บท
ตั้งค่า

บทนำ 1/1

บทนำ

เพราะอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันทำให้ผู้อาวุโสตระกูลหลินอย่างหลินเจี้ยน ได้พบกับเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือคนใหญ่คนโตเข้า ด้วยทักษะการแพทย์ที่พอมีติดตัวบ้างของเขา และเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ทางนั้นก็ได้รับปากว่าหากตระกูลหลินสายหลักมีบุตรสาวหรือหลานสาวที่ถึงวัยปักปิ่นแล้วก็ให้ตบแต่งเข้าตระกูลเติ้งหรือจวนกั๋วกงในฐานะภรรยาเอกได้ ทว่าในยามนั้นตระกูลหลินกลับไม่มีใครที่พอจะใช้การได้สักคน กล่าวคือ ผู้เฒ่าหลินนั้นมีบุตรชายเพียงคนเดียว นั่นก็คือ หลินจวงสิง และเมื่อเขาแต่งงานกับเผิงหว่าน บุตรสาวของสหายตระกูลขุนนางขั้นห้าเช่นเดียวกันกับเขา แต่แม้จะผ่านไปหลายปีทั้งคู่ก็ไม่มีข่าวดีเสียที ทว่าพวกเขาก็ไม่เคยละความพยายาม ยิ่งได้มีสัญญาที่ราวกับสวรรค์ประทานให้เช่นนี้พวกเขายิ่งต้องพยายามมากขึ้น เพราะนี่เป็นโอกาสดีมากที่จะได้เกี่ยวดองกับตระกูลกั๋วกงที่มากอำนาจในแคว้น ด้วยเป็นตระกูลเดิมของฮองเฮาในปัจจุบัน หากผู้ใดได้เข้าไปเกี่ยวดองด้วย ลาภยศและวาสนาที่ยิ่งใหญ่ต่าง ๆ จะหนีไปไหนเสีย แต่แล้วเวลาผันผ่านไปจนถึงห้าปีพวกเขาก็ยังไม่มีวี่แววของความมงคล ผู้เฒ่าหลินจึงได้ยื่นข้อเสนอลับ ๆ กับบุตรชายให้รับอนุเพิ่ม ทว่าหลินจวงสิงนั้นรู้สึกเกรงใจภรรยาอยู่มากจึงยังไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม จนกระทั่งวันหนึ่งครอบครัวตระกูลหลินได้เดินทางไปขอพรที่อารามที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งเรื่องการมีบุตร และพวกเขาก็ได้พบกับนักพรตผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียง นักพรตผู้นั้นแนะนำกับพวกเขาว่าให้รับบุตรบุญธรรมผู้มีดวงหนุนนำ หลังจากนั้นพวกเขาจะสมปรารถนา

และราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อยากจะช่วยสนับสนุนพวกเขาเพราะที่เมื่อออกมาจากอารามแห่งนั้นพวกเขาก็ได้พบกับเด็กหญิงที่ตรงตามคำบอกกล่าวของนักพรตทุกประการ

เด็กน้อยที่มีปานรูปผีเสื้อที่ข้อมือ

ที่ถูกทิ้งเอาไว้ในพงหญ้าอย่างน่าเวทนา แม้ว่าเผิงหว่านจะไม่ค่อยถูกชะตากับเด็กคนนี้นัก แต่เพื่ออนาคตของตระกูลและบุตรสาวของตนเองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงต้องจำใจรับเลี้ยงเด็กคนนี้ ทำให้นับจากนั้นเด็กน้อยอายุสามเดือนที่น่าสงสารก็ถูกครอบครัวตระกูลหลินรับเลี้ยงมาตั้งแต่นั้นในฐานะคุณหนูใหญ่ของหลินจวงสิงและเผิงหว่าน โดยให้มีนามว่า หลินซวงเยี่ยน

และคล้ายตอกย้ำความแม่นยำของนักพรตเพราะไม่นานเผิงหว่านหรือหลินฮูหยินก็ได้ตั้งครรภ์บุตรของตนเองจริง ๆ เมื่อคลอดออกมาก็เป็นเด็กหญิงตัวน้อยน่าเอ็นดูดังที่ต้องการโดยให้มีนามว่า หลินซีเย่ และคล้ายสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับตระกูลหลินอย่างต่อเนื่อง เพราะเพียงเมื่อคลอดบุตรสาวแล้ว หลินฮูหยินก็ยังมีข่าวดีต่อ นางตั้งครรภ์อีก และคาดหวังว่ารอบนี้จะเป็นบุตรชาย

แน่นอนว่าครานี้พวกเขาก็ไม่ผิดหวัง ไม่นานเด็กน้อยตัวอวบอ้วนนาม หลินซีหยิน ก็ได้ลืมตาออกมาดูโลก

เดิมทีตระกูลหลินอยากส่งตัวหลินซวงเยี่ยนออกไป เพราะอย่างไรพวกเขาก็มีบุตรสาวและบุตรชายเป็นของตนเองแล้ว แต่เมื่อนึกถึงคำของนักพรตพวกเขาก็ได้แต่รอเวลา

จนกว่าจะถึงเป้าหมายห้ามขับไล่เด็กผู้นั้นออกไปเด็ดขาด ทางที่ดีให้อยู่ในจวนจะเป็นการดี

พวกเขาจึงได้แต่รอเวลาที่วาสนาใหญ่จะหล่นทับหัวพวกเขา และคิดว่าหากขับไล่หลินซวงเยี่ยนออกไปไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้อยู่ที่จวนตระกูลหลินคอยปรนนิบัติและค้ำจุนดวงของพวกเขา ไม่ต้องแต่งงานออกไปที่ใด

ย้อนไปในวันเดียวกันที่ผู้เฒ่าหลินได้ช่วยเหลือจวนกั๋วกง วันเดียวกันนั้นเขาเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านแซ่เย่เช่นกัน เป็นการรอดตายหวุดหวิดจากการเกือบถูกม้าคลั่งเหยียบตายกลางถนน เมื่อเขารอดมาได้เขาจึงได้คิดจะตอบแทนผู้ช่วยเหลือเป็นเงิน ทว่าทางนั้นดูเหมือนจะไม่อยากรับเงินจากเขา ผู้เฒ่าหลินไม่รู้จะทำอย่างไรเขาจึงได้รับปากไปส่ง ๆ ว่า หากว่าบุตรชายของพวกเขาเติบใหญ่จะให้แต่งงานกับลูกหลานตระกูลหลิน แต่มีข้อแม้ว่าต้องตั้งใจเล่าเรียนเข้าสู่เส้นทางการสอบขุนนางให้ได้

สำหรับผู้เฒ่าหลินและคนตระกูลหลิน สัญญาที่ได้รับจากตระกูลกั๋วกงนั้นพวกเขาจำได้แม่น ทว่าสัญญาที่ให้ไว้กับตระกูลเย่นั้นพวกเขาแทบจะไม่ได้จดจำใส่หัวด้วยซ้ำ

สิบห้าปีผันผ่านตระกูลหลินจากครอบครัวนายอำเภอตระกูลขุนนางขั้นเจ็ดธรรมดา ได้ก้าวหน้าสู่ขุนนางขั้นสาม เจ้ากรมขุนนาง ซึ่งแม้แต่หลินจวงสิงเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทุกอย่างมันดูราบรื่นไปเสียหมด

และเมื่อบุตรสาวคนรองอย่างหลินซีเย่ถึงวัยปักปิ่นแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องทวงถามสัญญาที่พวกเขารอคอยมาตลอดแล้ว

และตำแหน่งที่พวกเขาหมายตาให้บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนนั่นก็คือ ฮูหยินเอกของกั๋วกงซื่อจื่อ…

โดยที่ไม่รู้ว่าในขณะเดียวกันนั้น ก็มีใครบางคนที่กำลังรอพวกเขาเช่นกัน ตระกูลเย่นั้นรอโอกาสนี้มาตลอด โดยเฉพาะเย่เจิ้งเคอ ที่อยากจะเป็นบุตรเขยตระกูลหลินใจแทบขาด ทว่าในวันที่เขาจะต้องไปทำการทวงถามสัญญาเขาเกิดล้มป่วยกะทันหันจนหมดสติไป ทำให้เหลือเพียงเย่ต้านและเหลียงหรู ผู้เป็นบิดาและมารดาของเขาที่ต้องไปทำธุระแทน

ครอบครัวตระกูลหลินนั้นแทบจะปฏิเสธทันทีเมื่อรับรู้ถึงการมาเยือนของคนตระกูลเย่ แต่เมื่อทางนั้นเอ่ยว่าพวกเขามีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งยังเคยให้การช่วยเหลือท่านผู้เฒ่า หากไม่เป็นไปตามสัญญาพวกเขาจะไปที่ว่าการ หลินฮูหยินนั้นได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ ครอบครัวชาวบ้านต่ำต้อยคิดจะอาจเอื้อมบุตรสาวของพวกเขาหรือ ฝันไปเถอะ!!

แต่ถ้าไม่ทำตามนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตก็ได้ และในจังหวะเดียวนั้นเองบุตรชายคนเล็กอย่างหลินซีหยินได้เข้ามาแนะนำแนวทางบางอย่างให้พวกเขาที่กำลังกลัดกลุ้ม นั่นทำให้นัยน์ตาของเผิงหว่านจึงสว่างวาบ

ใช่สินะ บุตรสาวตระกูลหลิน หาใช่มีแค่เย่เออร์ของพวกนางเสียเมื่อไร ในสัญญาก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าต้องเป็นใคร อีกทั้งตอนนี้จวนกั๋วกงก็ตอบตกลงเรื่องงานมงคลแล้ว

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บหลินซวงเยี่ยนไว้อีกแล้ว โดยลืมไปเสียสนิทเลยว่าเหตุผลที่ต้องเก็บอีกฝ่ายไว้นั้นคืออะไร

ทว่าเรื่องราวกลับง่ายดายกว่าที่คิด เพราะเพียงแค่พวกเขาบอกเรื่องนี้กับหลินซวงเยี่ยน ไม่ต้องมีคำหว่านล้อมใด ๆ นางก็ตกลงทันที

จึงทำให้คนตระกูลหลินไม่ต้องเปลืองแรงทำอะไรมากกว่านี้ ทำให้ทุกอย่างดูราบรื่นมาก อย่างที่เคยเป็นมา

วันมงคลของสองพี่น้องถูกจัดวันเดียวกัน หากมองจากภายนอกก็คิดว่ามันอาจจะปกติ แต่หากผู้คนได้รู้ว่านับตั้งแต่เย่เจิ้งเคอล้มป่วยเขาก็ไม่ฟื้นมาอีกเลย แต่ตระกูลหลินกลับยังเลือกวันมงคลทั้งที่ฝ่ายเจ้าบ่าวยังไม่พร้อม

‘หึ เป็นจวี่เหรินแล้วอย่างไร หากทั้งชีวิตไม่ฟื้นมาแล้วก็กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ผู้หนึ่ง’ หลินซีเย่ยิ้มภายใต้ผ้าคลุมด้วยความสะใจ ยิ่งเมื่อคิดว่าหลินซวงเยี่ยนจะต้องเริ่มต้นโดดเดี่ยวตั้งแต่วันแต่งงานเสียแล้ว

ทว่าผู้ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมอีกคนกลับยังคงสงบนิ่ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางตื่นเต้นเพียงใด เพราะวันนี้นางกำลังจะได้แต่งงานกับบุรุษในดวงใจ

เขาป่วยแล้วอย่างไร ไม่ฟื้นแล้วอย่างไร

นางมั่นใจว่านางจะต้องทำให้เขาฟื้นมาและหายดีให้จงได้

ความฝันการเป็นขุนนางของเขายังไม่สำเร็จ นางไม่มีทางให้มันหยุดลงแค่นี้เป็นแน่

เป็นไปตามคาด ขบวนมารับเจ้าสาวของตระกูลเย่นั้นไร้เงาเจ้าบ่าว ทั้งยังดูธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ทำเอาเป็นที่พูดถึงไม่น้อย แต่หลินซวงเยี่ยนกลับก้าวขึ้นเกี้ยวอย่างไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ

ทว่ายามอยู่ในเกี้ยวหูก็พลันได้ยินเสียงความอื้ออึงด้านนอก

“มีอะไรหรือ ยวนยวน” เสียงหวานเอ่ยถามสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกเสียงไม่ดังนัก

“ขบวนของจวนเติ้งกั๋วกงมาแล้วเจ้าค่ะ ดูยิ่งใหญ่ไม่น้อย แต่ทว่า…” ยวนยวนมองซ้ายมองขวาก่อนจะขยับให้เข้ามาใกล้เกี้ยวของคุณหนูของตนยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวเบา ๆ

“แต่กั๋วกงซื่อจื่อไม่มาเจ้าค่ะ”

หลินซวงเยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มบางเบา ก่อนจะไม่สนใจอันใดอีก

เส้นทางของนางกับน้องสาวนับจากนี้ก็ถือว่าทางใครทางมัน

ในคืนเข้าหอหลินซวงเยี่ยนนั่งข้างเตียงมองหน้าสามีหมาด ๆ ของตนที่กำลังหลับใหลด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ท่านอดทนอีกนิดนะ ข้าจะทำทุกอย่างให้ท่านหายดี ข้าสัญญา”

ราวกับปาฏิหาริย์เมื่อสามเดือนต่อมา เย่เจิ้งเคอที่ล้มป่วยมานานก็ฟื้นขึ้นมา และหายดีเป็นปลิดทิ้ง ทว่าเมื่อเห็นว่าผู้ใดที่แต่งเข้ามาเป็นภรรยาของตนเขาก็อาละวาดขึ้นมายกใหญ่ ก่อนจะถูกบิดามารดาลากเข้าไปพูดคุยกันเป็นการด่วน ทำให้จากนั้นแม้จะเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้น เขาก็บอกตนเองให้อดทน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอ่านตำราสำหรับการลงสอบครั้งสุดท้าย ที่จะตัดสินชีวิตของเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

แน่นอนว่าหลินซวงเยี่ยนนั้นก็ไม่ทำตัวไร้ประโยชน์ นางอยู่เคียงข้างสามี ดูแลเขาทุกอย่างตั้งแต่จัดหาตำรา อาหารบำรุงร่างกายราคาแพง อาภรณ์เครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นของดี แม้ว่าสามีจะทำตัวเย็นชากับนางเพียงใด แต่นางไม่สนใจ แค่นางได้เป็นคนที่ได้เคียงข้างเขา ดูแลเขาก็พอแล้ว

และเมื่อวันสอบจนกระทั่งประกาศผลสอบมาถึง ทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เย่เจิ้งเคอได้กลายเป็นจ้วงหยวนในปีนี้ ครอบครัวเย่จากครอบครัวธรรมดาก็กลายเป็นครอบครัวขุนนางทันที หลินซวงเยี่ยนร้องไห้ดีใจน้ำตานองหน้า นางภูมิใจกับความสำเร็จของสามี จากนั้นงานเลี้ยงฉลองได้จัดอย่างยิ่งใหญ่ด้วยฝีมือของนางเองที่อยากทำให้เขามาโดยตลอด นางคิดว่าหลังจากนี้นางจะลองพูดคุยเปิดใจกับเขา เกี่ยวกับชีวิตของนางและเขานับจากนี้ หากเขามีสิ่งใดไม่พอใจในตัวนางนางก็พร้อมที่จะปรับปรุง

และคล้ายว่าโอกาสเริ่มจะเป็นใจ เพราะมีวันหนึ่งหลังจากที่เขาจัดการงานของเขาจนเริ่มมีเวลา เขาก็นำน้ำแกงถ้วยหนึ่งมาให้นางพร้อมบอกว่าเคี่ยวเองกับมือ

หลินซวงเยี่ยนน้ำตาคลอ รับน้ำแกงด้วยมือที่สั่นเทา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel