บทนำ เถ้าถ่านสู่การเกิดใหม่ - 1
ร้อน... ร้อนจนแทบแผดเผาวิญญาณให้แหลกสลาย
เสียงเปลวเพลิงคำรามลั่นราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง มันกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องครัวของโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ไปจนหมดสิ้น ควันไฟสีดำทะมึนหนาทึบลอยคลุ้ง บดบังทัศนวิสัยจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตัวเอง
เมิ่งซูเหยาเชฟสาวฝีมือทองวัยสามสิบห้าปี พยายามตะเกียกตะกายพาตัวเองไปที่ประตูทางออก แต่ควันพิษที่สูดดมเข้าไปเต็มปอดทำให้เรี่ยวแรงของเธอเหือดหายไปจนหมดสิ้น สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ ร่างกายที่เคยยืนหยัดอย่างสง่างามหน้าเตาไฟและรังสรรค์อาหารเลิศรสมานับไม่ถ้วน บัดนี้ทรุดฮวบลงกับพื้นกระเบื้องที่ร้อนระอุ
นี่ฉันจะต้องมาตายแบบนี้จริงๆ งั้นเหรอ?
ในห้วงความคิดสุดท้าย เมิ่งซูเหยารู้สึกขมขื่นในใจ ชีวิตที่ผ่านมาของเธออุทิศให้กับการทำอาหารเพียงอย่างเดียว ไต่เต้าจากเด็กล้างจานจนกลายเป็นหัวหน้าเชฟที่ใครๆ ต่างก็เคารพยำเกรง ยังไม่ทันได้ใช้เงินก้อนโตที่หามาได้ ยังไม่ทันได้มีครอบครัวหรือใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไปเลยด้วยซ้ำ ทว่าความตายกลับมาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว
สติของเธอขาดผึง โลกทั้งใบพลันดับวูบลงจมสู่ความมืดมิดอนธการ...
"แง... แม่จ๋า... แม่ตื่นสิ แม่จ๋าอย่าทิ้งผิงอันไป"
เสียงร้องไห้แหบแห้งของเด็กเล็กดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง คล้ายกับลูกนกตัวน้อยที่กำลังจะสูญเสียที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวไป
เมิ่งซูเหยาสะดุ้งเฮือก! เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ ทว่าสิ่งที่สูดเข้าไปกลับไม่ใช่ควันไฟเหม็นไหม้ แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นราที่ลอยแตะจมูก
เธอเบิกตากว้างด้วยความสับสน ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานหรูหราของโรงแรม หรือซากปรักหักพังจากกองเพลิง แต่กลับเป็นหลังคามุงจากที่รั่วเป็นรูโหว่จนเห็นแสงแดดรำไรสาดส่องเข้ามา ผนังห้องทำจากดินโคลนที่แตกร้าว ลมหนาวพัดลอดผ่านช่องลมเข้ามาจนหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
ที่นี่ที่ไหน? ฉันยังไม่ตายงั้นเหรอ?
เมิ่งซูเหยาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดร้าวลึกกลับแล่นพล่านไปทั่วร่างกายราวกับถูกรถบรรทุกทับ ร่างกายนี้หนักอึ้งและไร้เรี่ยวแรงอย่างประหลาด เมื่อเธอก้มมองดูมือของตัวเอง ดวงตาที่เฉยชามาตลอดก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
นี่ไม่ใช่มือของเชฟที่จับมีดมานับสิบปี! แต่มันคือมือที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้ง ผิวหนังหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยแตกและรอยแผลเป็นประปราย ร่างกายที่สวมใส่เพียงเสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ สีซีดเซียวที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วนนั้น ผอมโซจนแทบจะเห็นซี่โครงทุกซี่ ราวกับหนังหุ้มกระดูกก็ไม่ปาน
"แม่จ๋า! แม่ตื่นแล้ว! ผิงอันกลัว... ผิงอันนึกว่าแม่จะทิ้งผิงอันไปแล้ว..."
ร่างเล็กจ้อยที่คุกเข่าอยู่ข้างเตียงเตาโถมตัวเข้ามากอดแขนของเธอแน่น น้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนท่อนแขนผอมแห้งของเมิ่งซูเหยา
เธอมองเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าด้วยความมึนงง เด็กคนนี้หน้าตาอมทุกข์ ผิวพรรณเหลืองซีดไร้สีเลือด แขนขาเล็กหลีบราวกับกิ่งไม้แห้งๆ แต่กลับมีศีรษะที่ดูโตเกินวัย เป็นลักษณะของเด็กที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงมาเป็นเวลานาน
ทันใดนั้นเอง อาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็แล่นจี๊ดขึ้นมาจนเมิ่งซูเหยาต้องยกมือกุมขมับ ภาพความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของเธอ หลั่งไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก!
ปี ค.ศ. 1985... หมู่บ้านชนบทอันห่างไกล...
เจ้าของร่างนี้มีชื่อว่าเมิ่งซูเหยาเหมือนกับเธอไม่ผิดเพี้ยน แต่ชีวิตของหญิงสาวคนนี้กลับรันทดและน่าสมเพชจนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนโง่งมเช่นนี้อยู่บนโลก
ร่างเดิมปีนี้อายุเพียง 20 ปี ทว่ากลับแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลจ้าวตั้งแต่อายุ 16 ปีด้วยการชักจูงของแม่สื่อ จ้าวสวี่ผู้เป็นสามีทำงานอยู่ในตัวเมือง นานๆ ทีถึงจะส่งเงินกลับมาบ้านสักครั้ง ทิ้งให้เมิ่งซูเหยาต้องรับใช้แม่สามีหน้าเลือดอย่างแม่เฒ่าจ้าวและน้องสาวสามีจอมขี้เกียจอย่างจ้าวฮุ่ยอยู่ที่หมู่บ้าน
