ลงไปอีก
ก่อนที่ผู้จัดการคนนี้จะย้ายมา เธอยังคงมีชีวิตการทำงานที่ดี หลังเลิกงานก็กลับบ้านอย่างตรงเวลา พอเงินเดือนออกก็สั่งซื้อของออนไลน์ วันหยุดก็นอนดูซีรีย์ หรือบางครั้งก็ทดลองอบขนมไปแจกเพื่อนๆ
แต่ว่าเรื่องดีๆ เช่นนี้ก็อยู่ไม่นานเพราะว่าความโชคร้ายได้ตกลงมาใส่หัวของเธออย่างจัง ในตอนแรกต่อให้แผนกของเธอจะมีผู้จัดการคนใหม่ เหลียงอวี้ก็ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิมอย่างเป็นปกติ แต่โดยไม่คาดคิดชายชราหัวล้านคนนั้นกลับมีความคิดในเชิงชู้สาวกับเธอ
เมื่อเหลียงอวี้ไม่ได้ตอบสนองต่อท่าทีของเขา อีกฝ่ายจึงกลั่นแกล้งโดยมอบหมายให้ทำงานหนักเป็นเท่าตัวและต้องจัดการเอกสารกองเป็นภูเขาอยู่ทุกวัน ตั้งแต่นั้นมาชีวิตการทำงานของเหลียงอวี้ก็เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม
เหลียงอวี้ตัดสินใจแล้วว่าเดือนนี้จะลาออก ด้วยเงินเก็บที่พอจะมีอยู่บ้าง คงจะทำให้ในช่วงหางานใหม่ชีวิตของเธอไม่ลำบากนัก
เธอเดินไปเรื่อยๆ ในใจคิดจะซื้อชานมสักแก้วมาดื่มเพื่อคลายความร้อนแต่ระหว่างทาง เหลียงอวี้ก็สังเกตเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังยืนล้อมผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนเป็นลมอยู่บนพื้น มีคนมากมายยืนอยู่รอบๆ ตัวผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าใครจะเข้าไปช่วยพยุงเธอขึ้นมา
“ผู้หญิงคนนี้เป็นลม”
“นอนอยู่บนพื้นตั้งนาน...เธอจะตายหรือเปล่า”
“อย่าเพิ่งไปแตะตัวเธอนะ!”
เหลียงอวี้รู้ดีว่าถนนสายนี้มักมีคนเสแสร้งแกล้งเป็นลมอยู่ข้างถนน เมื่อมีคนเข้าไปช่วยก็จะหาเรื่องโวยวายบอกว่าอีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว จากนั้นก็พยายามเรียกร้องค่าเสียหาย เดิมทีเหลียงอวี้ก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง แต่เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าซีดเซียว นอนหลับตาแน่นอยู่ข้างถนน สภาพของเธอดูเหมือนว่าจะสลบอยู่บนพื้นมานานแล้ว
ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันเหลียงอวี้จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คงจะไม่เป็นผลดีกับผู้หญิงคนนั้นเป็นแน่ เมื่อตัดสินใจจะช่วย เหลียงอวี้ก็เดินเข้าไปในกลุ่มฝูงชนบอกให้ทุกคนถอยไปห่างๆ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มีอากาศหายใจเพิ่มมากขึ้น
หลังจากนั้นเธอก็โทรเรียกรถพยาบาล พร้อมกับขอยืมร่มจากหญิงชราคนหนึ่งมาเพื่อบังแดดให้กับผู้หญิงคนนั้น
“แม่หนู…อย่าเข้าไปใกล้นะ บางทีเธออาจจะเป็นมิจฉาชีพก็ได้”
“หนูจะไม่เข้าไปจับตัวเธอค่ะ” เหลียงอวี้บอกหญิงชราที่เธอยืมร่มมา
ระหว่างที่รอรถพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอมองเหลียงอวี้ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ราวกับดวงตาของสุนัขที่มองเห็นกระดูก
“พี่สาว...คุณรู้สึกดีขึ้นหรือยังคะ” แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมองเธอแปลกๆ แต่เหลียงอวี้ก็ยังถามด้วยความเป็นห่วง
แต่ไม่กี่วินาทีถัดมา…หญิงสาวคนนี้ก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหันและผลักเหลียงอวี้ที่ยังไม่ทันตั้งตัวตกลงไปในคลองสาธารณะทันที หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็วิ่งหนีจากไปอย่างรวดเร็ว!
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เอะอะโวยวาย
“แม่หนูคนนั้นโดนผลักตกน้ำแล้ว!”
“ไปช่วยเร็ว!”
ร่างของเหลียงอวี้ดำดิ่งลงสู่ผิวน้ำ เธอพยายามใช้เท้าถีบตัวเองขึ้นไป แต่ขาด้านล่างราวกับมีบางอย่างดึงรั้งเอาไว้
ไม่นะ!
ฉันยังไม่อยากตาย!
…........
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในห้องมืดมิดเต็มไปด้วยหมอกสีขาวอันเลือนลาง ผู้หญิงในชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหวแบบจีนโบราณก็ค่อยๆ เดินฝ่าหมอกเข้ามาใกล้ “สวัสดี เหลียงอวี้ ข้าคือเซียนประจำตัวของเจ้า”
เหลียงอวี้มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตื่นตะลึง เพราะใบหน้าของผู้หญิงคนนี้เหมือนกับพี่สาวที่เป็นลมอยู่ข้างถนน
“เธอคือคนที่ทำให้ฉันตายนี่!” เหลียงอวี้ตะโกนใส่อีกฝ่ายด้วยความโกรธเคือง นางผีร้ายตนนี้กล้าดีอย่างไร ทำให้เธอตายแล้วยังจะมาทักทายเธอด้วยรอยยิ้มแบบนี้อีก!
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว...หากไม่ใช่ข้าทำให้เจ้าตาย ดวงชะตาของเจ้าอีกไม่นานก็ต้องตายอยู่ดี...ความจริงถือว่าข้าช่วยเจ้านะ”
เหลียงอวี้กลอกตาให้กับคำพูดเอาดีเข้าตัวของนางผีร้ายตนนี้ “แล้วทำไมต้องช่วย...ปล่อยให้ฉันตายไปตามเวรตามกรรมของตัวเองไม่ดีกว่ารึไง!”
อีกฝ่ายก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด “เพราะเจ้าเป็นคนดี...ข้าก็เลยอยากจะช่วย”
เหลียงอวี้คิดถึงเหตุการณ์ที่ตนเองเข้าไปช่วยอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกกังวลมากเกี่ยวกับระดับ IQ ของผีสาวตนนี้
(IQ หมายถึง ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง)
“แล้วฉันตายก่อนเวลาแบบนี้จะได้ประโยชน์อะไร” เหลียงอวี้ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“แน่นอนว่ามีประโยชน์ ข้าเห็นชีวิตของเจ้าชาตินี้น่าสงสารมาก ก็เลยจะส่งเจ้าไปเกิดใหม่เป็นคนโชคดีร่ำรวยๆ” ผีสาวหน้าสวยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ดวงตาใสซื่อ
“แล้วจะได้ไปเกิดเป็นใครล่ะ” เหลียงอวี้ค่อนข้างคาดหวังชีวิตครั้งใหม่อยู่บ้าง
“เจ้าแค่ตื่นขึ้นมาแล้วก็จะรู้เอง”
พูดจบร่างเบื้องหน้าก็เลือนหายไป ปิดโอกาสไม่ให้เธอได้ถามอีก...