บทที่ 2 มีแม่ก็เหมือนไม่มี
“ทำน้ำยาปูจ้ะ เมื่อวานพี่ไปตลาดเห็นปูสดๆตัวใหญ่ก็คิดถึงยัยมัทเลยทำน้ำยาปูรอ มีปูนึ่งด้วยนะชม” พิมพรรณตอบน้องสามีที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกเดือน
“ถ้าไม่ห่วงยัยมัทอยู่คนเดียว ฉันกลับมาอยู่บ้านเราแล้วนะเนี่ย” ชวนชมพูดขึ้นเพราะเป็นห่วงหลานสาวอยู่คนเดียว
“ถ้าป้าเบื่อกรุงเทพก็มาอยู่บ้านสักพักก็ได้ค่ะ มัทอยู่คนเดียวได้ค่ะ” มัทนาบอกป้าเธอรู้ว่าป้ามีความสุขที่ได้กลับบ้านทุกครั้งยิ่งตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้วไม่มีอะไรทำก็เหงา
“งั้นให้ตาเป้ไปอยู่เป็นเพื่อนยัยมัทก็ได้นี่ชม เธอจะได้มาพักผ่อนบ้างทำงานมาครึ่งชีวิตแล้วก็พักผ่อนไปเที่ยวบ้าง” พิมพรรณเข้าใจน้องสามีที่ไม่มีเพื่อนคู่คิดแล้วคงจะเหงา
“แม่ครับ บ้านอาชมกับที่ทำงานเป้ไกลกันนะครับ” ธนธรโอดเพราะเขาทำงานที่สถานทูตอังกฤษอยู่ในเมืองจึงเลือกพักคอนโดใกล้ๆทั้งที่อาสาวบอกให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านแต่ไม่อยากตื่นเช้าฝ่ารถติดมาทำงานสู้อยู่ใกล้ๆนั่งมอเตอร์ไซค์สิบบาทก็ถึงแล้ว
“แถวบ้านมีเพื่อนบ้านเยอะแยะไม่มีอันตรายหรอกค่ะ ป้าลองอยู่ที่นี่สักอาทิตย์หนึ่งพรุ่งนี้มัทกลับพร้อมนายเป้ก็ได้ค่ะ” คนเป็นหลานก็อยากให้ป้าได้พักผ่อนอยู่กับธรรมชาติบ้างแต่เชื่อเถอะเดี๋ยวป้าชมก็พาย่ากับป้าพันไปตะเวนไหว้พระทั่วเมืองเพชรแน่
“งั้นผมมาอยู่เป็นเพื่อนพี่มัทให้อาทิตย์หนึ่งเอ้า อาชมจะได้หายห่วง” หลานชายยอมเพื่อให้อาสาวห่วงพี่สาว
“ขอบใจมากตาเป้ เอาอย่างนั้นก็ได้” ชวนชมขอบใจหลานชายที่ทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายเธอเลี้ยงหลานสาวมาเหมือนลูกก็ห่วงมากเป็นธรรมดาเพราะเป็นผู้หญิงถึงแม้จะโตแล้วและแถวบ้านจะมีเพื่อนบ้านเยอะก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“ยัยมัทจะไปเยี่ยมแม่เค้ามั้ยลูก” สมัยถามหลานสาวเธอไม่ได้โกรธเกลียดอดีตลูกสะใภ้เพราะลูกชายเธอเสียชีวิตไปแล้ว แต่เสียอย่างเดียวที่วรนันเลือกสามีใหม่ผิด
“มัทว่าจะไปช่วงบ่ายค่ะย่า” มัทนาตอบย่าเธอกลับมาบ้านย่าเกือบทุกเดือนถ้าไม่ติดงานแต่ไม่ได้แวะไปหาแม่ทุกครั้งเพราะไม่อยากเจอพ่อเลี้ยง เมื่อแม่แต่งงานใหม่ป้ามารับเธอไปอยู่ด้วยตอนแรกแม่จะไม่ให้ไปแต่ย่ากับป้าพูดจาโน้มน้าวเรื่องลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยงทำให้แม่เธอยอมให้ไปอยู่กับป้า
“มาถึงกันแล้วเหรอยัยมัท ชม” ยุทธนากลับออกมาจากสวนเดินเข้ามาในครัวหลังบ้านที่อยู่กันเกือบพร้อมหน้าขาดแต่ลูกสาวคนเล็กของเขาที่ไปซื้อของในตลาด
“สวัสดีค่ะลุงยุทธ”
“สวัสดีลูก มัทกับชมมาได้จังหวะพอดีลุงได้แรงงานมาช่วยเก็บชมพู่เพิ่มอีกสองคนแล้ว” ยุทธนาล้อหลานสาวแล้วยกมือลูบศีรษะเบาๆ
“ป้าเปลี่ยนใจกลับกรุงเทพยังทันมั้ยยัยมัท” ชวนชมพูดขึ้นทุกคนหัวเราะเสียงดังและเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านอยู่พร้อมหน้ากัน จากนั้นก็ตั้งวงกินขนมจีนน้ำยาปูกันหน้าบ้านพร้อมกับปูนึ่งน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือของสมัย
เวลา 14.00น.
มัทนาก็ไปหาแม่ที่หัวหินกับยลดาหรือปูลูกสาวคนเล็กของยุทธนากับพิมพรรณส่วนธนาธรเข้าสวนช่วยพ่อเก็บชมพู่
“ปูจบแล้วจะทำอะไรต่อ” มัทนาถามน้องสาวที่จะจบปริญญาโทปีนี้ที่บ้านของเธอจบปริญญาโทกันทุกคน
“ปูยังไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่มัท จะทำงานบริษัทหรือรับราชการดีเลือกไม่ถูกเลยค่ะ” ยลดาตอบพี่สาวเพราะเธอยังชั่งใจอยู่รับราชการมั่นคงแต่เงินเดือนน้อยขึ้นช้าทำงานบริษัทเงินก็ดีแต่ไม่มีบำเหน็จบำนาญแก่ไปถ้าไม่มีเงินเก็บก็ลำบากแต่ครอบครัวก็อยากให้รับราชการ
“อยากเป็นครูมั้ยจ้ะ”
“ไม่อ่ะ ปูไม่ชอบเด็กและคงสอนใครเขาไม่ได้หรอกค่ะ หรือปูลองไปสอบแอร์ดีคะ” ที่จริงเธอก็อยากเป็นแอร์โฮสเตส
“แอร์โฮสเตสก็ดีนะปู” มัทนาสนับสนุนน้องสาว
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ อาชีพในฝันของสาวๆเลยนะปู” สองพี่น้องคุยกันจนถึงบ้านเช่าของวรนันที่อยู่ห่างจากตลาดหัวหินประมาณหนึ่งกิโลเมตรเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่เป็นบ้านทาวเฮ้าส์ชั้นเดียวเกือบร้อยหลังทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นส่วนมาก็ทำมาค้าขายเหมือนแม่ของเธอที่ขายกุ้งหอยปูปลาหมึกย่างในตลาดโต้รุ่งหัวหิน
“บ้านเงียบเชียวค่ะพี่มัท อาหนูไม่อยู่มั้งคะ” ยลดา พูดกับพี่สาวเมื่อเห็นบ้านเงียบ
“เดี๋ยวพี่ลองกดกริ่งดูก่อนนะ” มัทนากดกริ่งหน้าบ้านแล้วยืนรอเกือบห้านาทีแล้วยกมือจะกดกริ่งอีกครั้งแม่ของเธอก็เดินออกมาจากบ้านเปิดประตูบ้านให้เธอกับยลดา
“อ้าวมัทเองเหรอลูก” วรนันยิ้มให้ลูกสาวอย่างซีดเซียวเพราะไม่สบายมาสองวันแล้วแต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ
“สวัสดีค่ะแม่ แม่ไม่สบายเหรอคะไปหาหมอหรือยังคะ” มัทนายกมือไหว้แม่และถามด้วยความเป็นห่วงดลยาก็ไหว้ตามพี่สาว
“แม่ว่าถ้าไม่ดีขึ้นจะให้ลุงเขาพาไปหาหมอเย็นนี้น่ะลูก” วรนันตอบลูกสาวแล้วเดินนำเข้าบ้าน
“งั้นมัทพาแม่ไปหาหมอตอนนี้ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวตัดสินใจพาแม่ไปหาหมอ
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่ค่ะ แม่หน้าซีดมากเลยแล้วนี่ลุงจรูญนายต๋ำกับแต้วไปไหนคะทำไมไม่อยู่ดูแม่คะ” มัทนาถามถึงนีรชากับปิติน้องสาวน้องชายต่างพ่อทั้งสองและพ่อเลี้ยง
“ต๋ำไปทำรายงานกับเพื่อนแต้วไปบ้านย่าของเขาลุงเขาไปขับรถน่ะลูก” วรนันไม่อยากรบกวนลูกทุกครั้งที่มัทนามาหาก็จะให้เงินเธอใช้ตลอดแต่เธอไม่เคยของเงินลูกเพราะไม่เคยได้ส่งเสียให้ลูกสาวเลยตั้งแต่ไปอยู่กับพี่สาวของสามีหากอยู่กับเธอป่านนี้มัทนาคงไม่มีอนาคตเธอไม่มีปัญญาส่งลูกเรียนแน่
“งั้นแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยค่ะจะได้ไปหาหมอหากรอลุงจรูญแม่จะเป็นมากไปกว่านี้” มัทนาบอกแม่อีกครั้งทำให้วรนันลุกไปเปลี่ยนชุดตามที่ลูกสาวบอก
มัทนาพาแม่ไปหาหมอเสร็จก็พามาส่งบ้านหมอบอกว่าแม่เป็นไข้หวัดและร่างกายอ่อนแอพักผ่อนไม่เพียงพอจึงให้ยามากินและพักผ่อนให้มากสองสามวันก็จะดีขึ้นทำให้หญิงสาวหายห่วง
“นี่แม่เก็บไว้ไปหาหมอหากไม่พอแม่บอกมัทได้นะ” ตอนแรกไม่เข้าใจที่ยกเธอให้ป้าก็โกรธแม่พอมาถึงตอนนี้เธอเข้าใจแล้วเพราะป้ากับย่าบอกประจำว่าไม่อยากให้เธอเจอกับปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงเหมือนที่เธอเห็นข่าวบ่อยๆและคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีป้ากับย่าคอยดูแล
“ไม่เป็นไรลูก แม่ยังพอมีอยู่” วรนันไม่ยอมรับเงินของลูกสาวแค่ลูกพาไปหาหมอก็พอแล้ว
“แม่เก็บไว้เถอะค่ะ” หญิงสาววางเงินใส่มือแม่ทุกครั้งที่เธอให้เงินแม่จะไม่ยอมรับจนต้องยัดเยียดให้ทุกครั้ง
“ขอบใจมากลูก” วรนันรับเงินของลูกสาวด้วยน้ำตาคลอ
“นังหนู นังหนู” เสียงอ้อแอ้เหมือนคนเมาดังขึ้นหน้าบ้าน
“มัทกับปูกลับบ้านเถอะลูก” วรนันบอกลูกสาวกับหลานสาว
“แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” มัทนาอดเป็นห่วงแม่ไม่ได้และคิดวาเสียงที่เรียกแม่คือพ่อเลี้ยง
“ขอบใจมัทมากนะลูก” มัทนากับยลดาลุกขึ้นเดินออกไปจากบ้านก็เจอพ่อเลี้ยงนั่งบนพื้นหน้าบ้านตาแดงก่ำมองเธอกับน้องสาว
