บท
ตั้งค่า

9. หอมมาแต่จูบกลับ

หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้

นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน

“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่

“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน

“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมาจากเตียงด้วยแขนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ราวกับนางเป็นหมอนใบหนึ่ง ก่อนจะจัดแจงชุดให้จนเรียบร้อยแล้วพาออกไป

เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่าที่ซือหลินต้องพบเจอ

หรงอวี้นั้นขยันสรรหาเรื่องราวมาทำร่วมกับนาง ไม่ว่าจะเป็นการพาวาดรูป ‘ซึ่งซือหลินแสร้งวาดรูปไก่ที่เป็นก้างปลา’

อีกวันเขาก็พานางไปนั่งดักรอจับผีเสื้อในสวน

และความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้ซือหลินเริ่มรู้สึกรับมือลำบาก กลิ่นกายบุรุษเพศและสัมผัสจากมือหนาที่คอยจูง คอยประคอง หรือแม้แต่คอยจัดปอยผมให้นางบ่อยครั้ง ทำใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้วยามนี้

‘อีตาพี่ใหญ่บ้านี่ จะมาติดหนึบอะไรนักหนานะ เขาไม่มีงานมีการทำหรือไงกัน เป็นถึงแม่ทัพทำตัวว่างงานอยู่ได้ เฮ้อ! นิยายที่อ่านมาก็อ่านไปได้แค่ตอนร่างนี้ตกน้ำเท่านั้น ใครผลักก็ยังไม่รู้ กะว่าจะแอบสืบเงียบ ๆ อีตานี่ก็มาก่อกวนจนแยกตัวไปไหนไม่ได้เลย นี่นายเป็นพระเอกภาษาอะไรหา! ทำไมไม่ไปตามนางเอกนู่น’

ซือหลินก่นด่าในใจ ขณะที่ต้องแสร้งยิ้มร่าและเต้นระบำไปตามเพลงที่นางอุปโลกน์ขึ้นมาเองอย่างสนุกสนาน

ด้านหรงอวี้ เขากำลังสนุกกับการแกล้งนางจนวางมือไม่ลง ยิ่งเห็นแววตาที่นางลอบมองเขาอย่างขุ่นเคือง หรืออาการตัวสั่นเทายามเขาเข้าใกล้ มันกลับน่าเอ็นดูเสียจนเขาอดใจไม่ไหว

ยิ่งเห็นนางพยายามแสร้งทำตัวเสียสติมากขึ้น เขายิ่งอยากกระเซ้าให้นางหลุดมาดที่กำลังรักษาเอาไว้

อย่างเช่นวันนี้…

ทั้งคู่นั่งพักอยู่ใต้ต้นท้อหลังเรือนที่กลีบดอกกำลังร่วงหล่น หรงอวี้กลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซือหลินที่กำลังนั่งเหม่อมองฟ้า

ฟอด!

จมูกโด่งเป็นสันกดลงบนแก้มเนียนใสนั้นอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจนเกิดเสียง ก่อนจะถอยออกมาดูท่าทีของนาง

ซึ่งแน่นอนว่าซือหลินถึงกับสะดุ้งตัวโยน พลางยกมือขาวขึ้นมากุมใบหน้าแล้วหันมาหาเขาในทันที แววตาที่เคยใสซื่อหลุดประกายความเกรี้ยวกราดออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่ ตีข้าทำไม” นางแสร้งถามอย่างใสซื่อ

“ตีที่ไหนกัน พี่แค่เห็นว่ามดมันไต่ที่แก้มเจ้า เลยเป่าออกให้เท่านั้นเอง” พี่ชายที่เหมือนจะแสนดี เอ่ยบอกหน้าตาย

‘มดหรือ คนไร้ยางอายพูดมาได้ว่าเป่ามด นี่มันฉวยโอกาสชัด ๆ ยังจะมาแถไปข้าง ๆ คู ๆ อีก’ นางก่นด่าเขาในใจ แต่ริมฝีปากนั้นเผยยิ้มอย่างใสซื่อออกมาจนคนมองแทบหลุดอาการ

“มีมดที่แก้มข้าหรือ” มือขาวลูบแก้มตนเองไปมา ราวกับเชื่อคำที่เขากล่าว แต่ความจริงนางกำลังคิดหาทางเอาคืนเขาอยู่ต่างหาก และอึดใจต่อมาดวงตาคู่สวยก็เป็นประกาย

“พี่ใหญ่ ที่แก้มท่านก็มีมดเหมือนกันเจ้าค่ะ ตัวใหญ่มากเลย เหมยเหมยเป่าให้นะเจ้าคะ” นางไม่พูดเปล่า

ทว่าร่างอรชรกลับโถมเข้าหาเขาเต็มแรง มือเล็กตะปบเข้าที่ลำคอหนา ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกดจมูกฝังลงบนแก้มสากของเขาบ้าง ทั้งยังแกล้งฝังจมูกสูดกลิ่นกายเขาแรง ๆ จนแก้มบุ๋ม

ฟอด! ฟอดดด!

“นี่ไง! ข้าช่วยจับมดคืนให้แล้วนะเจ้าคะ รับรองว่ามดมันไม่กล้ามากัดแก้มพี่ใหญ่อีกแน่” นางผละออกมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด แสร้งทำเป็นร่าเริงสุดขีดทั้งที่ในใจเขินจนอยากจะระเบิดตัวเองทิ้ง

ทว่าผลลัพธ์กลับดีเกินคาด

แม่ทัพผู้ร้ายกาจบัดนี้กลับนิ่งงันราวกับถูกสาปไปแล้ว ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงกลับขึ้นสีแดงเรื่อจนลามไปถึงใบหู

ซือหลินเห็นเขาเสียอาการก็ยิ่งอยากแกล้ง

“พี่ใหญ่ ท่านไม่ชอบให้ข้าไล่มดให้หรือเจ้าคะ” นางยื่นหน้าเข้าใกล้อีก ก่อนจะใช้มือขาวนั้นลูบแก้มสากไปมาเบา ๆ

นางหมายจะแกล้งให้เขาเกรงกลัวจนไม่อยากเข้าใกล้นางอีก ทว่าดูเหมือนซือหลินจะคิดผิดมหันต์ที่หยอกเย้าเขาเช่นนี้

มือนุ่มที่กำลังลูบไล้แก้มสากอย่างจงใจยั่วยวนนั้น เป็นดั่งเชื้อเพลิงชั้นดีที่โยนลงไปในกองไฟที่สุมอยู่ในอกของแม่ทัพหนุ่ม

หรงอวี้จึงคว้าข้อมือเล็กที่กำลังซนอยู่ไว้มั่น นัยน์ตาพญาเหยี่ยวที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกกลับดุดันและวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม “เหมยเหมย เจ้าเป็นคนเริ่มมันเองนะ” เสียงทุ้มต่ำพร่ารัวจนซือหลินใจหายวาบ

ไม่ทันที่นางจะตั้งตัวหรือเอ่ยคำเพ้อเจ้อเพื่อหลบเลี่ยงเหมือนที่เคยทำ ฝ่ามือหนาก็เลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของนางไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง หรงอวี้โน้มใบหน้าลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอิ่มอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณชายชาตรีที่ถูกท้าทาย

จุมพิตนี้ไม่ได้อ่อนหวานดุจลมวสันต์ ทว่ามันกลับดิบเถื่อนและเอาแต่ใจราวกับต้องการจะสั่งสอนคนที่กล้ายั่วเย้าเขา จูบนั้นหนักหน่วงนัก จนซือหลินสมองขาวโพลน นางพยายามอ้าปากหมายจะทักท้วง แต่กลับเป็นการเปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามา

ฉกชิมความหวานภายในอย่างจาบจ้วง ร่างอรชรได้แต่สั่นสะท้านภายใต้อ้อมกอดที่รัดแน่นจนกระดูกแทบหัก

มือเล็กที่เคยคิดจะแกล้งกลับทำได้เพียงจิกเกร็งลงบนสาบเสื้อของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มพับลงไป

ใบหน้าคมคายนั้นพลิกหันไปมา เพื่อให้ตนได้บดขยี้ริมฝีปากนุ่มหยุ่นนี้ได้อย่างถึงใจ จนพวกเขาเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นคาวของโลหิตที่ซึมไหลออกมา เพราะคนที่ตัวโตกว่าหาได้มีความถนอมไม่

ผ่านไปเนิ่นนานจนซือหลินเริ่มประท้วงด้วยการหอบหายใจติดขัด หรงอวี้จึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

ทว่าเขายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากท้ายทอยนาง ใบหน้าคมคายก็ยังคลอเคลียอยู่ห่างเพียงแค่ปลายจมูก หรงอวี้เผยนัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของนาง

ซือหลินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ พลางจ้องเขาตาโต

ใจดวงน้อยเต้นรัวจนรู้สึกว่ามันแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก นี่คือจูบแรกของนาง จูบแรกในชีวิตที่เกิดมามีลมหายใจ ไม่ว่าจะในยุคปัจจุบันหรือยุคนี้ มันก็คือจูบแรกของนาง

ทว่าพระเอกในนิยายที่ไม่ควรต้องมาข้องเกี่ยวกัน กลับขโมยมันไปหน้าตาเฉย ซ้ำเขายังมีฐานะพี่ชายบุญธรรม และยังมีคู่หมายที่เป็นถึงนางเอกของเรื่องอีก ‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย’

ถึงกระนั้นนางกลับไม่กล่าวทักท้วงอันใดเขา เพราะเกรงจะขัดใจคนตรงหน้าจนเขาประกบปากลงมาอีกครั้ง แววตาของพี่ชายบุญธรรมที่จับจ้องนางยามนี้ มันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

“ปากเจ้าหวานเช่นนี้นี่เอง มดตัวใหญ่มันถึงได้ย้ายมาเกาะที่ปากของเจ้า ทว่าพี่ใหญ่ช่วยกำจัดมันออกให้แล้วนะ” เขาเอ่ยอ้างหน้าตาย ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

ซือหลินได้แต่ยืนอึ้งตะลึงงันกับข้ออ้างที่แสนจะหน้าด้านและเห็นแก่ตัวของเขา ‘นี่มู่หรงอวี้เป็นพระเอกของเรื่องจริงเหรอเนี่ย ทำไมเขาถึงได้หน้ามึนยิ่งกว่าตัวร้ายไปได้’ นางก่นด่าในใจ

ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้

คิดได้ดังนั้น ร่างเล็กก็เผยแววตาเด็ดเดี่ยวออกมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไร้ซึ่งท่าทางใสซื่อเหมือนอย่างที่เคยทำ

“พี่ใหญ่ ท่านลืมแล้วหรือว่าตนเองคือพี่ชายของข้า แม้จะเป็นพี่ชายบุญธรรมก็เถอะ อีกอย่างท่านก็มีคู่หมายแล้ว ไยท่านถึงทำเช่นนี้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของตนเอง”

บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความพอใจและเขินอายปะปนกัน กลับเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงที่พ่นออกมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel