บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.1

มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??

เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียง

บิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางที่ล่วงรู้แผนการในใจของมารดาก็คิดในทางที่ดีไม่ได้ เกรงว่าที่อารามนอกเมืองคงต้องเกิดเรื่องบังเอิญพานพบเป็นแน่ ดังนั้นแกล้งป่วยจึงเป็นทางออกที่นางคิดได้ในตอนนี้

“ท่านแม่เพียงเพราะข้าป่วยก็อย่าทำให้พี่สาวน้องสาวต้องอยู่แต่ในจวนเลย ท่านแม่พาพวกนางออกไปไหว้พระเถิด ข้าขอนอนพักที่จวนดีกว่าปวดศีรษะเหลือเกิน”

ยิ่งเห็นสีหน้าไม่ได้ดั่งใจของมารดา เซี่ยหยวนเล่อก็ยิ่งมั่นใจ นางเดาไว้ไม่ผิดจริงๆ เกรงว่าหากนางยอมออกไปจากจวนวันนี้ มารดาต้องวางแผนพานางออกไปพบเฉินหลี่ผู้นั้นโดยแท้

ทันทีที่รถม้าแล่นออกไปจากจวนเสี่ยวเถาก็กลับมาบอกให้หญิงสาวล่วงรู้ตามคำสั่ง “คุณหนู? ท่านไม่ปวดหัวแล้ว??”

“ไม่ปวดแล้ว เร็วเข้าเจ้ารีบเก็บสัมภาระ เอาไปแต่ที่จำเป็น ข้าจะไปเยี่ยมแม่นมเฉาที่นอกเมือง”

“อะไรนะเจ้าคะ?!”

“ยังไม่รีบไปเก็บของ?”

เสี่ยวเถาหน้าซีด “คุณหนูท่านจะแอบหนีออกไปจากจวนอีกแล้วหรือเจ้าคะ ครั้งก่อนที่ท่านแอบตามไปส่งแม่นมเฉาท่านเกิดเรื่องจนบาดเจ็บที่ใบหน้า ข้ายังกังวลว่าแผลนั่นอาจรักษาไม่หาย ครั้งนี้...”

“ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ไม่เป็นอะไรหรอก ไปดูว่าข้ามีตั๋วเงินอยู่เท่าไหร่”

“ตั๋วเงินหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเถารีบเข้าไปเปิดกล่องไม้ลงรัก “มี...สองหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นนำไปด้วยหมื่นตำลึง”

“หา!!! หมื่นตำลึง?? ท่านจะซื้อที่ดินหรือเจ้าคะ”

“เปล่าข้าจะซื้อคน”

เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง งุนงงจนไม่รู้ว่าจะถามต่อไปอย่างไร นางมองคุณหนูของตนราวกับมองคนแปลกหน้า

เซี่ยหยวนเล่อโบกมือไปมา “ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ไปถึงเจ้าจะเข้าใจเอง เร็วเข้าหากยังช้าท่านพ่อกลับมาก็ออกจากเมืองหลวงไม่ได้แล้ว!”

“คุณหนูหากนายท่านลงโทษครั้งนี้...”

“ท่านพ่อเคยลงโทษข้าที่ไหนกัน อย่างมากก็แค่กักบริเวณในเรือน”

“แต่กับข้า...”

“ข้าไม่มีทางยอมให้ใครแตะต้องเจ้า ครั้งนี้ไม่มีทาง!” นางจริงจังมากตอนที่กล่าวประโยคนั้น

เสี่ยวเถาชะงักมองนางด้วยสายตาซาบซึ้งคลอคลอง เห็นชัดว่าสาวใช้ของนางเคารพและเชื่อฟังนางมาก เทิดทูนนางราวกับเจ้าชีวิต เพียงประโยคนั้นของนางเสี่ยวเถาก็ยอมแม้ต้องบุกน้ำลุยไฟ สาวใช้รีบเก็บของจำเป็น จากนั้นทั้งสองก็แอบหลบยามเฝ้าประตูข้างออกมาจากจวน

หลังเข้าไปในร้านแพรพรรณเลือกชุดราคาถูกมาสองชุดและผลัดเปลี่ยน ทั้งสองรีบไปยังตรอกเฮยผาวเพราะที่นั่นมีร้านเช่ารถม้า แม้รถม้าค่อนข้างเก่าและสกปรก แต่นี่นับเป็นทางเลือกที่ฉลาดมาก จ่ายมากหน่อยยังได้คนขับรถม้ากึ่งคนคุ้มกันอีกด้วย ตอนนี้จะออกจากเมืองหลวงให้ปลอดภัยจำเป็นต้องไม่โดดเด่นไม่สะดุดตา

...ที่นางต้องทำก็คือตามหาจื่อฉิง!!

รถม้าแล่นออกจากเมืองหลวงโดยสะดวก หญิงสาวสั่งให้คนขับรถม้าข้ามแม่น้ำเทียนเหอโดยใช้แพขนส่งรถม้า เมื่อข้ามแม่น้ำไปได้ก็ตรงไปยังทิศใต้ตามหาหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมู่บ้านซุนสือ

ที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ ของหมู่บ้าน เมื่อเข้าพักและเดินเตร็ดเตร่อยู่ไม่ถึงครึ่งวัน ในที่สุดก็มีบุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กหลายคน มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือ...พ่อค้าทาส

กลุ่มคนเหล่านี้เพิ่งมาถึงหมู่บ้านซุนสือ มาถึงก็แปะประกาศรับซื้อคนแบบโจ่งแจ้ง โอ้อวดว่าให้ราคาดีกว่าพ่อค้าทาสกลุ่มอื่นในเทียนเฉา

ชาวบ้านยากจนล้วนอดอยากปากแห้ง การขายบุตรหลานเป็นทาสเพื่อต่อลมหายใจ ชีวิตหนึ่งแลกกับเงินซื้อข้าวสารกรอกหม้อ ยังดีกว่าอดตายกันทั้งครอบครัว แม้เทียนเฉาเป็นแคว้นที่มั่งคั่ง หากแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีชีวิตสมบูรณ์พร้อมพรั่ง

ขณะเซี่ยหยวนเล่อนั่งจิบชามองไปรอบๆ เห็นสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งลากเด็กชายวัยไม่ถึงสิบขวบมาตามถนน เขาทั้งร้องไห้ อ้อนวอน กอดขากอดแขนเรียกมารดา วอนขอว่าตัวเองจะกินให้น้อยลงทำงานให้มากขึ้น อ้อนวอนเพื่อไม่ให้มารดาขายเขาออกไป

ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”

นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเอง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel