บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: ลมหายใจสุดท้าย

กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นกำยานหอมฉุนลอยอวลอยู่ในอากาศ คฤหาสน์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงราวกับตำหนักสวรรค์ บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับนรกขุมที่ลึกที่สุดสำหรับ เสิ่นชิงเวย

นางนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนเตียงไม้หนานมู่ที่สลักลายอย่างประณีต ความเย็นเยียบจากพิษพันราตรีที่เพิ่งกลืนกินลงไปกำลังกัดเซาะเส้นเลือด ดึงเอาเรี่ยวแรงหยดสุดท้ายของนางให้เหือดหายไป แต่น่าแปลกความเจ็บปวดทางร่างกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกโล่งใจที่พรั่งพรูขึ้นมา

ในที่สุด นางก็จะได้เป็นอิสระเสียที

“ชิงเวย!!!!”

เสียงคำรามดังก้องกังวานราวกับสัตว์ป่าที่ถูกแทงทะลุหัวใจ ประตูไม้สลักถูกถีบจนพังครืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉย เย็นชา และหยิ่งผยองอยู่เสมอ บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน

จ้าวเสวียนอี้ ชินอ๋องผู้โหดเหี้ยม มัจจุราชเดินดินที่กวาดล้างจวนอัครเสนาบดีตระกูลเสิ่นของนางจนย่อยยับ ชายผู้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตนาง และขังนางไว้ในกรงทองแห่งนี้

เขารีบถลันเข้ามาทรุดตัวลงข้างเตียง สองมือที่เคยจับดาบฟาดฟันศัตรูอย่างเด็ดขาด บัดนี้สั่นเทาขณะรวบร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนางเข้าสู่อ้อมกอด

“เจ้าทำอะไรลงไป หมอหลวง เรียกหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้ หากพระชายาเป็นอะไรไป ข้าจะสับพวกเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น” เสียงตะคอกของเขาทำเอาเหล่าบ่าวไพร่หน้าประตูคุกเข่าตัวสั่นงันงก

เสิ่นชิงเวยแค่นยิ้มบางเบา เลือดสีดำสนิทไหลซึมออกจากมุมปาก นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ก็อ่อนแรงเกินกว่าจะขยับเขยื้อนเขาได้แม้แต่น้อย

“ปล่อย.. ข้า” เสียงของนางแหบพร่าและขาดห้วง

“ไม่! ข้าไม่ปล่อย เจ้าจะตายไม่ได้ ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย” จ้าวเสวียนอี้คำราม ดวงตาสีเข้มของเขาแดงก่ำราวกับมีหยาดเลือดรื้นขึ้นมา เขาถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของนางอย่างบ้าคลั่ง หวังจะยื้อชีวิตที่กำลังหลุดลอยไป

“ท่าน.. ฆ่าท่านพ่อ ฆ่าท่านแม่ ฆ่าทุกคนในตระกูลข้า” เสิ่นชิงเวยเค้นเสียงพูดแต่ละคำด้วยความปวดร้าว “แล้วท่าน ยังจะเก็บข้าไว้ ดูความวิปลาสของท่านอีกหรือ?”

“เจ้าไม่เข้าใจ” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนอี้สั่นสะท้าน มือที่โอบกอดนางรัดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิด นางจะสลายกลายเป็นเถ้าธุลี “ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อ...”

เขาชะงักไป คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายลงไปในลำคอ

เพื่ออะไรล่ะ? นางไม่สนใจหรอก สิ่งเดียวที่นางรู้คือชายผู้นี้คือปีศาจ เขาสังหารคนในครอบครัวนาง สังหารซิ่งหนิง สาวใช้ที่ซื่อสัตย์ของนางต่อหน้าต่อตา ทำลายชีวิตนางจนย่อยยับ เพียงเพื่อความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวที่จะครอบครองนางไว้แต่เพียงผู้เดียว

“ข้าเกลียดท่าน” เสิ่นชิงเวยกระซิบ แววตาของนางที่มองเขาว่างเปล่าและเย็นเยียบ “หากมีชาติหน้า ขออย่าได้พบ อย่าได้เจอคนโฉดชั่วเช่นท่านอีกเลย”

นั่นคือประโยคสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาของนางจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจที่ดับสูญ

“ชิงเวย ชิงเวย ไม่นะ ลืมตาขึ้นมามองข้าเดี๋ยวนี้ ข้าสั่งให้เจ้าลืมตา”

เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและสิ้นหวังของจ้าวเสวียนอี้ดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความแตกสลายราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า แต่นางไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว ความมืดมิดและหนาวเหน็บเข้ากลืนกินทุกสิ่ง

เฮือก….

เสิ่นชิงเวยสะดุ้งสุดตัว ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับคนใกล้จมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้า หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง

นางยังมีชีวิตอยู่?

หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคลำลำคอและใบหน้าของตัวเอง สัมผัสที่ได้คือความอบอุ่น ไม่ใช่ความเย็นเยียบของความตาย ไม่มีความเจ็บปวดจากพิษพันราตรีที่แผดเผาอวัยวะภายใน นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างสับสน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ม่านมุ้งสีกลีบบัวพลิ้วไหวเบาๆ ตามสายลม โต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์หอม แจกันกระเบื้องเคลือบปักดอกเหมยหลบหนาว ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ดูคุ้นตาจนน่าประหลาดใจ

นี่มัน.. ห้องนอนของนางในจวนอัครเสนาบดีตระกูลเสิ่น

“คุณหนู คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?”

เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนที่เดินถืออ่างน้ำทองเหลืองเข้ามาในห้อง

“ซิ่งหนิง” เสิ่นชิงเวยเบิกตากว้าง ริมฝีปากสั่นระริก

ซิ่งหนิงยังไม่ตาย นางจำได้แม่นยำว่าภาพสุดท้ายของซิ่งหนิงในอดีตชาติคือร่างที่จมกองเลือดจากการถูกดาบของจ้าวเสวียนอี้บั่นคอต่อหน้านาง โลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของนางยังคงเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน

แต่ตอนนี้ ซิ่งหนิงกำลังยืนส่งยิ้มกว้างมาให้นาง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ

“คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำไมหน้าซีดเช่นนี้ ฝันร้ายหรือเจ้าคะ” ซิ่งหนิงรีบวางอ่างน้ำลงแล้วถลันเข้ามาดูอาการผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง

เสิ่นชิงเวยคว้ามือของสาวใช้มาจับไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน นางยังมีชีวิตอยู่ และซิ่งหนิงก็ยังมีชีวิตอยู่

“ซิ่งหนิง ปีนี้ ปีนี้คือปีอะไร?” นางถามเสียงสั่น

“ปีรัชศกเทียนหยวนที่สิบห้าอย่างไรล่ะเจ้าคะ คุณหนูเพิ่งจะฉลองวันปักปิ่นไปเมื่อเดือนก่อน ลืมแล้วหรือเจ้าคะ?” สาวใช้ตอบพลางเอียงคออย่างงุนงง

รัชศกเทียนหยวนที่สิบห้า

เสิ่นชิงเวยราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายของนางชาหนึบไปชั่วขณะ ปีรัชศกเทียนหยวนที่สิบห้า คือช่วงเวลาหนึ่งปีก่อนที่จวนอัครเสนาบดีจะถูกยัดข้อหากบฏ หนึ่งปีก่อนที่นรกบนดินจะเปิดฉากขึ้น

นางได้กลับมาเกิดใหม่ ได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขชะตากรรมของตัวเอง

หญิงสาวปล่อยมือจากซิ่งหนิงแล้วก้าวลงจากเตียง เดินโซเซไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพสะท้อนในคันฉ่องทองเหลืองคือดวงหน้าเนียนใสของหญิงสาววัยสิบห้าปี ดวงตากลมโตแฝงความไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความอมทุกข์และแห้งเหี่ยวเหมือนในวาระสุดท้ายของชาติที่แล้ว

สวรรค์เมตตา สวรรค์ให้โอกาสนางได้เริ่มต้นใหม่

เมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ความหวาดกลัวก็ปะทุขึ้นในใจ ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม เพียงแค่คิดถึงใบหน้าของจ้าวเสวียนอี้ รอยยิ้มเย็นเยียบและสัมผัสอันป่าเถื่อนของเขา ก็ทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียน

ชายผู้นั้นไม่ใช่คน เขาคือปีศาจที่คลั่งรักอย่างเสียสติ เขาไม่สนว่าใครจะตายไปกี่คน ขอเพียงได้ขังนางไว้ข้างกาย เขาทำลายครอบครัวของนาง ตัดปีกนางจนหักสะบั้น ทำให้นางกลายเป็นนกน้อยในกรงทองที่รอวันตาย

“คุณหนู ร่างกายสั่นไปหมดแล้ว ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามหมอไหมเจ้าคะ” ซิ่งหนิงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อเห็นอาการผิดปกติของผู้เป็นนาย

เสิ่นชิงเวยหลับตาลง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ นางส่ายหน้าช้าๆ

“ข้าไม่เป็นไร แค่ฝันร้าย ฝันร้ายที่น่ากลัวมากๆ”

นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยหวาดหวั่นและสับสนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและเย็นชา ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมา นางจะไม่ยอมเดินตามรอยเดิมเด็ดขาด นางจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ปีศาจนั่นย่ำยี และจะไม่ยอมให้ครอบครัวของนางต้องจบชีวิตลงบนลานประหาร

หนึ่งปี นางมีเวลาอีกหนึ่งปีก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น

ในชาติก่อน การที่นางเป็นคุณหนูใหญ่จวนอัครเสนาบดี ผู้เพียบพร้อมและโดดเด่นในงานเลี้ยงบุปผา ทำให้ไปสะดุดตาชินอ๋องจ้าวเสวียนอี้เข้า หากนางต้องการหนีให้พ้นจากเขา นางต้องลบตัวเองออกจากสายตาของเขาให้สิ้นซาก

จะแกล้งป่วยหนักจนเสียโฉมดีหรือไม่ ไม่จ้าวเสวียนอี้เป็นคนฉลาดแกมโกง หาหมอหลวงมาตรวจประเดี๋ยวก็ความแตก หากเขารู้ว่านางเสแสร้ง โทษทัณฑ์ที่ตามมาอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

วิธีเดียวที่จะรอด คือนางต้องหายไป

หายไปจากเมืองหลวง หายไปจากชีวิตของเขา ตัดขาดจากตระกูลเสิ่น เพื่อไม่ให้เขาใช้ครอบครัวมาเป็นข้อต่อรองข่มขู่นางได้อีก

“ซิ่งหนิง เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก” เสิ่นชิงเวยเอ่ยเสียงเรียบ

สาวใช้ลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคุณหนู นางจึงยอบกายเคารพ “เจ้าค่ะ หากคุณหนูต้องการสิ่งใด เรียกบ่าวได้ตลอดเลยนะเจ้าคะ”

เมื่อประตูปิดลง เสิ่นชิงเวยก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ สมองเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว นางต้องวางแผน นางต้องการเงินตราและเส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัย เมืองหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยหูตาของจ้าวเสวียนอี้ ต่อให้ตอนนี้เขายังไม่ได้สนใจนาง แต่องครักษ์เสื้อแพรของเขาก็กระจายตัวอยู่ทุกหนแห่ง

นางนึกถึงตั๋วเงินและเครื่องประดับที่ตนเองมีเก็บไว้ โชคดีที่ในฐานะคุณหนูใหญ่ มารดามักจะมอบเงินทองและของมีค่าให้เป็นรางวัลเสมอ หากนำไปจำนำที่โรงรับจำนำนอกเมือง น่าจะได้เงินก้อนใหญ่พอสมควร

เจียงหนาน

ใช่แล้ว เจียงหนานคือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด เป็นเมืองท่าที่คึกคัก ผู้คนพลุกพล่าน การหลบซ่อนตัวในที่ที่มีคนเยอะย่อมง่ายกว่าเมืองร้าง แถมที่นั่นยังไกลจากอำนาจของชินอ๋องในเมืองหลวง

เสิ่นชิงเวยกำหมัดแน่น เล็บจิกทึ้งลงบนฝ่ามือจนเจ็บ แต่นางกลับไม่ใส่ใจ

จ้าวเสวียนอี้ ชาติก่อนท่านทำลายข้า ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้ท่านแตะต้องตัวข้าได้แม้แต่ปลายก้อย ข้าจะโบยบินหนีไปให้ไกล ไกลจนท่านไม่มีวันตามหาเจอ

หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่หีบไม้ใบเล็กซ่อนอยู่ใต้เตียง ในนั้นมีทรัพย์สินส่วนตัวของนางเก็บไว้ นางเริ่มคำนวณเงินทองและเส้นทางการเดินทางอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่แสนสงบ ใครเลยจะรู้ว่าในใจของคุณหนูตระกูลขุนนางผู้อ่อนโยน บัดนี้กำลังสุมไปด้วยไฟแห่งการเอาชีวิตรอด

ทว่า ในขณะที่นกน้อยกำลังวางแผนโบยบินออกจากกรง นางหารู้ไม่เลยว่า มัจจุราชผู้นั้นไม่ได้อยู่ใน อนาคต ที่นางหลีกหนี

ในอีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ณ จวนชินอ๋องที่กว้างใหญ่และมืดครึ้ม

“อึก”

ร่างสูงใหญ่บนเตียงเตี้ยสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากฝันเลือด

จ้าวเสวียนอี้ยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายของตนเอง หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสของร่างกายที่เย็นเยียบและร่วงหล่นลงในอ้อมกอดยังคงชัดเจน ชัดเจนเสียจนเขารู้สึกเหมือนมีมีดนับพันเล่มกรีดลงบนวิญญาณ

“ชิงเวย”

เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากของเขา เขาเกิดใหม่แล้ว สวรรค์เวทนาหรือเล่นตลก ถึงได้ส่งเขากลับมาในช่วงเวลานี้

กู้เหยียน กุนซือคนสนิทที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรีบเปิดประตูเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว “ท่านอ๋อง ทรงเป็นอะไรไปพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่จู่ๆ พระองค์ก็หมดสติไป กระหม่อมกำลังจะให้คนไปตามหมอหลวงพอดี”

“ไม่ต้อง” จ้าวเสวียนอี้ยกมือขึ้นห้าม แววตาที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ไม่อาจหยั่งถึง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความทรงจำในอดีตชาติไหลบ่าเข้ามาอย่างสมบูรณ์แบบ

ความผิดพลาดในชาติก่อน การกักขังที่รุนแรงเกินไป การสังหารเพื่อปกป้องที่นางไม่เคยเข้าใจ จนสุดท้ายเขาก็เสียนางไปตลอดกาล

ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนสลักลึกถึงกระดูกดำ ทว่าดวงตากลับพาดผ่านด้วยความบ้าคลั่งที่มากยิ่งกว่าเดิม

“ชิงเวยของข้า สวรรค์ช่างเป็นใจนักที่ส่งเราสองคนกลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา เบาจนกู้เหยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลยังรู้สึกขนลุกซู่

“ท่านอ๋อง รับสั่งสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ” กู้เหยียนถามอย่างหวาดระแวง

จ้าวเสวียนอี้หันไปมองกุนซือคนสนิท นัยน์ตาสีหมึกทอประกายวาบวับ “กู้เหยียน ส่งคนไปจับตาดูคุณหนูใหญ่จวนตระกูลเสิ่น”

“คุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่น เสิ่นชิงเวยหรือพ่ะย่ะค่ะ ทำไมจู่ๆ”

“อย่าถามให้มากความ แค่ส่งคนฝีมือดีที่สุดไปจับตาดูทุกฝีก้าวของนาง หากนางจะกิน จะนอน จะคุยกับใคร ข้าต้องรู้ทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดและแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “และที่สำคัญ ห้ามแตะต้องนางเด็ดขาด ปล่อยให้นางทำตามใจชอบ หากนางคิดจะหนีก็แค่ตามไปห่างๆ”

กู้เหยียนอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “หนี นางเป็นถึงคุณหนูตระกูลผู้ดีจะหนีไปไหนพ่ะย่ะค่ะ”

“หนีข้าอย่างไรล่ะ” จ้าวเสวียนอี้หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “ชาติก่อนข้าใจร้อนไปหน่อย บีบคั้นจนนกน้อยของข้าต้องปีกหัก ชาตินี้ข้าจะปล่อยให้นางโบยบินให้พอใจ”

เขาเดินไปที่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองไปทางทิศที่ตั้งของจวนตระกูลเสิ่น สองมือไพล่หลังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“หนีไปให้ไกลเลยชิงเวย บินไปให้สุดหล้าฟ้าเขียวเลย เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะหนีไปที่ใด โลกทั้งใบที่เจ้าเหยียบย่ำ ก็คือฝ่ามือของข้าอยู่ดี”

เกมแมวหยอกหนูในชาตินี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel