ตัดขาดตระกูลจ้าว 3
"คุณยักยอกเงินโรงงาน ฉันไม่ว่าคุณมีผู้หญิงอื่น ฉันก็ยอมถอยแต่คุณดูถูกลูกของเราว่าเป็นตัวภาระ ฮือๆๆ ลูกแม่ แม่ขอโทษที่แม่เลือกพ่อให้หนูผิดไป"
คำพูดตัดพ้อของหลินหว่านเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ ความโกรธแค้นของชาวบ้านพุ่งเป้าไปที่จ้าวจือหยวนและแม่เฒ่าจ้าวทันที
"หย่า! ต้องหย่าเดี๋ยวนี้!" ป้าข้างบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้น "หลินหว่าน หล่อนอย่าไปยอมมัน! ฟ้องโรงงานเลยให้มันติดคุกหัวโต!"
"ใช่ฟ้องเลย! ให้หัวหน้าโรงงานรู้ว่ามันโกงเงิน!" คำว่าฟ้องโรงงานและติดคุกทำให้จ้าวจือหยวนสติแตก เขากลัวที่สุดคือการสูญเสียอนาคต
"อย่านะ! อย่าฟ้อง!" จ้าวจือหยวนละล่ำละลัก คลานเข้าไปกอดขาหัวหน้าหมู่บ้าน "ท่านหัวหน้า ช่วยผมด้วย ผมยอมแล้วผมยอมหย่าแล้ว!"
หลินหว่านเงยหน้าขึ้น แววตาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้นซ่อนประกายความเฉียบขาดเอาไว้
"ถ้าจะหย่า..." เธอเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น "คุณต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูฉันและลูก 500 หยวน ตามที่คุณเพิ่งพูดออกมาว่ามีเงินเก็บอยู่เท่านั้น และลูกสาวต้องเป็นสิทธิ์ของฉันคนเดียว ตัดขาดจากตระกูลจ้าวถาวร!"
"500 หยวน!" แม่เฒ่าจ้าวที่เพิ่งได้สติกรีดร้อง "แกจะปล้นกันหรือไง! เงินนั่นลูกฉันหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง!"
"งั้นก็ไปคุยกันที่โรงงานไหมล่ะคะ" หลินหว่านสวนกลับทันควัน "ให้หัวหน้าโรงงานตัดสินว่าเงิน 500 หยวนนั่น เป็นน้ำพักน้ำแรงหรือเป็นเงินที่ขโมยมา"
จ้าวจือหยวนหน้าถอดสีเขารู้ดีว่าถ้าเรื่องถึงโรงงาน เขาจบเห่แน่ไม่ใช่แค่ไล่ออก แต่อาจถึงขั้นติดคุกหัวโต
"ตกลง! ผมให้! ผมให้!" จ้าวจือหยวนกัดฟันกรอด รีบล้วงกระเป๋ากางเกง ควักสมุดบัญชีและเงินสดปึกใหญ่ออกมาที่ซ่อนไว้อย่างดี โยนให้หลินหว่านด้วยมือที่สั่นเทา "เอาไป! เอาไปให้หมด! แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าผม!"
หัวหน้าหมู่บ้านรีบสั่งให้คนไปหยิบกระดาษและปากกามา ร่างหนังสือหย่าและสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์ทันที
จ้าวจือหยวนเซ็นชื่อด้วยความเจ็บแค้นและอัปยศอดสู ท่ามกลางสายตาประณามของชาวบ้าน ส่วนหลินหว่านจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างมั่นคง ทันทีที่หมึกแห้งพันธนาการแห่งความทุกข์ระทมของร่างเดิมก็ถูกปลดเปลื้องออกไปจนหมดสิ้น
หลินหว่านเก็บเงิน 500 หยวนและหนังสือหย่าใส่ในอกเสื้อก่อนจะแอบส่งเข้ามิติเก็บของเธอลุกขึ้นยืน ปาดน้ำตาบนใบหน้าออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นแววตาที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจูงมือเสี่ยวถิงแล้วหันไปมองหน้าจ้าวจือหยวนและแม่เฒ่าจ้าวเป็นครั้งสุดท้าย
"ขอบคุณสำหรับเงินตั้งตัวก้อนนี้นะคะคุณจ้าว" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ "ขอให้คุณโชคดีกับเมียใหม่และคุกตารางที่รออยู่ข้างหน้าวันนี้ฉันขอลาขาด ไม่ขอข้องเกี่ยวกับตระกูลคนใจดำอย่างพวกคุณอีก!"
หลินหว่านจูงมือลูกสาวเดินฝ่าวงล้อมชาวบ้านออกไปอย่างสง่าผ่าเผย แผ่นหลังเล็กๆ นั้นดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามในสายตาของผู้คน ทิ้งให้จ้าวจือหยวนนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้นดิน ท่ามกลางเสียงถ่มน้ำลายรดของชาวบ้านที่เคยชื่นชมเขา
ดวงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดงดูหม่นหมอง เส้นทางดินลูกรังที่ทอดยาวออกจากหมู่บ้านซานเหอมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านตระกูลหลินนั้นขรุขระและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ สองข้างทางเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มกรีดปีกร้องระงม
หลินหว่านจูงมือลูกสาวตัวน้อยเดินฝ่าความมืดสลัว ร่างกายของเสี่ยวถิงผอมบางจนน่าใจหาย แขนขาเล็กเกร็งราวกับกิ่งไม้แห้งเด็กน้อยเดินกะเผลกด้วยความเหนื่อยล้า แต่กลับไม่ปริปากบ่นสักคำ มือเล็กๆ ที่หยาบกร้านเกินวัยกำนิ้วของแม่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้ว แม่จะหายไปเหมือนความฝัน
"แม่จ๋า... หนูหิว" เสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นแผ่วเบา หลินหว่านชะงักฝีเท้าก้มลงมองลูกสาวด้วยความสงสารจับใจ แววตาของเด็กน้อยหม่นหมองริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย
"อดทนอีกนิดนะลูก เดี๋ยวเราพักกันตรงต้นไม้ใหญ่ข้างหน้านั้นก่อน"
หลินหว่านพาเสี่ยวถิงไปนั่งพักใต้ต้นไทรใหญ่ข้างทาง เธอมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ ก่อนจะตัดสินใจทดสอบของวิเศษที่เพิ่งได้รับมา เธอหลับตาลงรวบรวมสมาธิเพ่งจิตไปที่ความรู้สึกว่างเปล่าในสมอง
