บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 เยี่ยมบ้านเดิม(2)

หลินซูซินนางเองไม่ได้ตกใจที่เห็นหลินเย่ถง แต่ที่นางตกใจคือแม่สามีนางปากแซ่บมากเวอร์

“ข้าไม่ได้เอาเงินใครมาเงินที่ข้าใช่ซื้อของเป็นของสามีข้า และก็ต่อให้ไม่ใช่เงินของสามีข้าพวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาตะโกนว่าร้ายผู้อื่นเช่นนี้ หากที่ท่านกล่าวหาไม่เป็นความจริงข้าสามารถเอาเรื่องพวกท่านได้นะ”

“ไม่ต้องมาขู่ข้านังโง่เงินนั่นหลินห้านจินให้เจ้าใช่ไหมเอาคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

“เงินข้าก็คือของข้าท่านพ่อให้ข้ามันก็คือเงินข้าน่ะถูกแล้ว” หลินซูซินเห็นหยางไห่หลิงเดินกลับเข้าไปในบ้าน นางก็ไม่ได้สนใจคิดว่าท่านแม่อาจจะเข้าไปหาท่านพ่อ เพราะหน้าบ้านเสียงดังนัก

“เจ้าแยกบ้านแล้วนะหลินซูซินเงินนั่นก็เท่ากับเป็นของบ้านหลินนำมาคืนให้ท่านแม่ของเจ้าเถิด เห็นแก่ที่นางเลี้ยงเจ้ามาจนโต” ฟางหรูที่เห็นมีชาวบ้านเริ่มเยอะนางจึงเล่นบทคนดีแสดงออกไป

“ท่านป้าฟางหรูท่านคงจะเดินมาเหนื่อยจนสมองกลับข้ามีท่านแม่คนเดียวซึ่งได้เสียตอนที่คลอดข้า และเป็นท่านย่าที่ดูแลข้ามาตลอด หมา ควาย ที่ท่านกล่าวอ้างนั้นข้าไม่เคยให้ค่าอันใด”

“นังซูซินนังเด็กชั่ว” หลินเย่ถงที่หาจะเข้ามาตบหลินซูซิน เป็นอันต้องหยุดลงเมื่อใบหน้านางกระทบกับน้ำฉากใหญ่ ที่ถูกสาดโดยหยางไห่หลิง

“นี่นังไห่หลิงเจ้ามันช่างกล้านักนังคนจน” หลินเย่ถงนางเหลืออดแล้วจริง ๆ

“นังซูซินเจ้ามันเป็นคน ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกกำมือ [1] ”

“ใครก็ได้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาทีข้าจะเอาเรื่องนังปากปีจอนี่มากล่าวหาลูกสาวข้า” หยางไห่หลิงเห็นมีคนวิ่งออกไปนางก็รู้ได้วันนี้นางจะเอาเรื่องนังสตรีปากร้ายผู้นี้ให้ได้

หลินห้านจินที่อยู่นาได้ยินเสียงเหมือนมีคนเรียกจึงหันไปหาต้นเสียง เห็นเป็นชาวบ้านด้วยกันเรียกจึงเดินเข้าไปหา

“ห้านจินเจ้าไปดูนังหนูซูซินหน่อยถูกเย่ถงไปตะโกนด่าอยู่หน้าบ้านหยาง” พอได้ยินเช่นนั้นหลินห้านจินจึงรีบไปทันที ไม่คิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น

“นี่มันเรื่องอันใดกันทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่มายุ่งอะไรกับซูชิน” มาถึงหลินห้านจินก็เอ่ยถามภรรยา

“ท่านพี่นังซูซินมันเอาเงินของที่บ้านเรามาพี่ดูสิวันนี้มันนำไปซื้อของมากมาย”

“เงินอันใดมันก็เรื่องของซูซินมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าถึงต้องมายืนตะโกนด่ากันให้อับอายเช่นนี้”

“ท่านพ่อเงินที่ท่านพ่อให้ข้าหลินเย่ถงมาทวงคืนเจ้าค่ะนางหาว่าข้าขโมยมายืนตะโกนด่าข้าและท่านแม่ให้อับอายชาวบ้าน” หลินซูซินนางเล่นละครบีบน้ำตาตีหน้าเศร้า คนอย่างหลินเย่ถงต่อให้ความถูกต้องจะมากองอยู่ตรงหน้า นางก็ไม่มีวันสำนึก

“นังซูซิน!!”

“หยุดเย่ถงเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำไมไม่นึกถึงความเป็นจริงบ้างหลินซูซินแยกบ้านออกไปแล้ว หากนางเอาเรื่องเจ้าข้าที่เป็นพ่อก็คงช่วยเจ้าไม่ได้” หลินห้านจินเอ่ยเตือนสติภรรยาเขาไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะด้านหลังมีหัวหน้าบ้านกำลังเดินเข้ามา

“มีเรื่องอันใดกันถึงให้คนไปตามข้ามาบ้านหยาง” หัวหน้าหมู่บ้านที่เห็นหลินเย่ถงอยู่ที่หน้าบ้านหยางก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้

“ท่านหัวหน้านังซูซินมันเนรคุณข้ากับท่านพี่ ดูในบ้านหยางสิมีข้าวของมากมายที่ซื้อมาจากในเมือง ใจนางไม่คิดจะนำไปให้บ้านหลินบ้างรึ บ้านที่นางอยู่มาตั้งแต่เกิดไม่สงสารท่านพ่อของเจ้าบ้างรึ” หลินเย่ถงบีบน้ำตาอาบทั้งสองแก้มปานกำลังแสดงละครคุณธรรมอยู่

หลังจากที่ท่านหัวหน้าได้ฟังก็พลอยทำให้ปวดหัวเข้าไปอีกในความคิดของหลินเย่ถง นางไม่รู้จักละอายบ้างหรืออย่างไร

“หลุดสักที่เจ้าคิดเช่นนี้ได้อย่างไรหลินซูซินก็เป็นลูกข้าเงินนั่นข้าให้นาง ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าสักนิดกลับไปบ้านได้แล้วอย่าทำให้เรื่องมันบานปลายมากกว่านี้เลย” หลินห้านจินสงสารบุตรสาวจับใจคิดว่าให้นางแต่งเข้าบ้านหยางแล้วจะสงบสุข

“ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องข้าวของพวกนั้นหรอก พรุ่งนี้ข้ากับพี่ไห่ฉวนจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของที่ข้าซื้อมาล้วนเป็นผลประโยชน์ตรงต่อท่านพ่อของข้าอย่างแน่แท้”

“เช่นนั้นเจ้าก็นำมาให้วันนี้เลยสิข้าก็มาอยู่ที่นี่แล้ว” หลินเย่ถงที่ได้ยินว่าของในบ้านหยางบ้านหลินมีส่วนที่จะได้นางก็เก็บอาการไม่อยู่จนชาวบ้านต่างมองด้วยสายตาเหยียดหยาม

“เมื่อครู่ท่านไม่ได้ฟังที่ข้าพูดรึ ว่าเป็นผลประโยชน์ของท่านพ่อข้าก็แปลว่าไม่ใช่ของท่านและไม่มีวันใช่ด้วย จำเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งกับข้าอีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือน วันนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องท่านเพราะเห็นแก่ท่านพ่อ แต่หากมีอีกข้าไม่ยอมแน่” หลินซูซินนางเห็นสีหน้าท่านพ่อไม่สู้ดีนักท่านคงจะหนักใจและก็ละอายใจกับเรื่องเช่นนี้

“ฟางหรูเจ้านำหลินเย่ถงกลับบ้านไปก่อน” ฟางหรูที่เห็นหลินห้านจินสีหน้าไม่สู้ดีบอกอารมณ์ไม่ถูกจึงรีบลากสหายให้กลับบ้านทันที เห็นอยู่ว่าสหายนางผิดหรือถูก

พอเรื่องได้คลี่คลายลงกลุ่มของชาวบ้านก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านกลับเรือนเหลือเพียงหลินห้านจิน

“ท่านพ่อเข้ามาด้านในบ้านก่อนเถิด” หลินซูซินไม่รอให้ท่านพ่อของนางเอ่ยตอบนางก็เดินเข้าไปจูงมือท่านเข้ามาในบ้านทันที

“ต้องขออภัยด้วยนะอาห้านบ้านข้าหลังเล็กไปหน่อย” หยางไห่หลิงเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบก็คิดว่าอีกฝ่ายคิดว่าบ้านหยางจะดูแลหลินซูซินไม่ดี

“ไม่เป็นไรบ้านข้าก็ไม่ได้ดีอะไรแล้วนางอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ข้าเองก็ต้องขอโทษพวกเจ้าแทนเย่ถงด้วยนางปากไม่เป็นมงคลมาตั้งนานแล้ว” พูดถึงอีกฝ่ายทีไรทำให้เขาลมแทบจับ นึกโมโหนางยิ่งนัก

“ไม่เป็นไรข้าเข้าใจนางก็ปากจัดอย่างที่ท่านว่า 555” เสียงหัวเราะของคนตรงลานบ้านได้ยินเข้าไปถึงในห้องทำให้ท่านพ่อหยางถึงกลับเดินออกมาดู

“อ่าว ข้าก็นึกว่าภรรยานั่งหัวเราะกับใคร”

“เจ้าไม่เห็นจะต้องเดินมาเดี๋ยวข้าเดินไปหาเองสุขภาพเจ้าไม่ค่อยดีอยู่” หลินห้านจินเอ่ยเชิงตำหนิอีกฝ่าย

“ท่านพ่อดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ” หลินซูซินนางหายเข้าครัวไปทำชาน้ำผึ้งมะนาวมาให้ท่านพ่อดื่มแล้วจะได้สดชื่น

หลินห้านจินยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพราะกลิ่นที่ยั่วใจเขาเหลือเกิน สีน้ำชาก็ดูดีหน้าดื่ม พอลิ้นปะทะกับรสชาติชาให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีชุ่มคอ

“ท่านพ่อพรุ่งนี้ลูกกับพี่ไห่ฉวนจะต้องกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ลูกไม่อยากเจอหน้านางทั้งสองคนนั้น” หลินซูซินนางไม่คิดปกผิดความคิดของตนเอง

“งั้นไปที่นาก็แล้วกันพ่อคงจะอยู่นามากกว่าที่บ้าน แล้วอาไห่ฉวนล่ะไปไหนล่ะข้ายังไม่เห็นเลย” เขาไม่เห็นตั้งแต่ที่ยืนอยู่หน้าบ้านหยางแล้ว พ่อตาไม่เห็นลูกเขยก็พลอยเป็นห่วงเอา

“ท่านพ่อพี่ไห่ฉวนไปวางกับดักสัตว์เจ้าค่ะเดี๋ยวคงน่าจะใกล้กลับมาแล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก” นางเห็นแววตาของท่านพ่อแสดงความเป็นห่วงหยางไห่ฉวนอย่างออกหน้าออกตา

“ท่านพ่ออยู่ทานข้าวที่นี่เถิดถือว่าลูกขอ”

“ได้” ถึงกลับไปบ้านหลินอาหารการกินก็ไม่ได้ดีไปกว่าผักลวก ข้าวต้มมีเนื้อบ้างนาน ๆ ทีไม่ใช่ไม่รู้ว่าเงินที่เขาให้นางไว้ซื้อของนางเหลือไว้เก็บส่วนตน เพียงแต่เงียบไว้เพราะไม่อยากทะเลาะด้วยบอกตามตรงว่ารำคาญนัก

[1] ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกกำมือ = ไม่ได้ประโยชน์ แถมเสียประโยชน์ของตนเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel