บทที่ 1: การเลือกใหม่ของสองพี่น้อง
ลมหนาวเดือนสิบสองพัดกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง หิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าปกคลุมหมู่บ้านตระกูลหลินจนขาวสะอาดตา ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงหลักของบ้านสกุลหลินกลับร้อนระอุไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น
หลินซี ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมึนงง กลิ่นอับชื้นของดินและควันไฟจากเตาถ่านที่คุ้นเคยตีเข้าจมูก ภาพตรงหน้าไม่ใช่เพดานโรงพยาบาลสีขาวโพลนก่อนที่เธอจะสิ้นใจตายอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นคานไม้สีคล้ำที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้อง
ความเจ็บปวดจากการถูกซ้อมจนกระอักเลือดหายไปแล้ว เหลือเพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูก เธอขยับมือที่ซุกอยู่ในแขนเสื้อนวมตัวเก่าที่ปะชุนจนแทบไม่เห็นสีเดิม สัมผัสหยาบกร้านของเนื้อผ้าช่วยดึงสติของเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว
"แม่สหายจาง เรื่องนี้ตกลงกันได้หรือยัง? ทางตระกูลหวังเขาเร่งมา เขาบอกว่าถ้าตกลงวันนี้ สินสอดสามร้อยหยวน พร้อมจักรยานเฟิ่งหวงหนึ่งคัน และนาฬิกาข้อมืออีกหนึ่งเรือนจะยกมาให้ทันที!"
เสียงแหบแห้งของ แม่สื่อหวัง ดังขึ้น ปลุกหลินซีให้ตื่นจากภวังค์โดยสมบูรณ์
เธอจำประโยคนี้ได้แม่นยำ นี่มันคือวันนั้น! วันที่ชะตาชีวิตของเธอและน้องสาวฝาแฝดต้องพลิกผัน
หลินซีเงยหน้ามองไปรอบๆ บนเตียงเตาอุ่น มีพ่อ หลินต้าไห่ นั่งสูบยาเส้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด แม่ จางชุ่ยฮวา ที่ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อได้ยินจำนวนเงินสินสอด และที่นั่งอยู่ข้างแม่ คือ หลินเจียว น้องสาวฝาแฝดที่กำลังนั่งก้มหน้า บีบมือตัวเองแน่น แววตาของหลินเจียวดูลุกลี้ลุกลนแปลกประหลาด
ในชาติที่แล้ว ช่วงเวลานี้ตระกูลกู้ยังถือว่าเป็น "ตัวเลือกทองคำ" กู้หานเจิง เป็นนายทหารหนุ่มอนาคตไกล รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา และที่สำคัญคือ ขาของเขายังดีอยู่ ครอบครัวกู้ยังเป็นครอบครัววีรบุรุษที่ใครๆ ก็อยากเกี่ยวดอง ส่วน ตระกูลหวัง แม้จะรวยล้นฟ้าจากการค้าขาย แต่ หวังต้าฟู่ ลูกชายคนเดียวนั้นรูปร่างอ้วนฉุ หน้าตาอัปลักษณ์ และมีข่าวลือหนาหูเรื่องนิสัยใจคอที่โหดร้าย
ชาติก่อน หลินเจียวผู้เป็นที่รักของพ่อแม่ รีบชิงตัดหน้าเลือกกู้หานเจิงทันทีที่แม่สื่อถาม โดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่าชื่นชมทหารกล้า ทิ้งให้หลินซีต้องจำใจแต่งเข้าตระกูลหวังเพื่อเอาสินสอดมาจุนเจือครอบครัว
แต่ใครจะรู้ว่า หลังจากรับปากแต่งงานได้ไม่นาน นรกของจริงก็มาเยือน กู้หานเจิงได้รับบาดเจ็บหนักที่ขาจนต้องปลดประจำการ ซ้ำร้ายครอบครัวกู้ยังถูกใส่ร้ายทางการเมืองจนต้องถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในชนบททุรกันดาร หลินเจียวที่รักความสบายทนไม่ไหว สร้างเรื่องวุ่นวายและขอหย่า ทิ้งให้ตระกูลกู้ที่ตกต่ำต้องจมอยู่กับความทุกข์
ส่วนหลินซี แม้ตระกูลหวังจะมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ แต่หวังต้าฟู่คือปีศาจในคราบมนุษย์ เขาชอบทุบตีระบายอารมณ์ หลินซีต้องใช้ชีวิตเหมือนทาสในเรือนเบี้ย จนกระทั่งตรอมใจตาย
"หลินซี หลินเจียว" เสียงของจางชุ่ยฮวาทำลายความเงียบ "พวกแกก็อายุสิบแปดแล้ว ถึงเวลาต้องออกเรือน แม่สื่อหวังอุตส่าห์หาบ้านดีๆ มาให้ ทางหนึ่งเป็นบ้านคนรวย อีกทางเป็นบ้านทหารมียศศักดิ์ เจียวเจียว ลูกเป็นน้อง แม่ให้ลูกเลือกก่อน"
คำพูดลำเอียงที่คุ้นหูทำให้หลินซีแค่นยิ้มในใจ ไม่ว่าชาติไหน แม่ก็ยังเห็นหลินเจียวดีกว่าเธอเสมอ
หลินซีมองดูหลินเจียวอย่างจับสังเกต เธอเห็นมุมปากของน้องสาวกระตุกยิ้ม แววตาที่มองมาทางเธอนั้นเต็มไปด้วยความสะใจและความมุ่งมั่นบางอย่าง
หรือว่า หลินเจียวเองก็ย้อนกลับมาเหมือนกัน?
ถ้าหลินเจียวรู้ว่าอนาคตบ้านกู้จะล่มจม เธอจะต้องไม่เลือกทางเดิมแน่
"แม่คะ" หลินเจียวเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงระเรื่อคล้ายจะร้องไห้ "หนู.. หนูคิดมาดีแล้วค่ะ"
ทุกคนรอฟังคำตอบ หลินเจียวสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้แม่สื่อหวังและจางชุ่ยฮวาอ้าปากค้าง
"หนูจะแต่งเข้าตระกูลหวังค่ะ!"
"ฮะ!?" จางชุ่ยฮวาอุทานเสียงหลง "เจียวเจียว ลูกไม่สบายหรือเปล่า? ตระกูลหวังนั่นลูกชายเขา เอ่อ หน้าตาไม่ค่อยดีนะ แถมข่าวลือก็ไม่ค่อยดี ส่วนตระกูลกู้น่ะลูกชายหล่อเหลา เป็นถึงนายทหารเชียวนะ!"
หลินเจียวส่ายหน้าดิก ในใจของเธอกำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง หล่อแล้วยังไง? เป็นทหารแล้วยังไง? อีกไม่กี่วันขาก็หัก พ่อแม่ก็โดนจับไปขุดดินกินหญ้าที่ชายแดน! ชาติที่แล้วฉันหลงผิดเลือกความดูดีจอมปลอม ต้องไปตกระกำลำบาก กินแต่หัวมันเน่าๆ ส่วนนังหลินซีได้นั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทอง ชาตินี้อย่าหวังเลย! ฉันจะเอาเงิน! ฉันจะเป็นคุณนายหวัง!
"แม่คะ หนูโตแล้ว หนูไม่อยากให้คนมองว่าเราเกาะกินบารมีทหาร อีกอย่าง..พี่รองน่ะเหมาะสมกับพี่กู้มากกว่าหนู พี่รองเป็นคนอดทนแข็งแรงงานบ้านงานเรือนก็เก่งกว่า เหมาะที่จะเป็นภรรยาทหารที่ต้องเสียสละค่ะ" หลินเจียวปั้นคำพูดให้ดูดี หันมาจับมือหลินซีแน่น "พี่รอง พี่คงไม่โกรธใช่ไหมที่ฉันเลือกความสบาย? ฉันร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง กลัวว่าจะดูแลพี่กู้ได้ไม่ดีเท่าพี่ พี่ช่วยรับภาระนี้แทนฉันเถอะนะ"
หลินซีมองการแสดงละครฉากใหญ่ของน้องสาวแล้วนึกขำในใจ ชัดเจนแล้ว หลินเจียวกลับชาติมาเกิดจริงๆ และกำลังพยายามผลัก "หลุมนรก" ในความคิดของเธอ มาให้หลินซี
หลินซีแสร้งทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม หลินเจียวคงไม่รู้สินะ ว่าในอนาคตที่ตัวเองวิ่งเข้าหา คือกองไฟกองใหญ่ หวังต้าฟู่คนนั้นไม่ได้แค่ 'ข่าวลือไม่ดี' แต่มันคือสัตว์นรก!
ส่วนตระกูลกู้ที่หลินเจียวรังเกียจ แม้จะต้องตกต่ำช่วงหนึ่ง แต่พวกเขามีจิตใจที่สูงส่ง รักใครรักจริง และเมื่อผ่านพ้นวิกฤตไปได้ พวกเขาจะกลับมายิ่งใหญ่คับฟ้า
ที่สำคัญ ชาตินี้หลินซีไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยเหมือนชาติก่อน สัมผัสอุ่นวาบที่ฝ่ามือซ้ายย้ำเตือนให้รู้ว่า 'มิติวิเศษ' ที่เธอได้มาตอนใกล้ตายในชาติก่อน ได้ตามติดวิญญาณเธอมาด้วย!
ในมิตินั้นมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่ มีน้ำพุวิเศษที่รักษาได้สารพัดโรค และมีโกดังเก็บของที่เธอสามารถตุนเสบียงได้ไม่อั้น การไปตกระกำลำบากที่ชายแดนกับครอบครัวทหาร? หึ.. สำหรับเธอที่มีมิติ มันก็แค่การไปพักร้อนเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น
"เจียวเจียว" หลินซีเงยหน้าขึ้น สบตาน้องสาวด้วยแววตาซื่อใสบริสุทธิ์ "เธอพูดจริงเหรอ? เธอจะยอมสละเกียรติยศภรรยานายทหาร แล้วไปแต่งกับตระกูลหวังการค้าจริงๆ เหรอ?"
"จริงสิพี่!" หลินเจียวรีบตอบรับ กลัวพี่สาวจะเปลี่ยนใจ "ฉันเสียสละให้พี่จริงๆ พี่รอง พี่ตกลงเถอะนะ"
จางชุ่ยฮวามองลูกสาวคนเล็กอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอคิดถึงสินสอดสามร้อยหยวนที่จะได้จากตระกูลหวัง เธอก็ตาลุกวาว ถ้าหลินเจียวแต่งเข้าตระกูลหวัง เธอก็สามารถรีดไถเงินทองจากลูกเขยรวยๆ ได้ง่ายกว่าลูกเขยทหารเจ้าระเบียบเป็นไหนๆ
"เอาล่ะๆ ในเมื่อเจียวเจียวตัดสินใจแล้ว แกเป็นพี่ก็ต้องตามใจน้อง" จางชุ่ยฮวาหันมาสั่งหลินซีเสียงห้วน "แกแต่งเข้าตระกูลกู้ไปก็แล้วกัน ถือซะว่าทำเพื่อครอบครัว สินสอดห้าสิบหยวนของบ้านกู้ แม่จะเก็บไว้เป็นทุนให้น้องแก ส่วนแกก็เตรียมตัวไปซะ"
"ได้ค่ะ" หลินซีตอบรับเสียงเรียบ "หนูจะแต่งเข้าตระกูลกู้"
คำตอบรับง่ายดายของหลินซีทำให้หลินเจียวถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอชั่ววูบ โง่จริงๆ นังหลินซี! เตรียมตัวไปเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ผัวพิการกับเลี้ยงดูคนแก่ที่ชายแดนเถอะ กับน้องชายที่ชอบหาเรื่องนั้นเถอะ ส่วนฉันจะไปเสวยสุขเป็นคุณนาย!
"แต่แม่คะ" หลินซีพูดต่อ น้ำเสียงเย็นชาขึ้นเล็กน้อย "หนูจะแต่งให้ แต่หนูมีข้อแม้"
"ข้อแม้อะไรอีก! แค่มีคนมาสู่ขอก็บุญหัวแล้ว!" พ่อหลินต้าไห่กระแทกกล้องยาสูบลงกับโต๊ะ
"ถ้าหนูแต่งออกไปแล้ว ไม่ว่าอนาคตจะเป็นตายร้ายดียังไง ห้ามใครในบ้านนี้ไปยุ่งวุ่นวายกับหนู และ" หลินซีจ้องมองหลินเจียวเขม็ง "ถ้าวันข้างหน้าใครคนใดคนหนึ่งเกิดเสียใจกับทางที่ตัวเองเลือก ห้ามกลับมาโวยวายขอแลกคืนเด็ดขาด ต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง ตกลงไหม?"
หลินเจียวหัวเราะในลำคอ "โธ่ พี่รอง ใครจะไปเสียใจ? ฉันไม่มีวันเสียใจแน่นอน พี่นั่นแหละ อย่าซมซานกลับมาให้ฉันช่วยก็แล้วกัน"
"ดี" หลินซีลุกขึ้นยืน ร่างกายผอมบางแต่แผ่นหลังเหยียดตรง สง่างามราวกับดอกเหมยท่ามกลางหิมะ "แม่สื่อหวังเป็นพยานนะคะ ฉันหลินซี ยินดีแต่งเข้าตระกูลกู้ ส่วนน้องสาวหลินเจียว สมัครใจแต่งเข้าตระกูลหวัง ไม่มีใครบังคับใคร"
แม่สื่อหวังมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ปกติหลินซีเป็นคนเงียบๆ หัวอ่อน แต่วันนี้แววตาของเด็กสาวกลับดูเด็ดเดี่ยวและลึกล้ำราวกับบ่อน้ำพันปี
"ได้ๆ ฉันจะเป็นพยานให้ เอาล่ะ ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ อีกสามวันฤกษ์ดี มารับตัวเจ้าสาวได้เลย!"
เมื่อแม่สื่อกลับไป หลินซีเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ ที่คับแคบและหนาวเย็น เธอทิ้งตัวลงบนเตียงไม้แข็งๆ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด
ในที่สุด เธอก็หลุดพ้นจากตระกูลหวัง และหลุดพ้นจากครอบครัวที่ลำเอียงนี้เสียที
เธอยกมือขึ้น เพ่งจิตเข้าไปในมิติ เห็นภาพน้ำพุใสสะอาดที่กำลังพวยพุ่งและผืนดินดำอุดมสมบูรณ์ที่รอการเพาะปลูก
"กู้หานเจิง" หลินซีกระซิบชื่อชายหนุ่มที่เธอเคยเห็นเพียงแค่ในข่าวหนังสือพิมพ์ในชาติที่แล้ว วีรบุรุษผู้โดดเดี่ยวที่บั้นปลายชีวิตรุ่งโรจน์แต่ไร้คู่เคียงข้าง "ชาตินี้ฉันจะดูแลคุณเอง ขาของคุณจะไม่พิการ ครอบครัวของคุณจะไม่อดตาย และเราจะรวยไปด้วยกัน รวยจนให้น้องสาวหน้าโง่ของฉันต้องกระอักเลือดตายไปเลย!"
หลินซีหลับตาลง วางแผนการใหญ่ในหัว อีกสามวันก่อนแต่งงาน เธอต้องตุนเสบียงเข้ามิติให้ได้มากที่สุด เพราะทันทีที่ก้าวเท้าออกจากบ้านนี้ไป ชีวิตใหม่ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
