บทที่ 6 ความวุ่นวายในเรือนของอนุเฉิน
ผ่านไปเพียงสามวันเรือนซวีถงก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง เฉินเวินเหนียงคุกเข่าลงตรงหน้าชุยวั่งชูขอให้เขาช่วยท่านลุงของนางที่ในยามนี้ถูกคนของทางการจับตัวไปแล้ว
“นายท่านข้าปรนนิบัติรับใช้ท่านมานานหลายปี ไม่เคยขอร้องท่านเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้ขอให้นายท่านได้โปรดช่วยเมตตาข้าสักครั้งเถิด ท่านลุงของข้าไม่ใช่คนที่จะเข้าบ่อนพนัน การที่เขาถูกจับเช่นนี้จะต้องมีความเข้าใจผิดเป็นแน่”
คำพูดของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว เดิมทีเขาเคยคิดว่าครอบครัวสกุลเฉินของเฉินเวินเหนียงเรียบง่าย มีบิดาเป็นชิ่วไฉญาติพี่น้องคนอื่นไม่มี คิดไม่ถึงว่ายามนี้นางจะมีท่านลุงโผล่มาแถมเขายังเป็นผีพนันที่ถูกทางการจับตัวเพราะเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนพนันผิดกฎหมาย ท่านลุงของนางถูกจับก็ช่างเถิดแต่ยามนี้นางยังกล้ามาคุกเข่าขอให้เขาช่วยออกหน้าให้นางอีก การกระทำของนางทำให้เขาอดตำหนินางออกมาไม่ได้จริงๆ
“ตอนที่ท่านพ่อของเจ้าล้มป่วย เจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้าบอกกับข้าว่าไม่ญาติพี่น้องให้พึ่งพาแล้ว แล้วยามนี้เหตุใดจึงได้มีท่านลุงของเจ้าโผล่มา ครั้งที่แล้วที่เจ้ามอบเงินให้เขาก็คือท่านลุงผู้นี้ของเจ้าสินะ” ถ้อยคำประโยคนี้ของชุยวั่งชูเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เฉินเวินเหนียงกลับไม่คิดจะสนใจความไม่พอใจของเขา นางมัวแต่คิดว่าเขารักใคร่และโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยินของเขาเสียอีกดังนั้นขอแค่นางคุกเข่าหลั่งน้ำตาเขาจะต้องยอมช่วยท่านลุงของนางแน่ นางจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“นายท่าน ตอนที่ท่านพ่อของข้าล้มป่วยท่านลุงของข้าอยู่ต่างเมือง ยามนั้นขาดการติดต่อกันไปนานข้าจึงคิดว่าตนเองไม่เหลือญาติแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้เขากลับเข้าเมืองหลวงมาพาป้าสะใภ้ของข้ามาด้วย ตอนเด็กๆ พวกเขาเคยรักใคร่เอ็นดูข้า ยามนี้พอพวกเขาตกทุกข์ได้ยากข้าก็เลยอยากจะช่วยเหลือพวกเขา” เมื่อเฉินเวินเหนียงเอ่ยออกมาเช่นนี้ชุยวั่งชูก็เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรจะช่วยเจ้าอย่างไร” น้ำเสียงของชุยวั่งชูทำให้คนที่ยืนรออยู่หน้าประตูอย่างชุยชิงอีและชุยชิงหว่านไม่กล้าเข้าไป
“นายท่านเป็นถึงอัครเสนาบดีย่อมจะมีอำนาจเหนือกว่าข้าราชการในศาลตุลาการเหล่านั้น แค่ท่านออกหน้ามีหรือที่จะช่วยท่านลุงของข้าไม่ได้” เมื่อเฉินเวินเหนียงเอ่ยจบนางก็ถูกฝ่าเท้าของชุยวั่งชูถีบเข้ามาที่หน้าอกของนางในทันที
“นังคนไม่รู้จักดีชั่ว ข้าผู้นี้คิดผิดจริงๆ ที่รับเจ้าเข้าจวน” เสียงตวาดและแรงถีบของเขาทำให้ร่างที่กำลังคุกเข่าอยู่หงายหลังลงไปบนพื้นในทันที
“ท่านพ่อ!”
ชุยชิงหว่านที่ยืนรออยู่ด้านนอกกับชุยชิงอีได้ยินเสียงตวาดของเขาอย่างชัดเจน นางรีบเปิดประตูออกแล้ววิ่งเข้าไปใช้ลำตัวของนางบังร่างของมารดาของนางเอาไว้ ชุยวั่งชูตั้งใจว่าจะเดินไปดึงร่างของชุยชิงหว่านขึ้นแล้วลงมือตบสั่งสอนเฉินเวินเหนียงอีกครั้งแต่สายตาของเขากลับปะทะเข้ากับร่างของชุยชิงอีเข้าเสียก่อนเขาจึงยืดกายขึ้นแล้วเอ่ยถามชุยชิงอีในทันที
“เจ้ามาทำอะไรที่เรือนนี้” คำถามของเขาทำให้ชุยชิงอีรีบเอ่ยออกมาในทันที
“ข้าพึ่งกลับจากบ้านของท่านตา มีม้วนตำราหลายเล่มที่ท่านตาต้องการมอบให้ท่านพ่อข้าจึงนำมามอบให้ท่านพ่อด้วยตนเอง แต่น้องชิงหว่านกลับขวางหน้าลูกเอาไว้ บอกกับลูกว่าให้ลูกรอให้ท่านพ่อและอนุเฉินพูดคุยธุระกันให้เสร็จก่อนแล้วจึงจะยอมให้ลูกเข้ามาพบท่านพ่อ”
คำพูดของชุยชิงอีทำให้ชุยชิงหว่านรีบก้มหน้าลง นางคิดว่าชุยชิงอีจะมาตามบิดาของนางไปเรือนใหญ่ นางไม่อยากให้ชุยชิงอีพาบิดาของนางจากไปนางจึงแกล้งทำให้ชุยชิงอีได้รับความลำบากใจและปล่อยให้นางยืนรอที่หน้าประตู สิ่งที่ชุยชิงหว่านคิดไม่ถึงก็คือบิดาและมารดาของนางหาได้พูดคุยกันด้วยความรักแต่กลับกำลังทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้นลงมือลงไม้กันเช่นนี้
“ม้วนตำราเหล่านั้นเจ้าเอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ เสร็จธุระแล้วพ่อจะนำไปอ่านดู” เมื่อชุยวั่งชูเอ่ยออกมาเช่นนี้นางก็พยักหน้าแล้วส่งสัญญาณให้ชุ่ยผิงนำม้วนตำราไปวางบนโต๊ะในห้องทันที
“เช่นนั้นลูกขอลากลับก่อนนะเจ้าคะ” ชุยชิงอีเอ่ยพลางย่อกายคารวะอย่างเรียบง่ายแล้วรีบเดินจากไปพร้อมกับชุ่ยผิงในทันที
หลังจากที่ออกจากเรือนซวีถงแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของชุยชิงอีก็พลันขยายกว้างขึ้น เดิมทีแค่ม้วนตำรานางสั่งให้สาวใช้นำมามอบให้บิดาก็ได้ แต่พอพี่ชายคนที่สามเล่าให้นางฟังว่าพี่ใหญ่ของนางทำให้ญาติของเฉินเวินเหนียงถูกจับในบ่อนพนันเถื่อน นางก็รีบตรงมาที่เรือนซวีถงเพื่อดูเรื่องสนุกในทันที
“เก็บงำรอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าเสียบ้างเถิด หากท่านพ่อมาเห็นเข้าเขาจะต้องคาดเดาได้แน่ว่าเรื่องที่เกิดกับญาติของอนุเฉินเป็นฝีมือของข้า” ชุยชีชวนเอ่ยพลางยื่นมือมาจับมือของชุยชิงอีเอาไว้แล้วจูงมือนางเดินตรงไปที่ศาลาหลังน้อยกลางสวนที่อยู่ไม่ไกล
“ท่านพ่อไม่มีทางมาเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของข้าได้หรอก ยามนี้คงกำลังดุด่าอนุเฉินอยู่ ดีไม่ดีลูกสาวของอนุเฉินก็คงจะพลอยโดนดุด่าไปด้วย” คำพูดของชุยชิงอีทำให้พี่ชายทั้งสามคนของนางหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“นางเป็นอย่างไรบ้าง ถูกท่านพ่อลงมือลงไม้ด้วยไหม” คำถามของชุยชีอันทำให้ชุยชิงอีพยักหน้า
“เมื่อดูจากสภาพของนางข้า ข้าคาดเดาเอาเองว่านางน่าจะถูกฝ่าเท้าของท่านพ่อถีบเข้ากลางอก นางจึงได้หงายหลังลงไปกองบนพื้นเช่นนั้น” คำพูดของนางทำให้พี่ชายทั้งสามหัวเราะออกมาอีกครั้ง เมื่อถึงศาลากลางสวนแล้วนางก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ในศาลาแล้วเอ่ยถามพี่ชายคนโตในทันที
“พี่ใหญ่ทำให้เขาถูกจับได้อย่างไร” คำถามของนางทำให้พี่ชายคนโตที่พึ่งจะนั่งลงยกพัดขึ้นกางพัดออกด้วยท่วงท่าอันสง่างามแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสาแก่ใจ
“คนสกุลเฉินผู้นั้นติดการพนันงอมแงม เขาพึ่งจะได้รับเงินก้อนใหญ่ไปสิ่งแรกที่ทำก็คือการไปบ่อนพนัน ข้าก็แค่ว่าจ้างคนให้ไปชักชวนเขาเข้าไปในบ่อนพนันที่ผิดกฎหมาย หลังจากนั้นก็แจ้งทางการว่ามีบ่อนพนันผิดกฎหมายอยู่บนถนนทางทิศใต้ให้พวกเขารีบไปจับโดยเร็ว ตอนที่คนของทางการไปจับตัวเขา คนของข้าก็แสร้งทำให้ขาของคนสกุลเฉินได้รับบาดเจ็บแล้วคนของข้าหนีจากไป พอขาของคนสกุลเฉินได้รับบาดเจ็บแล้วก็ยากที่จะหลบหนีจากการจับกุมคนของทางการ” คำพูดของพี่ชายคนโตทำให้ชุยชิงอีพยักหน้า
“เรื่องการวางแผนทำร้ายคนต้องอาศัยพี่ใหญ่ของข้าจริงๆ” คำพูดของนางทำให้ชุยชีชวนเลิกคิ้วขึ้น ส่วนพี่ชายคนรองอย่างชุยชีห่าวที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดเอ่ยปากถามนางออกมาตามตรง
“เจ้าบอกว่าเจ้าอยากจะทำตัวเหมือนปลาเค็มตากแห้ง นอนอาบแดดทั้งวันโดยไม่สนใจผู้ใด แล้วเหตุใดวันนี้จึงได้วิ่งไปที่เรือนซวีถงได้ ดูเหมือนว่าต่อให้อยากจะเป็นปลาเค็มตากแห้งสักเพียงใดแต่ก็ทนต่อความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจนต้องวิ่งไปดูเรื่องสนุกที่เรือนซวีถงสินะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการรู้ทันของชุยชีห่าวทำให้ชุยชิงอีพยักหน้า
