2
“เยว่เอ๋อร์...” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบ
ทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของเขากลับเย็นเยียบจนน่าหวาดกลัว
“ใครทำ” เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับสะเทือนถึงจิตวิญญาณของทุกคน
เซียวเหวินหยางหน้าซีด ฉินเฟิงหลัวเริ่มตัวสั่น ลั่วจื่อเหิงถึงกับทรุดลงกับพื้น พวกเขารับรู้ได้ทันที ชายตรงหน้าสามารถสังหารคนทั้งสำนักได้เพียงยกมือ
“ขะ...ข้า...”
ลั่วจื่อเหิงพยายามพูด แต่หางสีเงินเส้นหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ
ฉัวะ!
ศีรษะของเขาหลุดออกจากบ่า เลือดสาดกระจายตายคาที่ ทั้งสำนักตกอยู่ในความเงียบงัน
“ศิษย์น้องสาม!” เซียวเหวินหยางร้องลั่น
“ท่านเป็นใคร!”
ไป๋จิ่วเยวียนค่อย ๆ หันไปมอง
“ข้าถามว่าใครทำ” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น
ซูเหยาเหยาตัวสั่น นางรีบคลานออกมา
“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ เป็นนางเองที่ผลักข้าก่อน ศิษย์พี่ทั้งสามเพียงช่วยเหลือข้า ข้าไม่ผิด ศิษย์พี่ต่างหากเป็นคนฆ่านาง” ไป๋จิ่วเยวียนหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ทุกคนขนลุก
“ไม่ผิดหรือ โยนความผิดให้คนอื่น หากเจ้าไม่เสี้ยม พวกมันจะทำร้ายนางหรือ” เขายกมือขึ้น
ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถูกดึงออกมาจากวิญญาณของซูเหยาเหยา เป็นวิชาค้นความทรงจำต้องห้าม ภาพทุกอย่างปรากฏกลางอากาศ ตั้งแต่ซูเหยาเหยาหยิกแขนมู่ชิงเยว่ การแกล้งล้ม การใส่ร้าย รวมถึงรอยยิ้มสะใจหลังมู่ชิงเยว่ตกหน้าผา
ทุกคนเห็นหมด ใบหน้าของซูเหยาเหยาซีดเผือด
“ไม่...ไม่... ข้าไม่ได้ตั้งใจ...”
เพียะ!
พลังมหาศาลตบใส่ร่างนาง แขนขวาระเบิดเป็นหมอกเลือด ซูเหยาเหยากรีดร้องลั่น
“อ๊าก! ช่วยข้าด้วย!”
เซียวเหวินหยางรีบพุ่งออกมา
“ท่านหยุดเดี๋ยวนี้!”
ฉินเฟิงหลัวชักกระบี่
“ปล่อยนาง!”
ไป๋จิ่วเยวียนมองทั้งสองราวกับมองมดปลวก
“พวกเจ้าก็สมควรตาย”
ตูม!
แรงกดดันโถมทับเข้าหา กระดูกทั่วร่างของทั้งคู่แตกละเอียด ทั้งสองคุกเข่าลงทันที เลือดไหลออกจากปาก
“อ๊าก!”
“ไม่นะ!” พวกเขาเพิ่งตระหนักในเวลานี้เองว่าตนกำลังจะตาย
“ขอร้อง...” เซียวเหวินหยางน้ำตาไหล
“ข้ารู้ว่าข้าผิดแล้ว...”
“ชิงเยว่...”
“ข้าขอโทษ...” ฉินเฟิงหลัวเองก็สั่นเทา
“ข้าไม่ได้อยากให้นางตาย...”
“ข้าเพียง...”
“เพียงอะไร”
ไป๋จิ่วเยวียนถาม ทั้งสองคนพูดไม่ออก
ใช่... เพียงอะไร เพียงเพราะพวกเขาหลงเชื่อซูเหยาเหยา เพียงเพราะพวกเขาคิดว่ามู่ชิงเยว่จะไม่จากไปไหน เพียงเพราะพวกเขามองข้ามความรู้สึกของนาง จึงทำร้ายคนที่คอยดูแลพวกเขามาตลอด แต่ตอนนี้ ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
“หากคำขอโทษใช้ได้” ไป๋จิ่วเยวียนเอ่ยเสียงเย็น
“เยว่เอ๋อร์ก็คงฟื้นขึ้นมาแล้ว”
ฉัวะ!
หางสีเงินทั้งสองเส้นพุ่งทะลุหัวใจของพวกเขา ร่างของศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองล้มลง สิ้นใจทันที เหลือเพียงซูเหยาเหยา หญิงสาวคลานหนีด้วยความหวาดกลัว
“ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะชดใช้ ข้าจะเป็นทาสท่านตลอดไป” ไป๋จิ่วเยวียนเดินเข้ามาทีละก้าว ดวงตาไร้ความเมตตา
“เยว่เอ๋อร์เคยขอชีวิตจากพวกเจ้าหรือไม่” ซูเหยาเหยาหยุดชะงัก
“นางร้องไห้เพราะพวกเจ้ามากี่ครั้ง พวกเจ้าฟังหรือไม่ นางถูกแย่งสัตว์เทพไปกี่ตัว พวกเจ้าสนใจหรือไม่ วันที่นางตกหน้าผา พวกเจ้ายื่นมือช่วยหรือไม่”
ซูเหยาเหยาตัวสั่น พูดอะไรไม่ออก ไป๋จิ่วเยวียนยกมือขึ้น เปลวเพลิงสีเงินลุกโชน เขาเพียงคิดว่าจะกลับไปชั่วครู่ แต่กินเวลายาวนานในการทำศึกกับเผ่าอสูร ไม่ได้ติดต่อกับนางเลย เพราะสถานการณ์ตึงเครียด ก่อนจากไปในครานั้นไม่เคยรู้ว่านางโดนคนพวกนี้ทรมาน เขารู้เอาตอนเมื่อสายเกินไป จากการมองผ่านกระจกเมฆสลาย ที่สามารถมองเหตุการณ์อะไรก็ได้ที่ต้องการ จึงได้รีบมาที่นี่แต่ไม่ทันเสียแล้ว
“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องดังสะเทือนฟ้าดิน ร่างของซูเหยาเหยาถูกเผาไหม้ทีละน้อย จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
หลังจากนั้น ทั่วทั้งสำนักตกอยู่ในความเงียบ ไป๋จิ่วเยวียนไม่มองใครอีก เขาค่อย ๆ ลงไปยังเบื้องล่างของหน้าผา อุ้มร่างของมู่ชิงเยว่ขึ้นมาแนบอก
“เยว่เอ๋อร์ ข้ากลับมาช้าเกินไป” น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนแก้มของหญิงสาว เป็นครั้งแรกที่ราชาจิ้งจอกเก้าหางร้องไห้
“หากมีชาติหน้า ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรังแกเจ้าอีก”
ทันใดนั้น ฟ้าดินเริ่มสั่นสะเทือน ราวกับรับรู้ถึงความเสียใจของเขา ไป๋จิ่วเยวียนหลับตาลง ก่อนจะระเบิดแก่นปีศาจหมื่นปีในร่างออกมา
“เยว่เอ๋อร์ รอข้าด้วย”
ตูม! แสงสีทองปกคลุมทั่วทั้งโลก เวลาและมิติเริ่มบิดเบือน วิญญาณของมู่ชิงเยว่และไป๋จิ่วเยวียนถูกดึงเข้าไปในกระแสแห่งกาลเวลา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
“ศิษย์พี่หญิง!”
“ศิษย์พี่หญิง!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น มู่ชิงเยว่ลืมตาพรวด นางหอบหายใจแรง ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ภาพตกหน้าผายังชัดเจนในหัว
ข้า...ยังไม่ตาย
นางมองไปรอบตัว นี่คือห้องพักของนางเมื่อห้าปีก่อน ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น ก่อนที่สัตว์เทพจะถูกแย่งไป ก่อนที่นางจะกลายเป็นคนรับใช้ ก่อนที่นางจะตาย ดวงตาของมู่ชิงเยว่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากความอ่อนโยน กลายเป็นความเย็นชา
“ครั้งนี้ ข้าจะไม่โง่อีก” แล้วนางกำหมัดแน่น
“ศิษย์พี่หญิงได้ยินหรือไม่ ทำไมไม่ตอบ”
“มีอะไร” มู่ชิงเยว่เอ่ยถามอย่างเย็นชา
“วันนี้มีเห็นพันปีงอกที่หุบเขา ท่านสัญญากับพวกศิษย์พี่ว่าจะไปเก็บต้มบำรุงให้พวกข้า” ประโยคนั้นทำให้ความทรงจำในชาติก่อนเกิดขึ้น
คนสารเลวพวกนี้บังคับให้นางไปเก็บเห็ดพันปีมาปรุงเป็นยาให้พวกเขากิน แล้วทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ระดับพลังรากปราณบรรลุขั้นหลอมแก่นปราณ ส่วนศิษย์พี่รองกับพี่สามบรรลุขั้นสร้างรากฐาน ส่วนศิษย์น้องเล็กบรรลุขั้นกลั้นลมปราณ ส่วนนางไม่มีโอกาสได้กินเห็ดพันปีที่ปีนเขาขึ้นไปหาอย่างยากลำบาก ถึงขั้นบาดเจ็บเพราะพวกเขากินไม่เหลือซาก
ชาตินี้มู่ชิงเยว่ไม่ใช่คนโง่และอ่อนแออีก เห็ดพวกนั้นนางจะกินให้เรียบ รวมถึงสัตว์อสูรด้วย นางจะจับทำสัญญาให้หมด โดยการหยดเลือดลงในอาหารให้พวกมันกิน แค่พวกมันกินอาหารที่มีเลือดของนางเป็นส่วนผสม ความสัมพันธ์นายบ่าวจะเกิดขึ้นทันที นอกเสียจากว่านางจะให้พวกมันกินผลึกอัคคีเพื่อให้ตัดความสัมพันธ์นายบ่าว เป็นของวิเศษที่มีเฉพาะเจ้าสำนักและผู้สืบทอดเท่านั้น ไว้ใช้กับสัตว์เทพอสูรพวกนี้
ชาติก่อนคนเลวพวกนี้ไม่รู้ว่านางมีผลึกอัคคีทำให้สัตว์อสูรเปลี่ยนเจ้านายใหม่ได้ เพราะนางเป็นคนดีเกินไปจึงไม่ให้สัตว์อสูรที่พวกมันแย่งไปตัดขาดกับพวกมัน แต่พวกมันก็สารเลวฆ่านางอย่างเลือดเย็น ชาตินี้นางจะทำให้พวกมันได้รับกรรมอย่างสาสม
