บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.9

...ทางที่ดีมิสู้นางแต่งออกจากวังวนขุนนาง เป็นเพียงฮูหยินของคหบดีสักคน ขอเพียงควบคุมเขาเอาไว้ในมือได้ ชีวิตในวันข้างหน้าก็ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนแล้ว!

ในงานเลี้ยงที่หรูหราและเต็มไปด้วยขั้นตอนต่างๆ หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองได้เปิดหูเปิดตา ขุนนางมากมายพาบุตรชายบุตรสาวออกงาน มิตรไมตรีผ่านขั้วอำนาจ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเสแสร้ง ฉากหน้าที่คล้ายปรองดอง ทว่าลับหลังกลับกำลังหยั่งเชิงกันเงียบๆ

ฝ่ายที่เป็นพันธมิตรก็แบ่งแยกจากอีกฝ่าย กระทั่งบุตรชายและบุตรสาวเองก็ถูกกำชับว่าฝ่ายใดควรทักทาย ฝ่ายใดไม่ควรยุ่งเกี่ยว

ช่วงเวลาที่ฮ่องเต้และฮองเฮากำลังชมการร่ายรำ ทุกคนนั่งกินดื่มด้วยความสำราญ ทว่าสายตากลับสอดส่ายเพื่อสังเกตท่าทีของบุตรสาวบุตรชาย ส่งสายตากันมาราวกำลังเลือกของที่ถูกใจ

ลั่วเฟิ่งหลันพยายามนั่งก้มหน้าไม่มองไปจุดใดจุดหนึ่ง ที่นั่งของนางอยู่ด้านหลังสุด แทบมองไม่ทะลุคนที่นั่งตรงหน้า นางจิบชาจากนั้นมองของกินตรงหน้า ชิมนั่นนิดนี่หน่อยด้วยความเพลิดเพลิน ข้างหูได้ยินลั่วเหอชิงกับลั่วอิ่นเกอกำลังกระซิบกระซาบกัน บุตรชายใต้เท้าผู้นั้นยังไม่แต่งงาน บุตรชายของใต้เท้าผู้นี้หล่อเหลา

นั่งวางท่าเสแสร้งเหนียมอายกันครู่ใหญ่ เสิ่นหลิงซีก็ชวนลั่วเหยียนหลันกับหญิงสาวออกไปสุขา นางออกมาก่อนจึงเดินเล่นอยู่แถวนั้น ทว่าตอนได้ยินเสียงของเสิ่นหลิงซีและคิดจะเดินออกไปสมทบ อีกฝ่ายกลับกล่าวขึ้น

“...นางคงกลับไปแล้วกระมังด้านในไม่เห็น ออกมาก็ไม่มีใคร”

“เช่นนั้นเรารีบกลับเข้าไปในงานกันเถิดเจ้าค่ะ ไม่รู้น้องสิบเอ็ดหลงทางหรือไม่”

“ดูเจ้าห่วงใยผู้อื่นเข้าสิ นี่เหยียนหลันเจ้าว่านางหายป่วยครั้งนี้นางจะคิดชิงดีชิงเด่นกับเจ้าหรือไม่”

“ท่านหมายถึงน้องสิบเอ็ด? ไม่หรอกเจ้าค่ะ น้องสิบเอ็ดเป็นเด็กดี นางไม่ใช่คนขี้อิจฉา ไม่เหมือนน้องเจ็ดกับน้องเก้า”

“เจ้าไม่อาจไม่ระวัง อันว่าบุตรที่เกิดจากอนุให้อย่างไรในใจก็ต้องมีความคิดริษยา ชาติกำเนิดต่ำต้อยเป็นเพียงบุตรสาวที่มารดาเติบโตมาในตระกูลคหบดี ทว่าเจ้าเป็นชนชั้นสูงโดยกำเนิด มารดาสูงส่งบิดาเป็นขุนนาง จะอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้น้องสาวโดดเด่นเกินหน้าตัวเอง ข้ารู้ว่าเจ้าจิตใจดีแต่บางเรื่องเจ้าไม่อาจไร้เดียงสาจนเกินไป จริงอยู่ตระกูลเจินยังมีประโยชน์ต่อตระกูลลั่ว ทว่าอย่างไรก็เป็นเพียงคนชั้นต่ำ”

“พี่ซีซีท่านยังมอบปิ่นปักผมให้นาง มิใช่เอ็นดูนางเช่นกันหรอกหรือเจ้าคะ น้องสิบเอ็ดเป็นคนน่าสงสาร สุขภาพของนาง...”

เสียงสนทนาเบาลงเรื่อยๆ เพราะทั้งสองเดินหายไปจากมุมทางเดิน ด้านหลังลั่วเฟิ่งหลันได้แต่ถอนหายใจ ...ต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอีกอย่างนางเองก็มิใช่ไม่คุ้นชิน ถึงอย่างนั้นเมื่อได้เห็นและได้ยินด้วยตัวเอง ในใจก็ยังอดที่จะหดหู่ไม่ได้

ผลประโยชน์...จะอย่างไรก็ยังอยู่เหนือความจริงใจทั้งปวง ตอนนี้นางตระหนักแล้วว่าจวนอัครมหาเสนาบดีคิดอย่างไรกับตระกูลเจิน

ลั่วเฟิ่งหลันเลือกที่จะไม่กลับเข้าไปในงาน เดินหันหลังกลับไปที่สวนเล็กๆ ซึ่งมองเห็นหินจำลอง ตรงนั้นนางมองเห็นว่ามีที่นั่ง หญิงสาวนั่งลงเงียบๆ จากนั้นฟังบทสนทนาของคนที่เดินผ่านไปมา จุดที่นางนั่งอยู่เป็นมุมมืดดังนั้นยากนักที่จะมีคนสังเกตเห็น

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้านางสะดุ้งหันกลับไปมอง “หัวหน้าอวี๋??”

อวี๋เฟิงเยี่ยนก้าวเข้ามาหานาง “คุณหนูสิบเอ็ดมาทำอะไรตรงนี้คนเดียว ในวังหลวงนี้ไม่อาจเดินเพ่นพ่านไปทั่วตามใจ”

“ข้า...ไม่อยากกลับเข้าไป”

ชายหนุ่มชะงัก “เพราะคำพูดของคุณหนูเสิ่น?”

“ท่านได้ยิน?”

เขาพยักหน้า “บังเอิญเดินผ่าน”

หญิงสาวดึงสายตากลับจากนั้นมองไปยังทางเดิน “ท่านเองก็ได้รับเทียบเชิญหรือ”

“มิใช่ ข้าติดตามอาจารย์มา”

“อาจารย์?”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel