วันวาน
วันวาน
ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกัน
แต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!
เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!
จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”
ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
นางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!
อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่น
แต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!
ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง?
“หากคำสัญญานี้ไม่เป็นผลอีกต่อไป ข้าน้อยคงต้องพาถิงถิงและอันอันออกจากเมืองหลวงเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่สักแห่ง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถิงถิงจะมีชีวิตรอดถึงยามนั้นหรือไม่”
ประโยคนั้นทำให้แผ่นหลังที่กำลังจะหายไปจากสายตาชะงักลง
จ้าวเฟิงเยี่ยนขบกรามแน่นในขณะที่สมองก็ครุ่นคิดไปตามวาจานั่น เป็นที่รู้กันว่าบุตรสาวแห่งสกุลอวิ๋นร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก
อย่าว่าแต่ออกเดินทางไกลเลย เพียงแค่ลมหนาวพัดมาระลอกหนึ่งนางก็จับไข้ไปหลายวัน
“โหวเหย่...”
“.......”
“ข้าน้อยลาขอรับ”
อวิ๋นหยางเห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายยังแน่นิ่งก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรจะเจรจาต่อไปแล้ว และนั่นคือเหตุผลเดียวที่เขาต้องการให้บุตรสาวอยู่ในความคุ้มครองของสกุลจ้าว
เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีผู้ใดกล้ารังแกได้
อีกอย่างหากพวกเขาต้องเดินทางไปยังเมืองอื่นจริง เขาก็มั่นใจว่าจ้าวเฟิงเยี่ยนย่อมดูแลอวิ๋นถิงได้ดีอย่างแน่นอน ดีกว่าจะต้องไปจับไข้ได้ป่วยอยู่นอกเมืองที่ไม่มีแม้แต่หมอแม้ร่างเดียว
“เดี๋ยวก่อน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคนฟังได้เป็นอย่างดี
จ้าวเฟิงเยี่ยนพินิจใบหน้าอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าอวิ๋นหยางรักใคร่บุตรสาวมากเพียงใด
หากวันนี้นางเข้ามาเป็นคนของเขา หากนางได้รับความลำบากอยู่ในสกุลจ้าวแล้วชายชั่วผู้นี้จะรู้สึกอย่างไร ถึงวันนั้นคงได้แต่กล้ำกลืน ไร้หนทางจะพานางหนีออกไปเสียแล้ว ได้แต่แบกรับความเจ็บช้ำน้ำใจอยู่ในอก
“เราจะรับนางมาเป็นภรรยาตามที่ท่านพ่อของข้าเคยกล่าวต่อท่าน”
------------------------------------------------------------------------------------
เสียงดาบไม้ปะทะกันทำให้เด็กสาวอายุราวห้าขวบในอาภรณ์ชั้นดีเพ่งมองอย่างสนใจ ผมยาวถูกมัดมวยขึ้นกลางศีรษะในขณะที่แก้มทั้งสองแดงก่ำด้วยไอแดด
“พี่เยี่ยนเก่งที่สุดเลย!” อวิ๋นถิงหัวเราะคิกคักก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้ สาวเท้าป้อมๆ เข้าไปหาเด็กชายวัยสิบสองด้วยท่าทางเบิกบาน
“เช่นนี้เดี๋ยวเจ้าก็ล้มอีกหรอก!”
จ้าวเฟิงเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูดร่างเล็กก็หัวคะมำลงไปบนพื้น ยังไม่ทันที่ทั้งร่างจะกระทบกับพื้นแข็งๆ นั่น ร่างแข็งแรงก็เคลื่อนไหววูบรับเด็กสาวไว้ในอ้อมกอด
“เจ็บหรือไม่”
อวิ๋นถิงที่กำลังงงงวยกระพริบตาปริบๆ เหลือบมองเสี้ยวใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็คลี่ยิ้มกว้าง สะบัดหน้าพรืด
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่เยี่ยนต้องไม่ปล่อยให้ข้าเจ็บ”
“ถิงถิง!” เสียงเข้มดุอย่างเอือมระอา ทว่าดวงตานั้นกลับฉายแววอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด
เด็กน้อยหาได้เกรงกลัวคำข่มขู่นั้นไม่ ดวงตากลมโตมองไปเหนือศีรษะของจ้าวเฟิงเยี่ยนก่อนจะเอื้อมมือไปดึงปิ่นปักของอีกฝ่ายติดมือออกมา แก้มแดงปลั่งคล้ายก้อนซาลาเปาอยู่บ้าง
จ้าวเฟิงเยี่ยนเพียงดูการกระทำของนางโดยไม่ได้เอ่ยอะไร
หลังจากนั้นอวิ๋นถิงจึงยิ้มกว้าง
“พี่เยี่ยน ข้าชอบ!”
ไม่พูดเปล่ายังใช้มือข้างหนึ่งลูบปิ่นเงินนั่นเบาๆ ยอดปิ่นประดับด้วยเกล็ดหิมะเล็กๆ ที่แวววาวยามกระทบแสงแดด
จ้าวเฟิงเยี่ยนมองดูท่าทีนั้นด้วยความลึกล้ำอยู่บ้าง
“เช่นนั้นเจ้าก็เก็บไว้เถอะ”
ภาพเด็กสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเข่าของร่างบึกบึนเกินวัยนั่นทำให้เหล่าผู้ติดตามและสาวใช้ต่างเบิกบานใจ เพียงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กทั้งสองมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน อีกทั้งแม่ทัพจ้าวและแม่ทัพอวิ๋นต่างรู้จัก ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเนิ่นนาน ไม่แปลกเลยสักนิดที่ทั้งสองตระกูลจะตกลงสร้างพันธะหมั้นหมายไว้ต่อกัน
“ขอบคุณพี่เยี่ยน”
อวิ๋นถิงยื่นปิ่นออกไปตรงหน้า
“ปักให้ข้าหน่อย”
จ้าวเฟิงเยี่ยนเพียงแค่พ่นลมหายใจออกเฮือกหนึ่ง ปรายตามองผู้คนรอบข้างที่ต่างรีบหันใบหน้าไปทางอื่นเลิ่กลั่ก มือข้างหนึ่งถึงได้หยิบปิ่นขึ้นมาปักให้เด็กสาวอย่างนุ่มนวลราวกับนางเป็นสิ่งของล้ำค่า
อวิ๋นถิงก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม...หากแต่คิ้วกลับขมวดติดกันแน่น เหตุใดถึงได้รู้สึกว่าเขาใช้กำลังเหลือเฟือเหลือเกิน!
นางเจ็บ! เจ็บไปหมดแล้ว!!
