บทที่ 1 อุบัติเหตุพรากชีวิต 1/1
กู้เซียงเซียงเติบโตมาในครอบครัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในชนบทเธอสูญเสียบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงได้รับการเลี้ยงดูจาก คุณปู่กู้ เพียงคนเดียว คุณปู่ของเธอเป็นชายชราที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและรักการทำเกษตรมาตลอดชีวิต
เขามีที่ดินทำกินอยู่หลายร้อยไร่ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษและได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสวนขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่มีทั้งสวนผลไม้ แปลงผัก สมุนไพร และพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด
ตั้งแต่เป็นเด็กกู้เซียงเซียงจึงคุ้นเคยและชื่นชอบกลิ่นดินหลังฝนตก เสียงน้ำในร่องสวนและภาพของคุณปู่ที่ออกไปตรวจแปลงเพาะปลูกผักต่าง ๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
ส่วนคุณปู่ของเธอก็ไม่เคยบังคับให้หลานสาวต้องทำการเกษตรตาม ตรงกันข้ามเขามักพูดกับเธอเสมอว่า “จงเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่หลานต้องการหากวันหนึ่งหลานไม่อยากกลับมาทำสวนก็ไม่เป็นไร แต่จงจำไว้ว่าผืนดินผืนนี้เลี้ยงดูเรามาทั้งชีวิตก็พอ”
คำพูดธรรมดา ๆ ประโยคนั้นกลับฝังอยู่ในใจของกู้เซียงเซียงมาตลอดเธอจึงเริ่มสนใจพืชพรรณตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยประถมเธอชอบตามคุณปู่เข้าสวนคอยจดจำว่าผักชนิดใดควรปลูกในฤดูไหน ผลไม้แต่ละสายพันธุ์ต้องการน้ำมากน้อยเพียงใดและดินแบบใดเหมาะกับพืชชนิดใด
เมื่อโตขึ้นความสนใจนั้นก็กลายเป็นความฝันกู้เซียงเซียงตั้งใจทำมันให้เป็นจริงด้วยการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร จากนั้นเลือกศึกษาต่อปริญญาโทด้านการวิจัยและพัฒนาพืชพรรณ
เพราะเธอมีความคิดไว้ว่าถ้าหากสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพัฒนาพืชผลของเกษตรกรได้ ก็น่าจะช่วยให้คนในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งบ้านเกิดไปทำงานในเมือง
ตลอดระยะเวลาหลายปีในรั้วมหาวิทยาลัยเธอศึกษาทั้งการปรับปรุงสายพันธุ์พืช การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวรวมถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
แม้จะเรียนหนักเพียงใดทุกครั้งที่มีเวลาว่างกู้เซียงเซียงก็มักกลับบ้านไปช่วยคุณปู่ดูแลสวนสองปู่หลานจึงทดลองปลูกพืชสายพันธุ์ใหม่ ๆ ด้วยกัน
คุณปู่เป็นคนลงมือปลูกตามแผนงานส่วนกู้เซียงเซียงคอยจดบันทึก ตั้งแต่คุณภาพของดิน ปริมาณน้ำ อุณหภูมิ ไปจนถึงระยะเวลาการเก็บเกี่ยว จากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เคยวิ่งตามคุณปู่เข้าสวนในที่สุดกู้เซียงเซียงก็เติบโตขึ้นเป็นนักวิจัยสาวที่มีความรู้ด้านพืชพรรณอย่างเต็มตัว
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทกลับมาเธอยังได้รับรางวัล จากผลงานการวิจัยด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย วันที่ได้รับรางวัลกู้เซียงเซียงถือถ้วยรางวัลกลับไปหาคุณปู่ด้วยความดีใจ
เธอวางโล่รางวัลลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ในบ้านแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่หนูทำได้แล้วนะคะ”
คุณปู่มองหลานสาวก่อนยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเส้น “เก่งมากหลานปู่”
เพียงสองคำสั้น ๆ กลับทำให้กู้เซียงเซียงมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เธอวางแผนเอาไว้แล้วว่าหลังจากเรียนจบจะกลับมาอยู่บ้านหลังนี้อย่างถาวร และนำความรู้ที่เรียนมาพัฒนาผลผลิตของคนในหมู่บ้าน
เธออยากสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเพาะปลูกในดิน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ความฝันของเธอไม่ได้หยุดแค่การทำให้คนในหมู่บ้านขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น
แต่กู้เซียงเซียงนั้นอยากทำให้สินค้าของพวกเขาสามารถวางขายในตลาดทั่วประเทศ และหากมีโอกาสเธอยังอยากผลักดันให้สินค้าเหล่านั้นก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย
ทว่าในวันที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นคุณปู่กลับจากไปอย่างสงบด้วยวัยชรา ไม่มีความเจ็บปวดไม่มีอุบัติเหตุและไม่มีคำร่ำลาอันใดให้ยืดยาว มีเพียงชายชราคนหนึ่งที่นอนหลับไปอย่างสงบหลังจากใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตเพื่อดูแลผืนดินและหลานสาวเพียงคนเดียวของเขา