บท
ตั้งค่า

7

ภายในโลงไม้จันทน์เหล็ก กู้เย่ว์เสวียนเริ่มหายใจลำบากกว่าเดิม แต่ฮูหยินเฒ่ากู้แอบเอาเงินให้คนรับใช้คนหนึ่งแอบให้มีช่องลมผ่านเข้าไปตอนตอกตะปู โดยไม่ให้ลูกสะใภ้จอมวายร้ายรู้ อาศัยช่วงชุลมุนตอนเถียงกัน ตอนโวยวายอาละวาดกันนั่นแหละ

อากาศภายในร้อนอบอ้าว อึดอัด แต่เขาก็ยังประคองชีวิตอยู่ได้ เหงื่อเย็นไหลอาบทั่วร่าง ความเจ็บปวดจากการถูกเฉินหรงอันทุบตีก่อนหน้านี้ยังไม่จางหาย

ทุกครั้งที่ขยับตัว กระดูกชายโครงจะส่งความเจ็บแล่นไปทั่วร่าง เขาพยายามสูดลมหายใจ ความมืดรอบตัวเริ่มบีบคั้นจิตใจ ความหวาดกลัวค่อย ๆ กัดกินสติทีละน้อย

‘ไม่...’

‘ข้าจะตายไม่ได้...’

‘ท่านแม่...’

‘ช่วยข้าด้วย...’

กู้เย่ว์เสวียนอยากตะโกน อยากทุบฝาโลง อยากกรีดร้องให้ใครสักคนได้ยิน แต่เสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในความมืด

ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครช่วยเขาได้ และไม่มีใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อขบวนศพมาถึงสุสานตระกูลกู้นอกเมือง หลุมศพขนาดใหญ่ถูกขุดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

กองดินสีดำกองสูงอยู่ด้านข้าง รอเพียงนำโลงลงหลุมเท่านั้น

ทันทีที่รถม้าหยุด ฮูหยินเฒ่ากู้ก็พุ่งตัวลงมาราวคนเสียสติ

“หยุดก่อน!” นางกรีดร้องเสียงดัง

“ห้ามฝัง!” หญิงชราวิ่งเข้าไปกอดโลงศพแน่น น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว

“ข้าอยากเห็นหน้าลูกชายอีกครั้ง ไปเอาชะแลงมา งัดโลงเดี๋ยวนี้ ข้าจะดูหน้าลูกข้าเป็นครั้งสุดท้าย ฮือ ฮือ...”

บ่าวตระกูลกู้รีบขยับตัว แต่ยังไม่ทันก้าวออกมา บ่าวตระกูลเฉินหลายสิบคนก็เข้ามาขวางไว้ทันที ไม่มีผู้ใดกล้าขยับอีก

เฉินหรงอันเดินเข้ามาช้า ๆ นางคุกเข่าลงข้างฮูหยินเฒ่ากู้ จับมือเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายไว้แน่น

“ท่านแม่...” น้ำเสียงของนางนุ่มนวลอย่างยิ่ง

“ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ โลงที่ปิดผนึกแล้ว หากงัดเปิดกลางแดด ดวงวิญญาณของผู้ตายจะกลายเป็นสัมภเวสี ไม่ได้ไปเกิด ไม่ได้รับการเซ่นไหว้ ต้องเร่ร่อนอย่างเดียวดายตลอดกาล” หลายคนที่มาร่วมพิธีต่างพยักหน้าเห็นด้วย

“จริง เป็นลางร้ายอย่างยิ่ง ฮูหยินเฒ่าอย่าทำเลย แม่ทัพกู้จะไม่ได้ไปสู่สุคติ”

“ไม่!” ฮูหยินเฒ่ากู้กรีดร้อง

“ข้าไม่สน ข้าจะเปิดโลง ข้าสั่งให้เปิดเดี๋ยวนี้!”

เฉินหรงอันโน้มตัวลง ซบหน้าลงบนไหล่ของแม่ผัว

ภายนอกดูเหมือนสะใภ้กำลังปลอบโยนมารดาที่สูญเสียลูกชาย แต่ในมุมที่ไม่มีใครเห็น ดวงตาของนางกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากแดงชาดเหยียดยิ้มอำมหิต ก่อนกระซิบเบา ๆ ข้างหูหญิงชรา

“ท่านแม่ หากเปิดโลงออกมา ดวงวิญญาณของท่านพี่จะไม่สงบสุขนะเจ้าคะ”

เฉินหรงอันผละออกอย่างเชื่องช้า สีหน้าเศร้าสร้อยกลับมาเหมือนเดิม ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จากนั้นจึงหันไปมองสัปเหร่อ น้ำเสียงเย็นเยียบจนทุกคนสะดุ้ง

“ท่านพี่เสียชีวิตแล้ว ฝังตามพิธี นำโลงลงหลุม แล้วกลบดินเดี๋ยวนี้

“รับทราบเจ้าค่ะฮูหยิน” โลงไม้จันทน์เหล็กถูกหย่อนลงสู่ก้นหลุมลึกอย่างรวดเร็ว

ดินสีดำจำนวนมหาศาลถูกสาดเทลงไป

สวบ...สวบ...สวบ...

เสียงดินกระทบฝาโลงดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย

ฮูหยินเฒ่ากู้ทรุดนั่งอยู่ข้างหลุม น้ำตาไหลอาบแก้ม มองดูดินค่อย ๆ กลบโลงจนมิด ขณะที่เฉินหรงอันยืนอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวของสุสาน

ชายเสื้อสีดำพลิ้วไหวเบา ๆ ดวงตาคู่งามทอดมองผืนดินเบื้องหน้าด้วยความสะใจอันลึกล้ำ ‘ลิ้มรสชาติของการถูกฝังทั้งเป็นไปก่อนเถิดกู้เย่ว์เสวียน’

‘นี่เป็นเพียงดอกเบี้ยงวดแรกเท่านั้น’

‘ส่วนต้นและดอกทั้งหมด...’

‘ข้าจะค่อย ๆ ทวงคืนจากพวกเจ้าทีละคน’

ความมืดมิดแห่งราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้าปกคลุมสุสานตระกูลกู้นอกเมืองจนหมดสิ้น

ผืนดินสีดำที่เพิ่งถูกกลบฝังจนเรียบสนิทเมื่อยามกลางวัน บัดนี้ดูราวกับเนินดินมรณะที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านป้ายวิญญาณนับสิบแผ่น เงาไม้ใหญ่ทอดยาวทับลงบนแผ่นหิน เกิดเป็นรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายภูตผีกำลังยืนเฝ้าหลุมศพในความมืด

ทั่วทั้งสุสานเงียบสงัด เงียบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้แห้งถูกลมพัดครูดไปกับพื้น

ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันอันชวนขนหัวลุกนั้น เสียงฝีเท้าลนลานของคนกลุ่มหนึ่งกลับดังขึ้นแผ่วเบา

ฮูหยินเฒ่ากู้ในชุดสีทึมก้าวเดินนำหน้าเข้ามาอย่างรีบร้อน ใบหน้าของนางซีดเซียวราวกับไร้วิญญาณ ดวงตาแดงก่ำจากความหวาดกลัวและความอ่อนล้า

ข้างกายมีแม่นมจางกับบ่าวไพร่คนสนิทของตระกูลกู้เพียงไม่กี่คนติดตามมา ในมือของแต่ละคนถือพลั่ว เสียม และชะแลงเหล็กครบถ้วน

“เร็วเข้า!” ฮูหยินเฒ่ากู้กระซิบสั่งเสียงสั่น

“รีบขุดเดี๋ยวนี้!” บ่าวไพร่ไม่กล้าชักช้า

พวกเขารีบวิ่งไปยังหลุมศพที่เพิ่งกลบเสร็จเมื่อกลางวัน ก่อนจะปักพลั่วลงบนผืนดินสีเข้มอย่างเร่งรีบ

สวบ!

สวบ!

สวบ!

เสียงดินถูกขุดคุ้ยดังขึ้นต่อเนื่องกลางความมืด ทุกเสียงพลั่วกระทบดินทำให้หัวใจของฮูหยินเฒ่ากู้สั่นไหวอย่างรุนแรง

ยามอู่ผ่านไปนานหลายชั่วยามแล้ว กู้เย่ว์เสวียนถูกขังอยู่ในโลงไม้จันทน์เหล็กตั้งแต่กลางวัน

อากาศด้านในคงเหลือน้อยเต็มที หากช้าไปอีกเพียงครู่เดียว ลูกชายของนางอาจกลายเป็นศพจริง ๆ

“เร็วอีก!” หญิงชราเร่งเสียงพร่า

“พวกเจ้าขุดให้เร็วอีก!” แม่นมจางรีบก้าวเข้ามาประคอง

“ฮูหยินเฒ่า ระวังร่างกายด้วยเจ้าค่ะ”

“ข้าจะระวังอะไรได้อีก!” ฮูหยินเฒ่ากู้หันไปตวาดเสียงเบา แต่สีหน้าดุร้ายราวกับคนใกล้เสียสติ

“หากเย่ว์เสวียนเป็นอะไรไป ข้าจะเอาชีวิตพวกเจ้าทุกคน!” แม่นมจางหน้าซีด ไม่กล้าเอ่ยคำใดอีก ในใจของฮูหยินเฒ่ากู้มีเพียงความคิดเดียว ลูกชายต้องรอด

ความกลัวและความแค้นพันกันยุ่งเหยิงในอกของหญิงชรา ทำให้นางแทบกระอักเลือดออกมา

ในที่สุด เสียงพลั่วเหล็กกระแทกเข้ากับแผ่นไม้หนาดังสนั่น

เคล้ง! บ่าวผู้หนึ่งร้องขึ้นด้วยความดีใจ

“เจอแล้วขอรับ! เจอโลงแล้ว!”

“รีบงัด!” ฮูหยินเฒ่ากู้ถลาเข้าไปทันที

“งัดตะปูออกเดี๋ยวนี้!” บ่าวหลายคนรีบใช้ชะแลงเหล็กสอดเข้าไปตามขอบฝาโลง

ตะปูยาวสิบนิ้วที่ถูกตอกลึกลงไปในไม้จันทน์เหล็กงัดออกได้ยากยิ่ง เสียงไม้ลั่นประท้วงดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงตะปูถูกดึงออกดังปังครั้งแล้วครั้งเล่า

ทุกคนออกแรงจนเหงื่อไหลเต็มหน้า กว่าจะงัดฝาโลงออกได้ บ่าวไพร่หลายคนก็แทบหมดแรง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel