บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 5

“เสี่ยวหลินของข้า เจ้าดีถึงเพียงนี้ เหตุใดกันเล่าสตรีผู้นั้นถึงกับเจ้าเยี่ยงเจ้ามิใช่คนที่นางเคารพนับถือ” ยิ่งได้ยินคนรักกล่าววาจาออกมาเช่นนี้ ฉินหยางหยางก็ยิ่งเพิ่มความโกรธเคืองในแววตาซ้ำยังมีคำถามมากมายว่าเหตุใด…นางมิมีความรู้ผิดชอบหลงเหลืออยู่เลยหรือถึงได้ทรยศความรัก ความไว้วางใจอย่างหมดสิ้น มิเหลือไว้ระลึกหาต่างหน้ายามไกลกันเลยสักนิด

“ข้ารักน้องหญิงเสมือนน้องสาวแท้ ๆ ของข้าเจ้าค่ะ” เสี่ยวหลินแววตาละห้อยแฝงไปซึ่งความโศกโศกาซ่อนอยู่ “ข้าว่าเราออกไปคุยกันด้านนอกเถิดเจ้าค่ะ หรือไม่ก็คุยในห้องอักษรของท่านพี่ ข้าเกรงว่าตรงนี้อาจมิเหมาะสมสักเท่าใด หากบ่าวไพร่มาได้ยินเข้าคงเอาไปลือกันให้ว่อนอีกเป็นแน่เจ้าค่ะ” ข่าวฉาวโฉ่เยี่ยงนี้ย่อมแพรกระจายรวดเร็วและถูกนำไปพูดคุยกันอย่างสนุกปากโดยมิสนใจเลยว่าคนที่โดนติฉินนินทาจะรู้สึกเช่นใด

เสี่ยวหลินเองก็เคยโดนมาแล้วทั้งหมดทั้งมวล...เมื่อครั้นนางตบแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินรองแห่งจวนสกุลกง เมืองฝั่งทางใต้ของแคว้นใหญ่ ข้าทาสบริวารต่างเคารพนับถือประจบประแจงเพียงเห็นว่านางคือภรรยาคนโปรดของบุรุษผู้นั้น ทว่ายามนางตกทุกข์ได้ยากกลับไร้ซึ่งผู้คนเหลียวแล คนพวกนั้นเอานางกล่าววาจากันอย่างสนุกปาก ถูกราดน้ำมันเติมน้ำส้ม (เติมเนื้อหาที่เกินจริงเข้าไปคล้าย ๆ กับสำนวนภาษาไทย ใส่สีตีไข่) โดยมิได้ตรองให้ถี่ถ้วนเลยว่าแท้จริงแล้วมูลเหตุที่ตนเองได้รับมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่

อิทธิพลของคนพวกนั้นช่างรุนแรงยิ่งนัก...มันทำให้นางมิสามารถทนอยู่ในเมืองทางฝั่งใต้ของแคว้นใหญ่ได้อย่างสงบสุขเพราะมิอาจทนคำคนนินทาที่มักจะมองนางด้วยสายตาสมเพชยามเดินเหินหรือจับจ่ายซื้อข้าวของทำสำรับ เสี่ยวหลินจึงจำเป็นต้องนั่งเกวียนข้ามภูเขาหลายชั่วยามกลับมาถิ่นบ้านเกิด

ทว่าได้พบกับฉินหยางหยาง บุรุษเนื้อหอมบุตรชายเจ้าของหอกลั่นสุราที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองเหม่ยเจียง นางเล่าความให้เขาฟังว่าก่อนที่นางจะตบแต่งไปเป็นฮูหยินรองของบุรุษสกุลกง นางมั่นใจนักมั่นใจหนา หากนางกลับไปที่จวนบ้านเกิดในสภาพโดนสามีขอหย่า ญาติ พี่ น้อง หรือแม้กระทั่งแม่เลี้ยงคงได้หัวเราะเยาะเป็นแน่

ฉินหยางหยางเมตตาใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวซื้อบ้านให้นางหลังหนึ่งเพื่อได้อยู่อาศัยใกล้ ๆ กับจวนของเขา ตั้งแต่นั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ

@ห้องหนังสือของฉินหยางหยาง

"ท่านพี่เจ้าคะ" เสี่ยวหลินเปิดประเด็นในขณะที่บรรยากาศรอบ ๆ ห้องค่อนข้างอึมครึม ทำให้ทุกสายตาทั้งฉินเฟยหมิง ลี่อิง และฉินหยางหยางจับจ้องมาที่ร่างนาง "น้องว่าสิ่งที่ท่านลุงคิดมันสมควรแล้วนะเจ้าคะท่านพี่ ท่านพี่ลองตรองดูสิเจ้าคะ ต่อให้น้องจะเป็นคนรักของท่านพี่มาก่อน น้องก็เป็นเพียงบุตรสาวที่มาจากสกุลชาวบ้านธรรมดาเป็นคนงานในเหมือง ส่วนเหมยอ้ายถึงแม้ท่านพ่อท่านแม่ของน้องหญิงจะมิมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่ท่านพี่เจ้าคะ นางเป็นถึงบุตรสาวอัครเสนาบดีใหญ่กับนางกำนัลคนสนิทจากวังหลวงเชียวนะเจ้าคะ เพียงเท่านี้ก็เห็นแล้วว่าผู้ใดเหมาะสมจะเป็นฮูหยินเอกมากกว่ากัน"

"เสี่ยวหลิน...นางเป็นบุตรสาวอัครเสนาบดีใหญ่กับนางกำนันคนสนิทจากวังหลวงแล้วทำไมเล่า! ในเมื่อข้ามิได้รักชอบพอซ้ำยังรังเกียจขยะแขยงนางยิ่งนัก เพียงแค่ข้าต้องแต่งนางเข้ามาในจวนในฐานะภรรยา ข้ายังรู้สึกสะอิดสะเอียนและเป็นสิ่งอัปมงคลแก่ชีวิตมิพอหรอกหรือ แล้วนี่ข้าจะต้องแต่งนางเข้ามาในจวนในฐานะฮูหยินเอก ข้าทำมิได้หรอกเสี่ยวหลิน ข้าทรยศความรักของเจ้าที่มีต่อข้ามิได้จริง ๆ " ฉินหยางหยางกล่าวขึ้นอย่างมีโทสะ

"เพราะนางเหมาะสมกว่าข้าเยี่ยงไรล่ะเจ้าคะ ฐานะภูมิกำเนิดเป็นสิ่งที่มิสามารถพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงได้ ข้าก็ยังเป็นบุตรสาวคนงานเหมืองอยู่วันยันค่ำ ซ้ำยังไร้ซึ่งการศึกษา อ่านมิออกเขียนมิได้สักตัว จะสนับสนุนหรือคอยเป็นคู่คิดให้กับสามีอย่างไรกันเจ้าคะ" เสี่ยวหลินกล่าววาจาให้ฉินหยางหยางและทุกคนเข้าใจพ้องต้องกันว่านางคำนึงถึงอนาคตในวันข้างหน้าของเขาด้วยใจอันแท้จริง

"...จริงอย่างที่เสี่ยวหลินพูด" ลี่อิง ฮูหยินสกุลฉินจากนิ่งเงียบมานานโขก็กล่าวแสดงความคิดเห็นออกมา

"ใช่เจ้าค่ะท่านป้า หากท่านพี่ตบแต่งออกเรือนกับเหมยอ้ายแล้วยกย่องให้นางเป็นฮูหยินเอก นางก็จะช่วยเชิดหน้าชูตาและเป็นเกียรติให้กับท่านพี่มิให้น้อยหน้าผู้ใดเป็นแน่เจ้าค่ะ" เสี่ยวหลินต้องช้ำใจเพียงใดที่วันนี้นางต้องมานั่งเกลี้ยกล่อมบุรุษคนรักของตนให้รับสตรีนางอื่นเป็นภรรยาเอกโดยมีอำนาจเหนือกว่าตน "นางเพียบพร้อมทุกอย่างเจ้าค่ะท่านพี่ ทั้งรูปโฉมงดงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตากลมโตดุจลูกท้อ ชาติกำเนิดสูงส่ง พรมจรรย์ครองตน ซ้ำยังมีการศึกษาชูปัญญา ครบถ้วนตามตำราสตรีสูงค่าทุกประการเลยเจ้าค่ะท่านพี่"

บุรุษผู้ใดที่ได้นางผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามตำราสตรี ย่อมถือว่าโชคดีและเป็นสิริมงคลแก่คนในจวนยิ่งนัก นางผู้นั้นจะส่งเสริมหน้าที่การงานของสามีให้เจริญก้าวหน้าและพบพานแต่ความสุขสำเร็จมิว่าจักคิดทำการสิ่งใดก็ตาม

“และที่สำคัญนะเจ้าคะท่านพี่ เหมยอ้ายมีข่าวเสียหายกับบุรุษถูกแปรข้าวสารเป็นข้าวสุกเช่นนี้ คงมิมีบุรุษจวนใดอยากได้นางไปเป็นภรรยาหรือเป็นฮูหยินอีก ถือว่าข้าขอเถิดนะเจ้าคะท่านพี่” เสี่ยวหลินเลื่อนขึ้นไปแตะฝ่ามือนุ่มลงบนลำแขนแกร่งของฉินหยางหยาง

“แล้วเจ้าเล่าเสี่ยวหลิน เจ้าอยากเป็นเพียงฮูหยินรองของข้าหรอกหรือ? เจ้าลืมสิ้นแล้วหรือว่าบ้านเมืองนี้มีตำรากฏข้อบังคับของภรรยาอยู่” ฉินหยางหยางเอ่ยวาจาถามเสียงค่อย ๆ อย่างรู้สึกนึกขัดใจ

“ข้าทราบดีเจ้าค่ะท่านพี่ แต่อย่างที่ข้าเคยบอกท่านพี่ เสี่ยวหลินคนนี้มิได้ต้องการตำแหน่งฮูหยินเอกของท่านพี่ เพียงแค่ข้าได้อยู่เคียงข้างท่านพี่ ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ” มิใช่ว่านางมิทราบตำรากฏข้อบังคับกำหนดสิทธิของภรรยาที่ใช้กันมายาวนานนับสิบปี นางทราบดี เพียงนางมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสูญสิ้นผลประโยชน์เพราะอย่างไรสามีก็รักนาง ซ้ำเหมยอ้ายยังเป็นสตรีหัวอ่อน ขอเพียงนางเปรยปาก เหมยอ้ายก็คงมิขัดข้องใดใด

“เสี่ยวหลิน”

“เอาเถิดในเมื่อนางเข้าใจ ข้าก็จักแต่งเหมยอ้ายเข้าจวนตระกูลฉินในฐานะฮูหยินเอก ส่วนเสี่ยวหลิน ข้าจักส่งแม่สื่อไปคุยเรื่องรายการสินสอดในการสู่ขอเจ้า ต่อให้เจ้าจักแต่งเข้ามาเป็นเพียงฮูหยินรอง หรือเคยผ่านการมีสามีมาก่อน แต่ข้าก็จะจัดสินสอดให้ตามความเหมาะสม มิให้เจ้าน้อยหน้าผู้ใดในเมืองเหม่ยเจียงเป็นแน่ เจ้าจงสบายใจได้” ฉินเฟยหมิงรับปากและย่อมทำตามคำกล่าวสัจจะของตนเองมิมีผิดเพี้ยน ต่อให้เสี่ยวหลินนางจะเป็นเช่นใดเคยผ่านการหย่าและกลายเป็นหม้ายมาก่อน แต่การแต่งนางเข้าจวนสกุลฉินถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ย่อมให้เกียรติครอบครัววงศ์ตระกูลของนางอย่างสมฐานะคนตระกูลฉินมิให้น้อยหน้าหรือโดนผู้คนติฉินนินทา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel