บทที่ 1
"ปิดข่าวเรื่องการล้างท้องให้สนิทที่สุด ไม่ให้มีอะไรเล็ดลอดไปได้ทั้งนั้น"
นิรินสั่งเสียงเฉียบขาดทันทีที่เลขาฯ มาถึงห้องผู้ป่วย
"แจ้งข่าวออกไปว่าฉันแค่ 'อาหารเป็นพิษรุนแรง' จากการพักผ่อนน้อยและทานอาหารไม่เป็นเวลา ใครที่ปากสว่าง ฉันจะฟ้องให้ถึงที่สุด"
เลขาฯ ถึงกับชะงักไป ปกตินิรินจะเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย คร่ำครวญถึงปัญหาต่างๆ เอาแต่คิดเรื่องไล่ตามอธิปเท่านั้น แต่ครั้งนี้เธอกลับมีสติ สั่งการอย่างเป็นระบบที่ฟังแล้วเป็นงาน แล้วเรื่องที่สั่งก็สมควรทำด้วยจริงๆ
ไม่นานนัก โทรศัพท์เครื่องหรูของนิรินก็สั่นไม่หยุด โชว์เบอร์ที่เธอต้องเบ้ปาก เพื่อนในกลุ่มสังคมสงสัยในข่าวลือที่หลุดลอดออกไปทีละนิด เพื่อนที่มักจะหาเรื่องมาขยี้เธอซ้ำเสมอ
"ฮัลโหล นิริน... ฉันได้ยินข่าวว่าเธอเข้าโรงพยาบาลเพราะกินยาเหรอ ว้าย! อย่าบอกนะว่าทำเพราะอธิปพาแม่มินตราออกงานน่ะ"
น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่เคลือบด้วยความสงสารจอมปลอม นิรินนึกภาพสีหน้าฝ่ายนั้นกำลังสนุกขนาดไหน ดีไม่ดีอาจกำลังมีกลุ่มพวกอยากรู้สาระแนนั่งรอฟังอยู่ด้วย
นิรินแค่นยิ้ม หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"กินยาอะไร ไปฟังมาจากไหนจ๊ะ ฉันแค่ทำงานหนักจนกระเพาะอักเสบน่ะ ข่าวลือนี่ก็นะ ช่างคิดกันจริงๆ"
"อ้าวเหรอ แต่มีคนเห็นอธิปเดินออกมาจากโรงพยาบาล หน้าตาเครียดมากเลยนะ"
"เขาก็คงห่วงฉันนี่แหละจ้ะ ตามประสาคู่หมั้นที่คบกันมานานนี่นะ" นิรินตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความมั่นใจ
"ขอบใจที่เป็นห่วงนะ แต่ตอนนี้ฉันต้องพักผ่อนแล้วล่ะ เพราะคืนนี้มีงานกาล่าที่ต้องไป ขืนหน้าโทรมเดี๋ยวคนจะยิ่งลือไปกันใหญ่"
นิรินวางสายทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดมากอีก เธอรู้ดีว่าการรับมือกับคนเหล่านี้ไม่ใช่การหนี แต่คือการเผชิญหน้าด้วยภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มือเล็กโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เธอรู้ดีว่าในสังคมไฮโซที่เน่าเฟะแห่งนี้ความอ่อนแอคืออาหารของฝูงหมาป่า หากเธอแสดงความพ่ายแพ้ออกไปเพียงนิด พวกเขาจะรุมทึ้งเธอจนไม่มีที่ยืน
"คุณนิรินจะไปงานเหรอคะ แต่สภาพร่างกายคุณตอนนี้ยัง เอ่อ"
เลขาฯ เอ่ยด้วยความกังวล มองดูใบหน้าซีดเซียวและมือที่ยังสั่นเทาเล็กน้อย ถึงจะให้น้ำเกลือช่วยพอมีเรี่ยวแรง แต่จะออกไปงานเลี้ยงพบเจอคนมากมายน่าจะสร้างภาระกับร่างกายนี้มากหน่อย
"หน้าตามันซ่อมแซมได้ด้วยเมคอัพ แต่ชื่อเสียงถ้าพังแล้วซ่อมยาก"
นิรินตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไม่มีลังเลใด
"ติดต่อห้องเสื้อประจำของฉัน ยกเลิกชุดแบบเดิม ส่งแคทตาล็อกชุดใหม่มาให้ดูทันที ฉันจะเลือกชุดเดรสไปงานใหม่เดี๋ยวนี้ และติดต่อ 'คริส' ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งมาที่นี่ บอกเขาว่าฉันจ่ายสามเท่า แต่เขาต้องเหยียบเรื่องที่เห็นฉันในสภาพนี้ให้จมดิน"
หญิงสาวก้าวลงจากเตียง ความรู้สึกวิงเวียนยังคงเกาะกุมประสาทสัมผัส แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับอนาคตอัปยศที่จะเกิดขึ้น ถ้าเธอยังไม่เปลี่ยนตัวเอง นิ้วเรียวเปิดไอแพดเพื่อตรวจสอบตารางงานและรายชื่อแขกที่จะไปงานกาล่าคืนนี้
เมื่อช่างแต่งหน้ามาถึง นิรินสั่งให้เขาเน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยวทรงพลัง และริมฝีปากสีแดงเข้มดูสง่างาม เธอเลือกสวมต่างหูเพชรน้ำงามที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทุกรายละเอียดต้องบ่งบอกถึงความมั่งคั่งและอำนาจ เดรสตัวใหม่ที่เลือกมาแทนสีอ่อนแบบเดิม เป็นสีแดงขับผิวขาวให้นวลผ่องมากขึ้น
"คุณนิริน วันนี้คุณดูเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ ดูน่าเกรงขามจนผมไม่กล้าสบตาเลย"
คริสเอ่ยชมขณะลงแปรงสุดท้าย มองด้วยความทึ่งอย่างจริงใจ
นิรินมองเงาตัวเองในกระจก เธอเห็นผู้หญิงที่ดูสวยสง่าเลอค่าชั้นสูง แต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจที่แยบยลกว่าเดิม มือเรียวหยิบขวดน้ำหอมราคาเหยียบหมื่นพรมตามข้อมือและเรือนร่าง กลิ่นลุ่มลึกหรูหราขับความงามเพิ่มขึ้น
“ฝีมือดีมาก หวังว่าครั้งหน้าจะได้ใช้งานกันอีก”
หมายถึงว่าถ้าแพร่งพรายสภาพของเธอในวันนี้ออกไป อย่าได้คิดว่าจะมีที่ยืนในวงการนี้อีกเลย
“ครับ แน่นอนครับ ผมยินดีที่จะได้มาแต่งหน้าให้คุณนิรินอีก ผมพร้อมตลอด”
คำตอบรับที่ทำให้ดวงตาคู่งามพอใจ ก่อนกวาดสายตาไปหาเลขาฯ แล้วไม่กี่วินาทียอดเงินที่เข้าบัญชี ตัวเลขที่ทำคริสตาโตกว้างรีบก้มหัวเอ่ยขอบคุณกว่าเดิม ในใจพร้อมยกเลิกทุกงานถ้าหากผู้หญิงคนนี้เรียกใช้เขาขึ้นมา
นิรินส่องกระจกมองตัวเองอย่างพึงพอใจ ความเจ็บปวดตอนก่อนตาย ผสมผสานกับความเจ็บปวดหลังการล้างท้อง เหมือนเธอตายซ้ำตายซ้อน และทั้งหมดมันเพราะความโง่บัดซบของตัวเองทั้งสิ้น ที่โง่ตาบอดไปรักผู้ชายคนนั้น
"ความเจ็บปวดมันสอนให้รู้ว่า การตายเพื่อผู้ชายมันโง่แค่ไหน แต่การอยู่เพื่อเห็นเขากระวนกระวายใจเพราะเรา มันน่าสนุกกว่าเยอะ"
ร่างระหงยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ฝีเท้ามั่นคงบนส้นสูงก้าวเดินอย่างกังวานหนักแน่น นิรินออกจากห้องพักฟื้นด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ ทิ้งร่องรอยของนางร้ายผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าสู่งานกาล่าที่จะเปลี่ยนสถานะของเธอไปตลอดกาล
