ตอนที่ 4 : ทางเดินใหม่ก็ไม่ง่าย 4/2
ตอนที่
[4]
ทางเดินใหม่ก็ไม่ง่าย
หลังจากการปรนนิบัติที่แสนจะทุลักทุเลและน่าขยะแขยงผ่านพ้นไป หลินซีเย่ก็ต้องเดินฝ่าความมืดไปที่หลังบ้าน เพื่อตักน้ำจากบ่อมาอาบในห้องน้ำที่ทำจากไม้ไผ่ผุพังที่เต็มไปด้วยช่องว่าง และช่องว่างนั้นก็มีลมหนาวพัดโกรกเข้ามาจนนางปากคอสั่นไปหมด
เมื่อกลับมาถึงห้องหอ นางสวมชุดนอนผ้าไหมตัวบางเตรียมจะล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ๆ
“สะใภ้ เจ้าหลับหรือยัง” เสียงของแม่สามีดังลอดเข้ามา
หลินซีเย่กลอกตาบนอย่างเหลืออด ก่อนจะลุกไปเปิดประตู “ท่านแม่ มีอะไรหรือเจ้าคะ”
เหลียงหรูเผยรอยยิ้มกว้าง “ข้าแค่อยากจะมาถามว่า พรุ่งนี้เช้าเจ้าอยากจะกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ วันแรกที่แต่งเข้าบ้านสะใภ้ แม่สามีอย่างข้าก็อยากจะทำอาหารดี ๆ ต้อนรับเจ้าเสียหน่อย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลินซีเย่ก็เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยแม่สามีผู้นี้ก็ยังมีความดีและรู้จักเอาอกเอาใจอยู่บ้าง
นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มร่ายรายการอาหาร “ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้เช้าข้าขอรังนกตุ๋นน้ำตาลกรวดสักถ้วยก็แล้วกันเจ้าค่ะ ส่วนมื้อเที่ยงขอเป็นไก่ย่างหนังกรอบ หมูตุ๋นน้ำแดง แล้วก็ปลานึ่งสมุนไพรนะเจ้าคะ ข้าเคยกินที่จวนเป็นประจำ หากให้กินของพื้น ๆ ข้าคงกลืนไม่ลง”
เหลียงหรูพยักหน้ารับฟังรัว ๆ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น “ได้สิ ๆ อาหารพวกนี้บำรุงร่างกายได้ดีนักเชียว เคอเออร์ของข้าก็ควรจะได้กินอะไรดี ๆ เช่นกัน เพียงแต่ว่า...”
เมื่อเห็นแม่สามีทำท่าทางอึกอัก ถูมือไปมา หลินซีเย่ก็ขมวดคิ้วมุ่น
“เพียงแต่ว่าอะไรหรือ”
“เพียงแต่ว่าเงินทองในบ้านของเรา ถูกนำไปใช้จัดเตรียมงานแต่ง ซื้อของไหว้ฟ้าดินและจ่ายค่านักดนตรีจนหมดเกลี้ยงแล้ว หากเจ้าอยากกินอาหารราคาแพงเช่นนั้น ก็คงต้อง เอ่อ...”
สายตาของเหลียงหรูเหลือบมองไปที่หีบสินเดิมของหลินซีเย่ที่วางเรียงรายอยู่ในห้องอย่างมีนัย
หลินซีเย่ชะงัก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
“นี่ท่าน... ท่านหมายความว่า จะให้ข้าเอาเงินสินเดิมของข้าออกมาจ่ายค่าอาหารงั้นหรือ!”
“โธ่ ซีเย่ เจ้าอย่าพูดจาเช่นนั้นสิ” เหลียงหรูขยับเข้าไปจับมือลูกสะใภ้เอาไว้ ทว่าหลินซีเย่กลับปัดออกทันที ผู้เป็นแม่สามีนั้นได้แต่ทำหน้าเจื่อน ก่อนจะทำใจดีสู้เสือ
“ซีเย่พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ เงินของเจ้าก็เหมือนเงินของบ้านเรา ในเมื่อเจ้าอยากกินของดี ๆ เจ้าก็ต้องควักเงินจ่ายเองมิใช่หรือ หรือเจ้าจะยอมกินหมั่นโถวกับผักกาดดองไปตลอดเล่า” ว่าแล้วก็เข้าไปจับมือหลินซีเย่ไว้อีกหน
‘นังแก่หน้าเลือด!’ หลินซีเย่สบถด่าในใจอย่างหยาบคายที่สุด นางเพิ่งก้าวเข้าบ้านมาได้ไม่ถึงครึ่งวัน นังจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ก็คิดจะสูบเลือดสูบเนื้อจากสินเดิมของนางเสียแล้ว
หลินซีเย่สูดหายใจลึก พยายามข่มความโกรธที่พลุ่งพล่าน นางสะบัดมือออกจากการเกาะกุม หมุนกายเดินตึงตังไปที่หีบสินเดิม หยิบกุญแจออกมาไขแล้วหยิบตั๋วเงินใบละสิบตำลึงออกมาหนึ่งใบ
ก่อนจะเดินกลับมาที่หน้าประตู แล้วแทบจะปาตั๋วเงินใบนั้นใส่หน้าแม่สามี
“นี่เงิน! พรุ่งนี้จัดการหาอาหารตามที่ข้าสั่งมาให้ครบถ้วนด้วยนะเจ้าคะ”
เหลียงหรูตาโตเท่าไข่ห่าน รีบตะครุบตั๋วเงินกลางอากาศเอาไว้แน่นราวกับกลัวมันจะบินหนี นางลูบคลำตั๋วเงินด้วยความโลภก่อนจะฉีกยิ้มประจบประแจง “ได้เลย ๆ สะใภ้ของข้าช่างใจกว้างและกตัญญูยิ่งนัก พรุ่งนี้แม่จะรีบไปจัดการแต่เช้าตรู่เลยเชียว เจ้าพักผ่อนเถอะนะ”
ว่าแล้วเหลียงหรูก็รีบเดินกระหยิ่มยิ้มย่องกลับห้องตนเองไป ทิ้งให้หลินซีเย่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ที่หน้าประตู
ปัง!
นางกระแทกปิดประตูเสียงดังลั่น ก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจคลอเบ้า
‘ไม่เป็นไร ข้าต้องทนได้! ก็แค่เสียเงินนิดหน่อย อีกแค่สามเดือนพอเย่เจิ้งเคอฟื้นทุกอย่างก็จะดีขึ้น เขาจะต้องซาบซึ้งในความทุ่มเทของข้า และมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ข้า’
เมื่อพยายามปลอบใจตนเองได้สำเร็จ หลินซีเย่ก็นึกไปถึงพี่สาวที่ตนเองเกลียดชัง อารมณ์ที่ขุ่นมัวก็เริ่มดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
นางจำได้ดีว่าในชาติก่อน เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าจวนเติ้งกั๋วกงไป หลังจากนั้นก็ต้องพบกับประสบการณ์ที่แสนสาหัสและพาให้สะบักสะบอมเพียงใด
โดยเฉพาะคืนเข้าหอ…
บอกเลยว่าหนักหน่วงมาก
มันมิใช่เพราะการเข้าหอที่หนักหน่วง แต่เป็นเพราะการถูกกลั่นแกล้งที่หนักหน่วงต่างหาก หึ หลินซวงเยี่ยนก็จะได้พบเจอเช่นกันสินะ ยิ่งกอปรกับเรื่องที่นางทำเพิ่มเติมไป ก็อาจจะโดนยิ่งกว่าเดิม คิดแล้วความขุ่นมัวก็มลายหายไป ก่อนจะพยายามเบียดเสียดร่างกายนอนเตียงเดียวกับเย่เจิ้งเคอ
กล่าวถึงจวนเติ้งกั๋วกงอันยิ่งใหญ่โอ่อ่า
ยามเมื่อเกี้ยวเจ้าสาวของหลินซวงเยี่ยนถูกหามเข้ามาถึงหน้าประตูจวนใหญ่ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดออกมายืนรอต้อนรับ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของเจ้าบ่าวอย่างที่คาดการณ์ไว้
หลินซวงเยี่ยนที่นั่งอยู่ภายในเกี้ยวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อสัมผัสได้ว่าเกี้ยวถูกวางลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนสะเทือนไปทั้งร่าง
“ถึงแล้วขอรับฮูหยินน้อย” เสียงของคนหามเกี้ยวดังขึ้นอย่างห้วน ๆ ไร้ซึ่งความเคารพ
หลินซวงเยี่ยนยกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าการต้อนรับขับสู้ที่แสนจะ ‘อบอุ่น’ ของจวนกั๋วกง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ
