บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ชีวิตในอดีตชาติ

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ทำให้ชุยชิงอีที่กำลังตกอยู่ในห้วงฝันอันร้ายกาจพลันลืมตาตื่นขึ้นมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอำพันทะเลที่คล้ายมีคล้ายไม่มีทำให้นางรู้ว่าคนที่กำลังนั่งมองนางอยู่ด้านข้างของแท่นบรรทมคือหลี่ฉางฮ่องเต้ สามีที่นางทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยให้เขาได้ครอบครองราชบัลลังก์อย่างมั่นคง

“ฮองเฮา! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นขึ้นมาได้เสียที” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้ชุยชิงอีหันไปจ้องมองเขา ใบหน้าคมคายได้รูป ดวงตาที่เคยกระจ่างใสแต่ยามนี้กลับซับซ้อนจนยากจะมองออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด ชุยชิงอีผ่อนลมหายใจของตนเองออกมาแล้วจึงได้เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนแรง

“ฝ่าบาทกำจัดซูไทเฮาและพระสนมซูเฟยได้แล้วใช่ไหมเพคะ” เมื่อข้าเอ่ยถามออกมาเช่นนี้หลี่ฉางฮ่องเต้ก็พยักหน้า แววตาที่ทอประกายแห่งความยินดีของเขาทำให้ชุยชิงอีหลับตาลงพลางยื่นมือไปลูบหน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา เขาย่อมจะมองเห็นการกระทำของนางจึงได้ยื่นมือของเขามากุมมือของนางเอาไว้

“ฮองเฮาวันหน้าพวกเราจะมีลูกอีกสักกี่คนก็ได้ การเสียสละลูกทั้งสองของเจ้าในครั้งนี้ช่วยทำให้ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปีของข้าสามารถชำระล้างได้เสียที” คำพูดของเขาทำให้ดวงตาที่ยังปิดอยู่ของชุยชิงอีหลั่งน้ำตาออกมา

“เสือยังไม่กินลูกของตน หากหม่อมฉันล่วงรู้แผนการของฝ่าบาทมีหรือที่หม่อมฉันจะไม่ขัดขวาง ยามนี้คงสมพระทัยของฝ่าบาทแล้ว ทั้งองค์รัชทายาทและลูกที่กำลังจะถือกำเนิดออกมาของหม่อมฉันล้วนไม่อยู่แล้ว องค์ไทเฮาและซูเฟยก็สารภาพผิดแล้ว ขอแสดงความยินดีต่อฝ่าบาทที่ในที่สุดก็ไม่มีผู้ใดมาคอยฉุดรั้งพระราชอำนาจของฝ่าบาทได้แล้ว” ชุยชิงอีลืมตาขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของเขาอีกครั้งแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“หม่อมฉันคนนี้ก็หมดสิ้นแรงกายและแรงใจจะทุ่มเทเพื่อฝ่าบาทแล้ว ยามนี้สกุลชุยของหม่อมฉันนอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่เหลือผู้ใดอีก ขอฝ่าบาททรงมีพระเมตตาช่วยปลดท่านพ่อของข้าลงจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีด้วย ได้เวลาที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่แต่ภายในจวนแล้วเพคะ”

“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอันใดออกมา” คำถามของเขาทำให้ชุยชิงอียิ้มออกมา

“ยามนี้ไม่มีสกุลซูแล้ว ท่านพ่อของหม่อมฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องครอบครองตำแหน่งสูงอีก พี่ชายทั้งสามของหม่อมฉันสละชีพเพื่อปกป้องฝ่าบาทและหม่อมฉันไปแล้ว ตัวหม่อมฉันเองก็สูญเสียบุตรชายและทารกที่อยู่ในครรภ์ไปแล้ว หลังจากนี้หม่อมฉันก็ไม่มีสิ่งใดให้ฝ่าบาทใช้งานแล้ว ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดรับฟังคำขอครั้งสุดท้ายของหม่อมฉันด้วยเพคะ”

“คำขอครั้งสุดท้ายเช่นนั้นหรือ ฮองเฮา! เจ้ากำลังโกรธแค้นข้าและบิดาของเจ้าอยู่ใช่หรือไม่” คำถามของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้นางส่ายหน้าแต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำของนางมีหรือที่เขาจะมองไม่เห็น

“ข้ารู้ว่ายามนี้เจ้ากำลังเสียใจ ช่วงนี้พักฟื้นร่างกายของเจ้าให้ดีเถิด อำนาจการจัดการวังหลังข้ามอบหมายให้หวังกุ้ยเฟยรับหน้าที่แทนเจ้าไปแล้ว หลังจากนี้จงพักผ่อนให้ดีแล้วข้าจะมาเยี่ยมเยียนเจ้าใหม่” เมื่อเอ่ยจบเขาก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ชุยชิงอีจ้องมองฉลองพระองค์สีเหลืองสดของหลี่ฉางฮ่องเต้แล้วก็พลันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา องค์รัชทายาทถูกคนทำให้จมน้ำตาย ยาบำรุงครรภ์ของนางถูกคนใส่ยาพิษเอาไว้ หลักฐานทั้งหมดชี้เป้าความผิดไปที่ซูไทเฮาและซูเฟย แต่นางรู้ดีว่าต่อให้คนทั้งคู่มีความกล้าสักเพียงใดก็ไม่กล้าเสี่ยงทำร้ายลูกของข้า คนที่กล้าลงมือได้มีแค่เพียงหลี่ฉางฮ่องเต้ผู้เป็นทั้งบิดาของลูกและเป็นสามีของนางเพียงเท่านั้น ซึ่งพอนางถามเขาก็ไม่ได้ปิดบัง เพียงแต่การยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของเขาในครั้งนี้ทำให้นางเจ็บปวดใจเสียยิ่งกว่าการถูกเขาหลอกลวงเสียอีก

ซูไทเฮาและพระสนมซูเฟยวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาท และวางแผนทำลายครรภ์ขององค์ฮองเฮา โทษทัณฑ์ในครั้งนี้ทำให้สกุลซูทั้งสกุลพลอยติดร่างแหไปด้วย ฮองเฮาไม่เพียงสูญเสียองค์รัชทายาทไป ยามนี้ยังไม่อาจจะรักษาครรภ์เอาไว้ได้จึงล้มป่วยลงจนไม่สามารถดูแลวังหลังได้อีก อำนาจการดูแลวังหลังจึงตกไปอยู่ในมือของหวังกุ้ยเฟย

หวังกุ้ยเฟยคือสตรีที่เติบโตขึ้นมาข้างกายหลี่ฉางฮ่องเต้ นางแต่งเข้าตำหนักบูรพาในฐานะพระชายาเอกขององค์รัชทายาท แต่องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์คนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮากลับเป็นพระชายารองสกุลชุยผู้มีนามว่าชุยชิงอี สร้างความโกรธแค้นให้อดีตพระชายาองค์รัชทายาทอย่างหวังกุ้ยเฟยมาโดยตลอด

ยามนี้สกุลชุยตกต่ำแล้วสามอัจฉริยะแห่งสกุลชุยผู้เป็นพี่ชายของชุยชิงอีล้วนสิ้นชีพไปหมดแล้ว คนที่คอยหนุนหลังชุยชิงอีจึงไม่มีอีก หวังกุ้ยเฟยจึงกล้าสร้างความลำบากใจให้แก่นาง ทั้งเย้ยหยันเรื่องการสูญเสียบุตรชายและทารกในครรภ์ ทั้งเย้ยหยันที่ยามนี้นางสิ้นไร้ความโปรดปรานจากหลี่ฉางฮ่องเต้ การกลั่นแกล้งทั้งต่อหน้าและลับหลังจึงดำเนินต่อไปอีกครึ่งปี หลังจากนั้นร่างกายที่เปราะบางอยู่แล้วของชุยชิงอีจึงไม่อาจจะทนรับความลำบากได้อีกต่อไป

ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น ตำหนักคุนหนิงที่ไม่มีกระถางไฟสักกระถางเพื่อสร้างความอบอุ่น นางข้าหลวงที่คอยดูแลเรื่องน้ำร้อนและน้ำชาไม่มีสักคนฟังเสียงเรียกของนาง ชุ่ยผิงสาวใช้ที่ติดตามนางเข้าวังถูกหวังกุ้ยเฟยโบยตีจนตายเมื่อสองเดือนที่แล้วไปแล้ว ชุยชิงอียิ้มออกมาทั้งน้ำตานางรู้ดีว่าสาเหตุที่นางต้องตกอยู่ในสภาพนี้เป็นเพราะนางทำให้หลี่ฉางฮ่องเต้ไม่พอใจคำพูดของนาง

ความไม่พอใจในครั้งนั้นของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้เขาจงใจมอบอำนาจการดูแลวังหลังให้หวังกุ้ยเฟย ซึ่งความสามารถของหวังกุ้ยเฟยก็ไม่ธรรมดา นางสามารถทำให้ตำหนักคุนหนิงอันโอ่อ่ากลายเป็นตำหนักร้างแทบจะไม่ต่างจากตำหนักเย็น ตอนที่ชุยชิงอีสิ้นใจนางจึงไม่มีผู้ใดอยู่ข้างกายเลยสักคน กว่าจะมีคนรู้ว่านางสิ้นใจก็เป็นตอนที่นางข้าหลวงสังเกตเห็นว่านางไม่ยอมตื่นขึ้นมากินน้ำและอาหารเสียที

“ชิงอี! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ทำไมเจ้าจึงต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ ชิงอี! เจ้าลืมตาขึ้นมานะ เจ้าคือฮองเฮาของข้า เจ้าจะจากไปเช่นนี้ไม่ได้” เสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้ชุยชิงอีที่กำลังจะดื่มน้ำแกงลืมเลือนของยายเมิ่งพลันชะงักไป นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เรียกชื่อของนาง เพียงแต่ยามนี้นางอยู่ในปรโลกแล้วต่อให้เขาเรียกชื่อนางจนน้ำเสียงแหบแห้งก็ไม่ส่งผลใดๆ อีกต่อไป

“ดื่มแล้วก็รีบไป คนข้างหลังจะได้ดื่มต่อ” เสียงของยายเมิ่งทำให้คนข้างหลังที่น่าจะรีบไปเกิดใหม่ดันแผ่นหลังของนางไปข้างหน้าทำให้แกงหกรดลงมาใส่หน้าอกของนางจนหมดถ้วย ชุยชิงอีตั้งใจจะหันไปด่าเขาแต่ยายเมิ่งกลับดึงชามน้ำแกงอันว่างเปล่าจากมือของนางไปแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเบื่อหน่ายและเย็นชา

“คนต่อไป”

ชุยชิงอีหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงใหญ่ที่กำลังดื่มน้ำแกงลืมเลือนด้วยความไม่พอใจ

“เมื่อลืมเลือนแล้วก็ห้ามหันหลังกลับ” เสียงเตือนของยมทูตทำให้ชุยชิงอีจำต้องเดินไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่วังวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel