บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 อารมณ์แปรปรวนของจอมมาร (2)

หลายวันต่อมา

ปุ้ง!!

บุ๋ง...

"ทะ...ทำได้แล้วค่ะ!"

ฉันร้องออกมาอย่างดีใจและตื่นเต้น บนฝ่ามือมีลูกบอลน้ำขนาดเท่าฝ่ามือลอยวนไปมาอยู่สองลูก ถึงแม้ว่ารูปร่างของมันจะไม่ค่อยคงที่เท่าไรทำท่าเหมือนจะแตกได้ทุกเมื่อ แต่นี่ก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของฉันแล้ว

"ดูเล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่แย่"

จอมมารแดรีลพูดแล้วมองลูกบอลน้ำบนมือฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ฉันยังแยกไม่ออกว่าเขากำลังชมหรือแอบด่าฉันในใจกันแน่

นี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้วกับการที่ฉันให้จอมมารแดรีลสอนฉันถึงการใช้เวทมนตร์แบบง่ายๆ แน่นอนว่าแทบจะกระอักเลือดเลยกับการฝึกโหดของเขา เขาไม่แม้แต่จะอ่อนข้อให้ฉันสักนิด จากวันแรกที่ฝึกบินแล้วฉันร่วงลงมาครั้งนั้น เขาก็ยังคงให้ฉันไปฝึกบินติดๆ กันสามวัน

ซึ่งแน่นอนว่าเขาผลักฉันลงมาทุกครั้ง! บอกเลยเป็นอะไรที่แย่มาก แต่ก็นั่นแหละต้องขอบคุณการฝึกโหดของจอมมารแดรีลที่ทำให้ฉันสามารถบินได้ (แต่ไม่นานเท่าไร) จนพลังเวทในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นมาจนพอที่จะใช้เวทมนตร์ได้แล้ว

"เวทน้ำเป็นอะไรที่ง่าย น่าแปลกที่เจ้าเป็นมังกรไฟแต่กลับใช้เวทน้ำได้แบบนี้"

เขามองหน้าฉันเหมือนแปลกใจ

"คือข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ"

ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าสายพันธุ์มังกรที่ฉันเป็นอยู่คือ 'เผ่าพันธุ์สีดำ' หรือ 'มังกรดำ' เป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากและแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วบนโลกนี้ ที่รู้ได้เพราะจอมมารแดรีลใช้เวทตรวจสอบกับร่างกายของฉัน ฉันนี่ตื่นเต้นมากเลยนะเพราะเวทตรวจสอบที่เขาใช้ลักษณะมันก็เหมือนโดมที่ห่อหุ้มตัวฉันเอาไว้ล่ะ

"ทั้งๆ ที่เมื่อตอนเด็กๆ เจ้าก็บินได้แท้ๆ นะ..." จอมมารแดรีลพึมพำออกมาเบาๆ

"คะ ว่ายังไงนะคะ?"

"ไม่มีอะไร เจ้าจงฝึกควบคุมไม่ให้ลูกบอลน้ำแตกเป็นเวลาสามชั่วโมงซะ"

โพละ!!

ได้ยินโจทย์ยากออกมาจากปากเขาลูกบอลน้ำที่ฉันสร้างขึ้นแทบตายตั้งสองลูกก็พลันแตกเอาง่ายๆ ขึ้นมากะทันหัน ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าจู่ๆ เขาจะยกโจทย์ยากให้ฉันตั้งแต่ครั้งแรกเพื่ออะไร

"ท่านก็พูดง่ายนี่คะ! มันสร้างยากจะ..."

"ไม่มีอะไรยากหรอกบนโลกใบนี้ จำไว้ด้วย"

พอจอมมารแดรีลพูดตัดบทฉันจบ เขาก็เดินจากไปดื้อๆ ปล่อยให้ฉันมองเขาอึ้งๆ อยู่ยังงั้น อยากจะด่าอยากจะกรีดร้องใส่จริงๆ แต่ก็ทำได้แค่ท้วงในใจ เพราะว่าถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้อยู่มองฉันฝึกพลังเวทก็จริง พวกอสูรรับใช้แถวๆ นี้ทุกตัวก็มีหน้าที่ติดตามฉันตลอดอยู่แล้ว

คอยดูนะ ถ้าฉันสร้างลูกบอลน้ำใหญ่ๆ ได้เมื่อไรจะเขวี้ยงใส่หน้าเขาเป็นคนแรกเลย!

"เอ้า ถึงเวลากินข้าวแล้วไซเนียร์"

ฉันที่ฝึกพลังเวทมาราธอนประหนึ่งนักวิ่งร้อยเมตร หลังจากผ่านไปสามชั่วโมงก็กลับมาที่ปราสาทค่ะ ผลลัพธ์ของการฝึกฝนคือทำลูกบอลน้ำเพิ่มได้อีกแค่สองครั้งเท่านั้น แถมยังเล็กกว่าครั้งแรกอีกต่างหาก หนักสุดคืออยู่ได้แค่ห้านาทีก็แตกแล้ว

"เจ้าเป็นคนทำเหรอจิล?"

ฉันถามน้ำเสียงประหลาดใจเมื่อมองชามข้าวหมา (ชามฉันเองแหละ) แล้วเห็นเนื้อที่ถูกทำให้สุกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำอยู่ จิลกระแอมเบาๆ แล้วบอก

"ข้าทำสิ ไม่ใช่ข้าจะใครล่ะ"

"น่ากินจัง...อ้าม ง่ำ!"

ฉันน้ำลายสอกับกลิ่นหอมๆ ของเนื้อที่โชยส่งกลิ่นออกมา ไม่เหมือนกับอาหารช่วงแรกๆ ที่มาอยู่แล้วได้กลิ่นแต่เหม็นสาบกับเลือดสดๆ รีบหยิบเนื้อขึ้นมาแล้วจับใส่ปากอย่างรวดเร็ว

"อื้อออ~ อร่อยยยย"

ไม่ไหวแล้วอะไรจะอร่อยขนาดนี้เนี่ย อร่อยยิ่งกว่าอาหารที่บรัมทำให้กินตอนอยู่ที่ตลาดมืดอีกนะเนี่ย ทั้งๆ ที่อาหารจานเนื้อนี้ก็แค่ถูกทำให้สุกเฉยๆ แท้ๆ แต่มันกลับมีรสอร่อยของเนื้อ น้ำหวานของเนื้อหลั่งไหลออกมา มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

"เจ้านี่กินดูน่าอร่อยจริงๆ นะ ตั้งแต่ที่ข้าทำหน้าที่ให้อาหารพวกสัตว์เลี้ยงของท่านจอมมารก็เห็นมีแต่เจ้านี่แหละที่แปลกผิดพวกสุดแล้ว"

อ่า สรุปจิลเขาจะชมหรือจะด่าฉันอ่ะ ทำหน้าไม่ถูกแล้วนะเนี่ย

"ขอบคุณที่เปลี่ยนวิธีทำอาหารให้ข้านะ"

ฉันที่จ้วงไปหลายคำจนแน่นท้องไปหมดแล้ว ก็ยิ้มขอบคุณให้จิลทันที

"เพราะท่านจอมมารสั่งหรอก ไม่งั้นข้าจะเปลี่ยนทำไม ยุ่งยากจะตาย"

จิลบอกแล้วเก็บจานชามของฉันขึ้นมา เธอกำลังจะเดินออกไปนอกห้องแต่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้เลยหันมาบอกฉัน

"เจ้าน่ะ ไปหาท่านจอมมารที่ห้องด่วนเลยนะ เหมือนท่านจะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย"

จิลบอกจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้ให้ฉันครุ่นคิดว่าจอมมารแดรีลมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉันกันแน่

"เรื่องสำคัญเหรอ เรื่องอะไรกันนะ..."

อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกสังหรณ์แปลกๆ ยังไงชอบกลแฮะ คงไม่ใช่ว่าจะมีเรื่องอะไรไม่ดีหรอกนะ?

"หลงซะแล้วสิ"

ตอนนี้ฉันกลายเป็นมังกรหลงทางไปเรียบร้อยแล้วค่ะ มันช่วยไม่ได้จริงๆ นะ เพราะว่าปราสาทของจอมมารแดรีลออกจะใหญ่โตยิ่งกว่าที่ไหนที่ฉันเคยอยู่มาก่อน ทั้งชาตินี้และชาติที่แล้วแหละ ต่อให้เดินทั้งวันฉันยังไม่รู้เลยว่าจะจำทางทั้งหมดได้หรือเปล่า

"ไปทางไหนต่อล่ะเนี่ย"

ฉันหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะเจอทางที่คิดว่าจะนำฉันไปสู่ห้องทำงานของจอมมารแดรีลได้เลยสักทาง คือ ตอนแรกจิลบอกว่าให้ไปหาที่ห้อง แต่ไม่ได้บอกสักคำว่าห้องนี่ห้องที่ไหน ฉันก็ตรงดิ่งกลับไปห้องนอนเลย ปรากฏว่าเขาไม่อยู่เนี่ยสิ

"กิ๊ กิ๊ กิ๊"

ฉันหันขวับไปมองเสียงประหลาดนั่นด้วยความตกใจ ก็เห็นว่ามีปีศาจไม่มีหน้าตัวกลมๆ กำลังมองมาทางฉันอยู่

ตลกตายล่ะ นี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญนะยะ!

"ปะ...ไปไกลๆ ไป ชิ้วๆ"

ฉันส่งเสียงไล่มันแต่เจ้าปีศาจก้อนกลมนั่นแทนที่จะกลัวกลับเขยิบเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ พอมันเขยิบฉันก็ถอยหนีทีละก้าวๆ

"อย่าเข้ามานะ!"

"แฮ่!!!!"

"กรี๊ดดดด!"

ฉันหวีดร้องออกมาเสียงดังลั่นด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ เจ้าปีศาจก้อนกลมนั่นก็ส่งเสียงขู่พร้อมอ้าปากแยกเขี้ยวออกมาให้เห็น ฟันของมันน่ากลัวมาก มันทั้งแหลมคมและมีฟันซี่แหลมๆ เยอะจนนับไม่ถ้วน

"กิ๊ กิ๊ กิ๊!!!"

มันส่งเสียงร้องประหนึ่งขู่พลางวิ่งไปรอบๆ ตัวของฉัน ทำให้ตัวฉันเองไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนไปไหน ได้แต่นั่งยองๆ หลับตาปี๋ ตัวสั่นอยู่ยังงั้น

ใครก็ได้ช่วยฉันที!

ผัวะ!!!

"กะ...กิ๊!"

"...?"

"เฮ้! สาวน้อย เจ้าไม่เป็นอะไรนะ"

ฉันลืมตาขึ้นก่อนจะพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่จอมมารแดรีล หรือจิล แต่เป็นผู้ชายแปลกหน้าอีกแล้วค่ะ! ตะ...แต่ว่า...

ดุ๊กดิ๊ก ดุ๊กดิ๊ก

งื้อออ! ผู้ชายคนนี้เขามีหูกับหางเหมือนหมาป่าเลยอ่ะ โอ๊ยยย อะไรจะน่าน้วยขนาดนี้คะเนี่ย! นี่ต่างโลกจริงๆ นั่นแหละ แต่แบบฉันแพ้ทางพวกสัตว์มีขนน่ารักๆ นะ

ฉันมองผู้ชายตรงหน้าที่มีเส้นผมสีแดงราวกับเปลวเพลิง ทั้งหูและหางของเขาที่ดูนุ่มฟูนั่นก็ด้วยตอนที่หางกับหูกระดุ๊กกระดิกไปมาช่างน่าน้วยซะเหลือเกิน แถมเขายังมีรอยยิ้มขี้เล่นเป็นเอกลักษณ์อีกต่างหาก ผิดกับอีตาจอมมารนั่นลิบลับ เขาสวมใส่เสื้อกั๊กที่น่าจะทำจากหนังสัตว์ป่า เผยให้เห็นแผงอกกับหน้าท้องซิกแพกเป็นลอน แถมเขายังห้อยสร้อยคอที่เหมือนเขี้ยวอะไรเต็มตัวไปหมด น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าหรือเปล่านะ

"ตกลงไม่เป็นอะไรนะ?"

เขาเข้ามาพยุงฉันขึ้นอย่างระมัดระวังพร้อมถามน้ำเสียงอ่อนโยน ฉันเลยพยักหน้าแล้วเอ่ย

"ขะ...ขอบคุณค่ะ"

"เล็กน้อยน่า ว่าแต่สาวน้อยน่ารักเช่นเจ้ามาหลงทางอะไรแถวนี้ล่ะ"

"คือ ข้ากำลังจะไปหาท่านจอมมารค่ะ"

"หือ? นี่เจ้า..." เขาทำหน้าเหมือนเอะใจอะไรบางอย่าง แต่แล้วจู่ๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขี้เล่นเหมือนก่อนหน้านี้ "โอเค ข้ารู้จักทาง ข้าช่วยพาเจ้าไปได้นะ ถ้าเจ้าโอเคที่จะให้ข้าพาไป"

"อ่า โอเคค่ะ"

อย่างน้อยมันก็น่าจะดีกว่าหาทางไปเองแหละ แถมยังเจอปีศาจกลางทางอีกต่างหาก มีคนไปด้วยน่าจะอุ่นใจกว่าเป็นไหนๆ

"ข้าชื่อ ไคเซล ยินดีที่ได้รู้จักนะสาวน้อย"

"ยินดีค่ะ ข้าชื่อ ไซเนียร์ ค่ะ"

"น่าแปลกใจเหลือเกินนะ ที่เจ้าดันมาติดพันอยู่กับพวกชั้นต่ำแบบนี้น่ะ"

"คือ ข้าหาทางไปไม่ถูกอ่ะค่ะ แล้วก็ดันมาเจอเจ้าตัวนี้เข้าจู่โจมข้าพอดี"

ฉันอธิบายให้เขาฟังแล้วมองซากศพเจ้าปีศาจก้อนกลมตัวเมื่อกี้ที่ตอนนี้ร่างของมันโดนผ่าออกเป็นสองซีกนอนตายจมกองเลือดตัวเองอยู่กับพื้น

"พวกชั้นต่ำมันสัมผัสได้ถึง 'ความกลัว' ในใจเจ้าน่ะสิ เจ้าพวกนี้ถ้ามันได้กลิ่นความกลัวเมื่อไรมันจะเข้ามาจู่โจมทันทีเลยล่ะ อ๋อ แต่เดิมทีมันก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไรขนาดพอที่จะทำร้ายใครได้หรอกนะ"

แต่ตะกี้ก็น่ากลัวจริงๆ นะ ฟันรอบปากมันเหมือนในหนังผีสยองขวัญเลยอ่ะ คิดแล้วยังขนลุกไม่หายเลยนะเนี่ย

"จะว่าไปไคเซลอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อนเลย"

"หึๆ จะไม่เห็นข้าก็ไม่แปลกหรอก ปกติข้านานๆ จะมาที่ปราสาทเจ้านั่นนานๆ ครั้งนี่นะ"

"รู้จักกับท่านจอมมารด้วยเหรอคะ?"

น่าตกใจมากกว่าที่คนอย่างอีตาจอมมารนั่นจะมีคนคบหากับเขาด้วย

"อา รู้จักสิ รู้จักดีเลยล่ะ" ไคเซลเผยรอยยิ้มกว้างออกมา "ข้ากับเจ้านั่นเราเป็นสหายกัน"

เราสองคนเดินคุยกันไปด้วยระหว่างทางที่ไปห้องทำงานของจอมมารแดรีล ซึ่งเป็นการคุยที่สนุกมาก เพราะไคเซลเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับโลกนี้ให้ฉันฟังเยอะทีเดียวเลยล่ะ

ไคเซลบอกว่าตัวเขาเองเป็นราชาของเผ่าหมาป่า Red Wolf (หมาป่าสีแดง) ดินแดนของเขาอาศัยติดอยู่กับดินแดนแลนดิวาของจอมมารแดรีล ก่อนหน้านั้นเคยทำสงครามกันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถรู้ผลแพ้ชนะได้สักที รั้งแต่จะทำให้พวกพ้องทั้งสองฝ่ายตายมากขึ้นเท่านั้น ไคเซลไม่อยากให้พวกพ้องต้องตายไปมากกว่านี้จึงขอยื่นทำสัญญาสงบศึกกับจอมมารแดรีล หลังจากนั้นมาเขากับไคเซลเลยกลายเป็นสหายกัน มีบ้างบางครั้งที่ไคเซลกับจอมมารแดรีลจะฝึกต่อสู้ด้วยกันเพื่อเพิ่มพลังเวทในร่างกาย

"ข้าล่ะอยากให้พวกพ้องข้าได้เห็นเจ้าจริงๆ ไซเนียร์ พวกเขาคงดีใจกันแน่ๆ"

เอาอีกละ อีทำนองนี้คงจะหมายถึงฉันเป็นมังกรหายากอีกสินะ...เฮ้อ! บางทีก็เหนื่อยใจเหมือนกันนะเนี่ยฉัน

"ข้าก็แค่มังกรเอง ไม่ได้วิเศษอะไรขนาดนั้นเลยนะคะ"

"เฮ้ มันวิเศษมากเลยนะ เจ้าไม่รู้ถึงคุณค่าของตัวเจ้าเองเลยหรือไงกัน ข้าไม่ได้เห็นมังกรแบบเจ้ามาหกร้อยปีได้แล้วนะ"

ไคเซลบอกพร้อมฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวอันแหลมคมน่ารักๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาให้เห็น แววตาของเขาดูวาววับอย่างเห็นได้ชัด แถมหูกับหางยังกระดิกไปมาพร้อมกันอีกต่างหาก

โอยย...อยากลองขอน้วยหางของไคเซลบ้าง เขาจะด่าฉันมั้ยนะ

"หกร้อยปีเลยเหรอ? นี่ท่านอายุเท่าไรกัน"

"อ่า ไม่ได้นับด้วยสิ" ไคเซลครุ่นคิดอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "ถ้าเอาคร่าวๆ ก็ประมาณแปดร้อยปีนิดๆ"

"หือ! ท่านยังดูหนุ่มอยู่เลยนะคะ"

"ฮ่าๆ หนุ่มแก่แล้วน่ะสิไม่ว่า ข้าน่ะอายุมากที่สุดในฝูงเลยนะ"

คือ ต้องขอชื่นชมระบบต่างโลกจริงๆ ที่ออกแบบมาให้เผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์อายุยืนได้ขนาดนี้ ถึงแม้ไคเซลจะบอกว่าอายุเกือบแปดร้อยปีแต่ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะแก่ตรงไหนเลย หน้าเขาไม่มีแม้แต่รอยตีนกาสักนิดเดียวอ่ะ แถมกล้ามเนื้อก็ยังเอ่อ...ขอไม่พูดละกันเนอะ

"หึหึ แต่ข้าก็ไม่แก่เท่าเจ้าเดลหรอกนะ"

"เอ๊ะ ท่านจอมมารน่ะหรอคะ"

อะไรกันเนี่ย แม้แต่จอมมารแดรีลก็ยังอายุมากกว่าไคเซลอีกเหรอเนี่ย

"ใช่สิ ข้าไม่นึกเลยนะว่าเดี๋ยวนี้เจ้านั่นจะหันมากิน..."

"ไค หุบปากหมาๆ ของเจ้าซะ ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ปากนั่นเห่าใส่ใครอีก"

ฉันหันไปมองตามเสียงคุ้นหูก็พบว่าจอมมารแดรีลกำลังยืนมองพวกเราสองคนอยู่ตรงมุมเสาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร ซึ่งฉันก็ดูไม่ออกว่าทำไมเขาถึงดูอารมณ์ไม่ดีมากขนาดนี้ นอกจากจะจ้องเขม็งแบบจะกินเลือดกินเนื้อกันแล้วยังปล่อรังสีสังหารออกมาอีกด้วย

"อะไรกัน เจ้านี่ยังเย็นชาเหมือนเคยเลยนะ นานๆ ทีข้าจะแวะมาหานะเนี่ย"

ไคเซลพูดไปหัวเราะไปแต่อยู่ๆ มือของเขาก็เข้ามาโอบเอวฉันอย่างเนียนๆ ฉันหันไปมองไคเซลแล้วเอ็ดออกมา

"ท่านทำอะไรน่ะคะ"

"หือ? ก็แค่กลัวเจ้าจะล้มน่ะนะ..." เขาบอกแล้วยิ้มให้กับฉันด้วยสีหน้ากรุ้มกริ้ม

"ล้ม? แล้วข้าจะล้มได้ยังไงล่ะ ว้าย!"

บึ้มมมม!!

แต่แล้วก็มีระเบิดเกิดขึ้นตรงจุดที่ฉันยืนอยู่เมื่อกี้นี้ พลังทำลายล้างของมันเรียกว่าเหมือนระเบิดปรมาณูขนาดเล็กที่ทำให้พื้นตรงนั่นกลายเป็นรูโบ๋ไปเลย โชคยังดีที่ไคเซลเหมือนจะไหวตัวทันเขาถือวิสาสะอุ้มฉันไว้แล้วกระโดดออกห่างมาจากจุดที่ระเบิดนั่นอย่างง่ายดาย

"เฮ้ๆ ระวังหน่อยสิสหาย ข้าคนเดียวน่ะไม่ตายเพราะระเบิดแค่นี้ของเจ้าหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็น่าจะห่วงสาวน้อยคนนี้หน่อยไม่ใช่หรือไง"

อะไรนะ! ตกลงระเบิดตะกี้เขาเป็นคนทำเหรอเนี่ย! บ้าบอ ถ้าโดนฉันขึ้นมาแล้วฉันตายห่าขึ้นมาจะทำยังไง!!!

"ปกติเจ้าไม่ใจร้อนขนาดนี้นี่...หรือว่า"

วู่ม...

จอมมารแดรีลยกฝ่ามือขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ไคเซล ออร่าพลังเวทคล้ายๆ ลูกบอลผุดขึ้นมาตรงด้านหน้าก่อนที่เขาจะพูดน้ำเสียงเย็นเยือกประหนึ่งไม่พอใจในคำพูดของไคเซล

"เลิกทำตัววุ่นวายได้แล้วไค ขอเตือนไว้ก่อนว่าของๆ ข้าก็คือของๆ ข้า คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น"

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ของๆ ข้า' นี่เขาหมายถึงฉันหรือเปล่านะ รู้สึกเหมือนหน้าตัวเองร้อนวูบวาบขึ้นมาดื้อๆ คงไม่ใช่ว่าจอมมารแดรีลอะไรนี่เกิดชอบฉันหรอกนะ?

"แต่ถ้าของมันไม่ซื่อสัตย์อย่างมากก็แค่ฆ่าทิ้งซะ"

เชี่ยยย เถอะค่ะะะะ เกือบจะโรแมนติกแล้วค่ะ จู่ๆ เขาก็ลากเข้าแบดเอนเฉย!!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel