บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.5

ถึงอย่างนั้นนางยังต้องกังวลด้วยหรือ อย่างน้อยๆ นางก็เคยเป็นถึงพระชายาในองค์ชายหกเชียวนะ เรื่องธรรมเนียม การวางตัวสูงส่ง อีกทั้งมารยาทต่างๆ นางล้วนแตกฉาน!!!

ที่สำคัญตอนนี้นางก็มิใช่เซี่ยหยวนเล่อที่เพิ่งปักปิ่นแถมยังไร้เดียงสาคนเดิมแล้ว นางเคยผ่านชีวิตที่เต็มไปด้วยการเสแสร้ง การแก่งแย่ง และความเป็นความตายมาแล้ว

หากอยากเปลี่ยนทุกอย่าง มีเพียงต้องเดินหน้าเต็มกำลัง หาไม่ชะตากรรมนี้ก็อาจจะจบลงที่คนตระกูลเซี่ยถูกประหารสิ้นเช่นเดิมอีก!!

ชายชุดปักลายงดงามสีแดงกุ๊นขอบสีดำลากระไปกับพื้น ด้ายปักสีดำแซมทองส่องประกายระยิบระยับกับแสงแดดที่สาดส่อง สาวใช้ที่เห็นคุณหนูสิบตระกูลเซี่ยเดินผ่านล้วนมองด้วยสายตาตกตะลึง

จริงๆ แล้วนางไม่สมควรปรากฏตัวที่ฝั่งตะวันตกของโถงพิธี แต่นางไม่มีทางเลือกเพราะเลี่ยงที่จะเดินผ่านสวนซึ่งเฉินหลี่รออยู่ ดังนั้น...ตอนก้าวพ้นมุมทางเดินจึงชนเข้ากับใครบางคนที่เพิ่งเดินพ้นมุมทางเดินเช่นกัน

หน้าผากของหญิงสาวโขกเข้ากับอกแกร่งของคนผู้นั้น นางถึงกับเกือบล้มหงายหลังไม่เป็นท่า หากมิใช่เขาคว้านางเอาไว้ได้ทัน ดังนั้นนางจึงไม่ได้ขายหน้าต่อหน้าบ่าวไพร่ และ...แขกเหรื่อที่เต็มไปด้วยบุรุษ!!!

นางเดินผิดฝั่งจนมาโผล่ที่ลานรับรองฝั่งของบุรุษ!!

เซี่ยหยวนเล่อสบถออกมาเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางเพิ่งชน จากนั้นก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ “รองเจ้ากรมเฉิง!!”

ตอนที่พลั้งปากเรียกเขาก็ตกใจเพราะชุดที่เขาสวมอยู่นั้น...เป็นเพียงชุดของหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ

คิ้วเข้มขมวดมุ่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววประหลาดใจระคนตกใจ “คุณหนูสิบข้าไม่ใช่... ข้าเป็นเพียงหนึ่งในหัวหน้าหน่วยสอบสวนของอวี้สือต้าฟู ”

“อ้อ เอ่อ...นางขยับถอยหลังสองสามเก้ารักษาระยะห่าง “ข้าคงจำผิดขออภัยด้วย แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้ข้าล้ม ข้า...มาผิดทาง”

เขาทำหน้าพิกล นางก็พอเดาได้... นี่เป็นจวนตระกูลเซี่ยแต่นางกลับบอกว่ามาผิดทาง นี่มิใช่เป็นเรื่องน่าขายหน้ามากหรือ

“โถงพิธีอยู่ทางนั้น แต่คุณหนูเดินเลี้ยวไปด้านนั้นจะเหมาะสมกว่า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพจากนั้นจึงหมุนตัวหมายจะผละไป

เซี่ยหยวนเล่อคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขา แต่คว้าได้เพียงเชือกที่ใช้รัดแผ่นหนังหุ้มข้อมือ เขาชะงักก้มลงมองคล้ายไม่เข้าใจและตกใจอยู่บ้าง

เชือกเส้นนั้นถูกนางดึงจนหลุดลุ่ยแล้ว...

“ข้า...” นางอยากกล่าวขอบคุณเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะขอบคุณเขาเรื่องใด ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้านี้ทำให้นางสับสน “ไม่มีอะไรเพียงอยากขอบคุณท่านเท่านั้น” กล่าวจบก็รีบผูกเชือกรัดนั้นให้เขา ทว่า...ยิ่งผูกก็ยิ่งดูน่าเกลียด

เขาดึงมือกลับจนทำให้นางที่ไม่ทันตั้งตัวถูกดึงตามไปข้างหน้าด้วย เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้ามองเขา “ข้า...ขออภัย” นางยอมปล่อยมือ

“ข้าน้อยขอตัว” มองดูเขาหมุนตัวหันหลังเดินจากไป

แผ่นหลังของเขาทำให้นางนึกถึงวันนั้นที่ลานประหาร จำได้ว่าหลังจากนางปักปิ่นหลายเดือนเฉิงเหยียนจึงมีความชอบ ต่อมาเขาเลื่อนขั้นขึ้นเป็นรองเจ้ากรมสำนักตรวจการ เพราะเช่นนี้เขาจึงตกใจที่นางเรียกเขาว่ารองเจ้ากรมเฉิง

“คุณหนูสิบ” พ่อบ้านเดินเข้ามาหานางด้วยท่าทีร้อนรน

“อะไรหรือ” นางกะพริบตามองอีกฝ่าย พ่อบ้านเหลือบไปอีกฝั่งของสวนตรงนั้นบิดาของนางกับขุนนางที่เป็นสหายสนิทกำลังมองมา “คงมิใช่...” นางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา คงมิใช่ว่าพวกเขาเห็นนางกับเฉิงเหยียนเมื่อครู่??

“เหตุใดท่านมาอยู่ตรงนี้ ท่านมิใช่ต้องเข้าโถงพิธีจากอีกฝั่งหรือหรือขอรับ อีกอย่าง...” พ่อบ้านมีท่าทีลำบากใจอยู่บ้าง

เซี่ยหยวนเล่อลอบแค่นยิ้ม “ข้าแวะมาเข้าสุขาเพราะตื่นเต้นดังนั้นจึงเดินมาด้านนี้ กะจะเดินเลี้ยวไปเข้าฝั่งเรือนระเบียง ไม่รู้ว่าที่นี่เป็นส่วนของแขกฝั่งบุรุษ”

“เช่นนั้นรีบตามข้าน้อยมาด้านนี้ขอรับ”

“อ้อ” นางหันไปมองบิดาแต่ก็ไม่พบความโกรธเกรี้ยวในดวงตาแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับมองนางด้วยความกังวลห่วงใย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel