เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่

100.0K · ยังไม่จบ
ฤดูหนาวที่เงียบเหงา
41
บท
476
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ตื่นขึ้นมาอีกที… ดาราสาวกลับกลายเป็นต้นหญ้าในโลกแปลกประหลาด! เธอไร้เสียง ไร้ร่าง แต่กลับมีหัวใจที่ยังรู้สึกเจ็บปวด และเด็กชายตัวน้อยผู้เป็นเพียงคนเดียวที่มอบหยาดน้ำให้เธอ…

นิยายจีนโบราณผู้ชายอบอุ่นคนธรรมดาข้ามมิตินางเอกเก่งพลิกชีวิตเกิดใหม่จีนโบราณต่างโลกโรแมนติก

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น

ณ สถานที่ถ่ายทำละครแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเตรียมเซ็ตฉากอย่างขะมักเขม้น เสียงจากห้องด้านข้างดังลอดออกมาเบา ๆ ห้องที่นักแสดงนำของเรื่องกำลังนั่งอ่านบทอยู่ไม่ไกลนัก

“ผ้าแพร ได้เวลาถ่ายทำต่อแล้ว มัวทำอะไรอยู่!” ผู้จัดการส่งเสียงเรียกดาราสาวดาวรุ่งผู้กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้

“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันตามไป” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นตอบเรียบ ๆ

เธอคือ “ผ้าแพร” ดาราสาวที่เพิ่งเข้าสู่วงการ แต่กลับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ยังเป็นเพียงพนักงานในร้านสะดวกซื้อใจกลางเมือง ความสวยที่โดดเด่นสะดุดตานั่นเองที่ทำให้เธอถูกแมวมองชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิง หลังจากผลงานเรื่องแรกออกฉาย กระแสตอบรับก็ถาโถมจนชีวิตของเธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เธอรีบเก็บบทละครแล้วเดินตามผู้จัดการเข้าไปในกองถ่าย ใช้เวลาอยู่หน้ากล้องตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนร่างกายแทบหมดแรง

ผ้าแพรเดินออกจากกองถ่ายพลางนวดไหล่เบา ๆ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนไม่อยากแวะไปไหนต่อ อยากกลับไปซบเตียงนุ่ม ๆ ที่บ้านมากกว่า เพื่อให้หน้าตาได้พักผ่อน และพร้อมสำหรับการถ่ายทำในวันพรุ่งนี้

“ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม?” ผู้จัดการสาวหันมาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ส้ม เดี๋ยวแพรขับรถกลับเองดีกว่า ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว ไม่น่ามีใครเห็นหรอก ที่พักก็อยู่ไม่ไกลจากกองถ่ายเท่าไหร่ด้วย” เธอตอบพร้อมฝืนยิ้ม ไม่อยากรบกวนใคร เพราะรู้ว่าทุกคนต่างก็เหนื่อยล้ามาทั้งวันเช่นกัน

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ผู้จัดการยังไม่วางใจ “ไม่ให้พี่ไปส่งจริง ๆ นะ ถ้าอย่างนั้นก็ขับรถกลับดี ๆ ล่ะ พี่กลับก่อนนะ”

ผ้าแพรพยักหน้ารับ ขอบคุณอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะเดินออกไปยังที่จอดรถ ขณะกำลังจะเปิดประตู เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทว่ามันเป็นเพียงเสียงข้อความ เธอจึงไม่ใส่ใจนัก รีบขึ้นรถแล้วสตาร์ทออกไปทันที

รถแล่นด้วยความเร็วปานกลาง เส้นทางคุ้นเคยผ่านไปอย่างราบรื่น จนเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงที่พักแล้ว ทว่าเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้ง… หนนี้ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ถึงสามครั้งติดกัน จนเธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

‘ใครส่งข้อความมาตอนนี้กัน?’ เธอบ่นในใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์ เปิดหน้าจอขึ้นดูอย่างเสียไม่ได้

สายตาผละจากถนนชั่วครู่เพื่ออ่านข้อความ

“สิทธิ์พิเศษของผู้โดดเดี่ยว”

เธอหลุดหัวเราะเบา ๆ ‘อะไรกันเนี่ย ข้อความไร้สาระชะมัด’ ขณะที่กำลังจะกดปิด ดันเผลอไปแตะที่ลิงก์แนบมากับข้อความ และเผลอกดยืนยันเข้าไปโดยไม่ทันระวัง

ใจของเธอเริ่มเต้นแรง ความกลัวแล่นขึ้นมาทันที ‘หรือว่านี่จะเป็นมิจฉาชีพ!? เงินเก็บทั้งหมดของฉันจะปลอดภัยไหม?’

มือหนึ่งยังกุมพวงมาลัย ส่วนอีกข้างพยายามโทรหาเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วยความลนลาน ทว่าในจังหวะที่สายตาหันกลับมามองถนนอีกครั้ง กลับเห็นแมวสีดำตัวหนึ่งพุ่งตัดหน้ารถไปอย่างรวดเร็ว!

เธอตกใจสุดขีด รีบหักพวงมาลัยหลบ แต่ข้างทางกลับมีเสาไฟฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ การหลบเลี่ยงไม่ทันทำให้รถพุ่งชนเสาเข้าอย่างจัง

โครม!

หัวของเธอกระแทกกับถุงลมนิรภัยแรงจนหมดสติทันที…

“ตู๊ด!…”

“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” เสียงจากธนาคารดังขึ้นในสายที่เธอโทรไปเมื่อครู่

แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับ สายก็ค่อย ๆ ถูกตัดไปในความเงียบ

ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ก็ปรากฏข้อความขึ้นมาอีกครั้ง…

“ท่านได้กดยืนยันเพื่อเข้าสู่ชีวิตใหม่

เพื่อบรรเทาความโดดเดี่ยว ณ สถานที่แห่งใหม่…”

“ระบบจะเริ่มพาท่านเข้าสู่โลกใหม่ใน…”

3… 2… 1…

ปิ้บ!

ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างทำให้เธอค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น

“โอ๊ย… เจ็บ! ใครมาหยิกฉันเนี่ย!” เสียงร้องหลุดจากปากทันทีที่รู้สึกตัว

ภาพแรกที่เธอเห็น… ไม่ใช่คน ไม่ใช่สถานที่เดิม…แต่เป็นหัวของไก่ตัวหนึ่ง มันยืนอยู่ในระดับสายตา และจ้องเธอเขม็ง

“ว้ากกกกก!” เธอกรีดร้องลั่น พยายามจะปัดมันออกไป แต่มือกลับขยับไม่ได้อย่างใจคิด

‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?’ เธอได้แต่ตั้งคำถามในใจด้วยความสับสนปนหวาดกลัว

เมื่อไก่ตัวนั้นหมดความสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันก็เดินจากไปอย่างไม่ใยดี

ผ้าแพรค่อย ๆ ปรับสายตา พยายามกวาดมองไปรอบตัว ทุกสิ่งรอบข้างดูใหญ่โตผิดธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ใหญ่ธรรมดา แต่ใหญ่กว่าร่างของเธอราวกับเธอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยในโลกของยักษ์

‘นี่มันที่ไหนกัน… ทำไมทุกอย่างถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้?’ เธอพรึบคิดในใจด้วยความสับสน

หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นมาตรวจดูให้แน่ใจ แต่ไม่ว่าจะพยายามขยับสักแค่ไหน แขนของเธอกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย มันยังคงแนบติดอยู่ในตำแหน่งเดิมราวกับถูกตรึงเอาไว้ เธอทำได้เพียงแค่มองเห็นโลกตรงหน้า แต่ไม่อาจตอบสนองได้ดั่งใจปรารถนา

เมื่อหันสายตาไปด้านหน้า เธอสังเกตเห็นเล้าไก่ขนาดย่อมตั้งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ตัวเล้าทำจากไม้เก่า ดูทรุดโทรมจวนเจียนจะพังลงมาทุกเมื่อ ใกล้กันมีบ้านหลังเล็กสร้างจากไม้ไผ่เก่า ๆ สภาพยิ่งย่ำแย่กว่ากันนัก หลังคาบางจุดแหว่งหาย รอยรั่วและรอยผุพังปรากฏชัดราวกับเวลาหลายปีได้กลืนกินมันไปทีละน้อย

‘เจ้าของบ้านนี้คงลำบากมากทีเดียว…’ เธอครุ่นคิด ขณะสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ เธอเห็นเพียงไก่ป่าสองสามตัวเดินคุ้ยเขี่ยอย่างเชื่องช้า ดูแล้วคงเป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่ตัวที่ถูกเลี้ยงไว้ในบริเวณนี้

ทุกอย่างเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ภาพตรงหน้าเหมือนฉากหนึ่งในความฝัน… หรือบางที อาจเป็นฝันร้ายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ