บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ตื่นจากกองเพลิง

กลิ่นน้ำมันตะเกียงปะปนกับกลิ่นไม้สนเก่าคละคลุ้งอยู่ในศาลบรรพชน ควันสีเทาเข้มลอยต่ำลงมาจากขื่อคาน บีบให้เสิ่นเยว่หนิงต้องทรุดตัวลงแนบพื้นกระดาน มือทั้งสองข้างดันบานประตูไม้สักหนาหนักไว้ แผ่นไม้ร้อนจัดจนฝ่ามือแสบพอง เสียงโซ่เหล็กด้านนอกกระทบกันเมื่อนางออกแรงผลัก

ประตูถูกล่ามไว้จากข้างนอก

ผ่านช่องว่างแคบระหว่างบานประตู เยว่หนิงมองเห็นชายกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนขยับถอยห่างออกจากระเบียงทางเดิน รองเท้าปักลายดอกเหมยคู่นั้นหยุดยืนอยู่ใต้ชายคาที่พ้นจากแนวควันไฟ

“หมิงจู” เยว่หนิงเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก “เจ้าสั่งคนล่ามโซ่ประตูทำไม รีบให้คนมาเปิดเดี๋ยวนี้”

เสิ่นหมิงจูก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นครึ่งก้าว แสงไฟจากคบเพลิงในมือบ่าวรับใช้ส่องกระทบใบหน้าของลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกันในจวนติ้งอันโหว บนมวยผมของหมิงจูปักปิ่นทองประดับมุกเม็ดใหญ่ ซึ่งเป็นของที่เคยอยู่ในหีบสินเดิมของมารดาเยว่หนิง

“พี่หญิงใหญ่อย่าเพิ่งเปลืองแรงเลย” น้ำเสียงของเสิ่นหมิงจูราบเรียบ ไม่มีร่องรอยความตื่นกลัวเหมือนยามที่มาขอให้เยว่หนิงช่วยออกหน้าในเรือนหลัง “ยามนี้ไม่มีผู้ใดว่างมาเปิดประตูให้ท่านหรอก เมื่อเช้าท่านลุงใหญ่เพิ่งถูกตัดสินโทษประหารที่หน้าประตูเมือง ส่วนพี่จิ้งอันที่ขาพิการอยู่บนเตียงก็คงคลานมาช่วยท่านไม่ได้”

เยว่หนิงจิกเล็บเข้าฝ่ามือ ข่าวของบิดาที่เพิ่งได้รับรู้ทำให้นางชาวาบไปทั้งตัว “เป็นไปไม่ได้ ท่านพ่อเป็นผู้ดูแลเสบียงชายแดนมาตลอด จะกลายเป็นกบฏได้อย่างไร แล้วองค์ชายสามเล่า เซียวเฉิงอวี้รับปากข้าแล้วว่าจะช่วยทูลขอความเป็นธรรมให้ท่านพ่อ”

“คนของตำหนักองค์ชายสามเป็นคนหิ้วถังน้ำมันมาเทหน้าศาลบรรพชนเองกับมือ” หมิงจูยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูกเมื่อลมหอบเอาควันไฟพัดลอดออกไป “พี่หญิงคิดว่าหลักฐานมัดตัวท่านลุงใหญ่มาจากที่ใดเล่า บัญชีเส้นทางลำเลียงเสบียงพวกนั้น ท่านเป็นคนแอบคัดลอกไปมอบให้องค์ชายสามเองมิใช่หรือ”

ลมหายใจของเยว่หนิงสะดุดกึก ชายที่นางรักบอกเสมอว่าขอดูเส้นทางเหล่านั้นเพื่อช่วยระวังภัยให้ตระกูลเสิ่น นางจึงยอมมอบทั้งความลับของบิดาและทรัพย์สินจากสินเดิมของมารดาให้เขาจนหมดสิ้น

“แม้แต่ยาบำรุงที่ป้าสะใภ้ใหญ่ดื่มอยู่ทุกวันจนหัวใจล้มเหลวสิ้นใจไป ก็เป็นของที่เรือนรองจัดหาให้” หมิงจูมองลอดช่องประตูเข้ามาด้วยสายตาว่างเปล่า “ยามนี้ตราหอการค้าและทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของเรือนรองแล้ว ส่วนราชโองการสมรสที่จะ

ประกาศในเดือนหน้า ชื่อของว่าที่พระชายาคือเสิ่นหมิงจู ไม่ใช่คนที่หมดประโยชน์เช่นท่าน”

หมิงจูหันหลังเดินจากไปพร้อมเวรยาม ทิ้งให้คานไม้ด้านบนลั่นหักลงมา เปลวไฟลุกลามตามผ้าม่านหน้าแท่นป้ายวิญญาณบรรพชน ป้ายไม้สลักชื่อคนตระกูลเสิ่นร่วงกระแทกพื้นแตกกระจาย ความร้อนแผดเผาผิวหนังและสูบอากาศออกจากปอด เยว่หนิงพิงแผ่นหลังกับบานประตูที่ติดไฟ ดวงตาจ้องมองผ่านม่านควันไปยังทิศทางของเรือนพักด้านใน ไม่ยอมหลับตาลงแม้ยามที่เปลวเพลิงกลืนกินร่างกาย

หากยังมีโอกาสลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางจะไม่เชื่อคำลวงของคนเหล่านี้อีก และจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องครอบครัวของนางได้แม้แต่ปลายเล็บ

เสิ่นเยว่หนิงสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกนอน เหงื่อเย็นซึมผ่านเสื้อตัวในจนเปียกชุ่ม

ในห้องไม่มีกลิ่นควันไฟหรือน้ำมันตะเกียง มีเพียงกลิ่นหอมจางของดอกมู่หลานแห้งจากถุงเครื่องหอมข้างเสาเตียง แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างกระดาษเข้ามาทาบทับม่านโปร่งสีเขียวอ่อน เยว่หนิงก้มมองมือทั้งสองข้างของตน ผิวขาวเนียนไร้รอยพุพองจากไฟ นางยกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะลำคอ ทุกอย่างยังคงอยู่ครบ

เสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าห้อง ก่อนที่ม่านลูกปัดจะถูกเลิกขึ้น สาวใช้ในชุดสีเขียวอ่อนเดินถืออ่างทองเหลืองใส่น้ำล้างหน้าเข้ามา เมื่อเห็นผู้เป็นนายลุกขึ้นนั่ง นางก็รีบวางอ่างลงบนโต๊ะไม้แล้วเดินเข้ามาหา

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ เมื่อครู่บ่าวได้ยินเสียงคุณหนูสะดุ้ง ฝันร้ายหรือเจ้าคะ”

เยว่หนิงมองใบหน้ากลมเกลี้ยงของชุนหลันแล้วคว้าข้อมือของสาวใช้คนสนิทมากำไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากชีพจรใต้ผิวเนื้อทำให้นางรู้ว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาในกองเพลิง ในชาติก่อนชุนหลันถูกคนของเรือนรองสังหารแล้วใส่ความว่าเป็นผู้วางยามารดาของนาง ศพถูกนำไปทิ้งนอกเมืองโดยไม่มีแม้แต่โลงไม้

“คุณหนูเจ้าคะ” ชุนหลันมองมือนายสาวด้วยความมึนงง “ไม่สบายตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ ให้บ่าวไปตามหมอดีหรือไม่”

เยว่หนิงค่อยๆ คลายนิ้วออก นางสูดลมหายใจช้าๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่คุมให้นิ่ง “ชุนหลัน วันนี้เป็นวันที่เท่าใด”

“วันที่สิบห้าเดือนสามเจ้าค่ะ” ชุนหลันหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดมาซับเหงื่อตามไรผมให้นายสาว “คุณหนูเพิ่งสั่งบ่าวไว้เมื่อวานว่าวันนี้ช่างจากร้านจิ่นซิ่วจะมาวัดตัวตัดชุดใหม่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินใหญ่ในอีกสามเดือนข้างหน้า”

สามเดือนก่อนงานวันเกิดครบรอบสี่สิบเอ็ดปีของมารดา

เยว่หนิงเรียบเรียงเรื่องราวในหัว ยามนี้บิดายังประจำการอยู่ที่ชายแดน จิ้งอันยังไม่ได้ออกไปล่าสัตว์จนตกม้า และมารดายังมีชีวิตอยู่ในเรือนหลัก เพียงแต่ระยะเวลานี้ พิษในยาบำรุงคงเริ่มเข้าสู่ร่างกายของมารดาแล้ว

“จริงสิเจ้าคะ” ชุนหลันเดินไปหยิบกล่องผ้าต่วนใบเล็กจากโต๊ะเครื่องแป้งมายื่นให้ “เมื่อเช้าตรู่ ขันทีจากตำหนักองค์ชายสามนำสิ่งนี้มามอบให้ที่หน้าจวน บอกว่าองค์ชายสามเห็นหยกชิ้นนี้เนื้อดี จึงส่งมาให้คุณหนูโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”

ฝากล่องถูกเปิดออก เผยให้เห็นกำไลหยกขาวเนื้อใสวางอยู่บนผ้าไหมสีแดง

เยว่หนิงจำกำไลวงนี้ได้แม่นยำ เมื่อสามวันก่อนเซียวเฉิงอวี้เอ่ยปากขอดูเส้นทางลำเลียงเสบียงของบิดา แต่นางยังลังเลเพราะเกรงใจมารดา เขาจึงส่งกำไลหยกวงนี้มาเอาใจ ในอดีตเพียงได้เห็นของขวัญชิ้นนี้ นางก็ซาบซึ้งจนยอมลอบเข้าไปคัดลอกเอกสารในห้องหนังสือของบิดาให้เขาโดยไม่คิดสงสัย

“คุณหนูจะสวมเลยหรือไม่เจ้าคะ” ชุนหลันเอ่ยถาม “ของที่องค์ชายสามส่งมาทีไร คุณหนูมักจะสวมติดตัวไม่ยอมถอดเลยนี่นา”

ปลายนิ้วของเยว่หนิงแตะลงบนเนื้อหยกเย็นเฉียบ นางอยากขว้างมันลงพื้นให้แตกกระจาย แต่เพียงเสี้ยวอึดใจก็ยั้งมือไว้

ยามนี้บิดาอยู่ไกลถึงชายแดน จิ้งอันยังเยาว์และใจร้อน ส่วนในจวนติ้งอันโหวก็ไม่รู้ว่ามีบ่าวไพร่กี่คนที่ถูกเรือนรองซื้อตัวไปแล้ว หากนางแสดงท่าทีรังเกียจเซียวเฉิงอวี้หรือเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ย่อมไหวตัวทันและเร่งลงมือเร็วขึ้น ในเมื่อพวกมันอยากเห็นคุณหนูใหญ่ผู้โง่งมที่ยังหลงรักองค์ชายสาม นางก็จะสวมบทบาทนั้นให้พวกมันตายใจไปก่อน

เยว่หนิงหยิบกำไลหยกขึ้นมาสวมเข้าที่ข้อมือซ้ายอย่างเชื่องช้า ก่อนจะระบายยิ้มบางบนใบหน้า

“ให้คนไปแจ้งขันทีผู้นั้นว่าข้าชอบมาก และฝากขอบพระทัยองค์ชายสามด้วย” เยว่หนิงลุกจากเตียงไปนั่งหน้าคันฉ่องทองเหลือง “รีบช่วยข้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด เช้านี้ข้าจะไปคารวะท่านแม่ที่เรือนหลัก”

ชุนหลันรับคำอย่างแข็งขันแล้วลงมือเกล้าผมให้นายสาว ท่ามกลางความเงียบภายในห้อง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา

สาวใช้ในชุดเสื้อคลุมขลิบแถบสีน้ำเงินของเรือนอารองเดินก้มหน้าเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง นางย่อกายทำความเคารพ สายตาเหลือบมองกำไลหยกขาวบนข้อมือของเยว่หนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบาข้างหู

“ยาบำรุงของฮูหยินใหญ่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel