บท
ตั้งค่า

6

ตัวโลงสูงใหญ่ ผิวไม้เรียบมันวาว ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้จันทน์ชั้นเลิศ เพียงมองก็รู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล ผู้คนต่างพากันทอดถอนใจ นี่จึงสมฐานะแม่ทัพผู้กล้าแห่งแผ่นดิน

ส่วนฮูหยินเฒ่ากู้กลับรู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นโลงศพของลูกชายจริง ๆ

ร่างของกู้เย่ว์เสวียนถูกย้ายลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อแผ่นหลังสัมผัสไม้จันทน์เหล็กเย็นเฉียบ หัวใจของเขาก็หล่นวูบ ความมืดรอบตัวดูหนาทึบขึ้นทันที ความหวาดกลัวที่ไม่เคยรู้สึกในสนามรบกลับแล่นเข้าสู่หัวใจ

‘นังแพศยานี่’

‘มันคิดจะฆ่าข้าจริง ๆ’

แต่ความสยดสยองยังไม่จบ เฉินหรงอันลุกขึ้นยืนช้า ๆ ใบหน้างดงามสงบนิ่ง แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี

นางมองโลงตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ปิดฝาโลงเถิด” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ประโยคต่อมาทำให้ฮูหยินเฒ่ากู้แทบสิ้นสติ

“แล้วตอกตะปูยาวสิบนิ้วลงไปทุกด้าน อย่าให้ลมภายนอกเข้าไปรบกวนร่างของท่านพี่ได้แม้แต่น้อย”

ทั้งห้องโถงเงียบกริบ ก่อนที่หลายคนจะพยักหน้าอย่างชื่นชม

“สมแล้วที่เป็นภรรยาของแม่ทัพ ช่างใส่ใจจริง ๆ” มีเพียงฮูหยินเฒ่ากู้ที่แทบอยากกรีดร้อง ชิงเฉียวกลับตอบรับอย่างฉะฉาน

“รับทราบเจ้าค่ะ ฮูหยิน”

ฝาโลงถูกปิดลง แสงสว่างสายสุดท้ายหายไปจากสายตาของกู้เย่ว์เสวียน

จากนั้น...

ปัง!

ค้อนหนักกระแทกลงบนตะปูเล่มแรก

ปัง ปัง ปัง!

เสียงค้อนดังสนั่นสะเทือนไปทั่วห้องโถง ตะปูยาวสิบนิ้วถูกตอกจมลงในไม้จันทน์เหล็กทีละเล่ม ทุกแรงกระแทกทำให้ร่างของกู้เย่ว์เสวียนสั่นสะเทือน

ทุกเสียงปังทำให้หัวใจของฮูหยินเฒ่ากู้ราวกับถูกตอกตามไปด้วย

หญิงชราทรุดนั่งลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มองดูโลงศพถูกปิดตายทีละด้าน ขณะที่เฉินหรงอันยืนร้องไห้สะอื้นอยู่ไม่ไกล แต่ภายใต้คราบน้ำตานั้น มุมปากของนางกลับยกขึ้นเพียงเล็กน้อย

‘พวกเจ้าอยากให้ข้าเฝ้าโลงศพนักมิใช่หรือ...’

‘เช่นนั้นก็จงลองลิ้มรสชาติของการอยู่ในโลงศพจริง ๆ ดูบ้างเถิด’

ฮูหยินเฒ่ากู้กรีดร้องจะเข้าไปหาศพของลูกชาย แต่โดนขัดขวางเอาไว้

เฉินหรงอันให้คนจับตัวแม่สามีเอาไว้ คนในจวนนี้นางเป็นคนจ่ายเงินเดือน ใครกล้าไม่เชื่อฟัง นางก็จะจัดการมันซะ

ใครกล้าหือล่ะ เงินหอมหวานแค่ไหน นางรู้ดี ไม่มีเงินก็เหมือนกับสุนัขตัวหนึ่ง และที่บ้านหลังนี้อยากแต่งกับนางก็เพื่อเงินไม่ใช่เหรอ

งั้นนางก็จะใช้เงินให้เป็นประโยชน์สูงสุดในการจัดการสองแม่ลูกจอมวายร้ายนี่

เสียงค้อนยังคงดังต่อเนื่อง ราวกับเสียงระฆังมรณะ ที่กำลังปิดตายทางรอดทุกเส้นทางของกู้เย่ว์เสวียนอย่างช้า ๆ และไร้ความปรานี เมื่อเสียงค้อนเหล็กปังสุดท้ายเงียบลง ทั่วทั้งสุสานและห้องโถงพิธีศพตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด

ราวกับแม้แต่สายลมยังหยุดพัด ตะปูยาวสิบนิ้วหลายสิบเล่มถูกตอกจมมิดลงในเนื้อไม้จันทน์เหล็กสีดำสนิทจนไร้รอยต่อ

โลงศพทั้งใบถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่าง ไม่มีรอยแยก และไม่มีทางหนีออกมาได้แม้แต่น้อย

ฮูหยินเฒ่ากู้นั่งทรุดอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มือทั้งสองกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ

ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะนางรู้ดีว่าเวลาของลูกชายกำลังลดน้อยลงทุกขณะ

ไม้จันทน์เหล็กเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นเลิศ แน่นหนาราวเหล็กกล้า

ภายในโลงมีอากาศเหลืออยู่ไม่มากนัก หากปล่อยไว้นานเกินครึ่งชั่วยาม กู้เย่ว์เสวียนจะขาดใจตายอยู่ข้างในจริง ๆ ยิ่งคิด หัวใจของหญิงชราก็ยิ่งใจเต้นระรัว

ไม่ได้... ต้องยื้อเวลา ต้องหาทางเปิดโลง ต้องช่วยลูกชายออกมาให้ได้

ฮูหยินเฒ่ากู้สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่เหลืออยู่

จากนั้นจึงค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น

“ตามธรรมเนียมแล้ว...” เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย

“ศพของแม่ทัพใหญ่ควรตั้งสวดไว้อาลัยในจวนอย่างน้อยเจ็ดวัน”

“ข้าว่า... เราควรเลื่อนพิธีฝังออกไปก่อน”

สายตาของนางกวาดมองรอบด้าน หวังให้มีใครสักคนเอ่ยสนับสนุน แต่ยังไม่ทันมีผู้ใดตอบ น้ำเสียงเรียบสงบของเฉินหรงอันก็ดังขึ้นทันที

“ไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ ท่านแม่” คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำให้หัวใจของฮูหยินเฒ่ากู้จมดิ่งลงสู่เหวลึก

เฉินหรงอันก้าวเข้ามาอย่างนุ่มนวล ใบหน้างดงามยังคงมีคราบน้ำตา ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้ ภายนอกดูเป็นสะใภ้ผู้โศกเศร้าอย่างแท้จริง

นางยื่นมือเข้าไปประคองแขนแม่ผัวอย่างอ่อนโยน แต่ปลายนิ้วกลับบีบลงบนท่อนแขนของหญิงชราแน่นจนเจ็บแปลบ

ฮูหยินเฒ่ากู้สะดุ้งเล็กน้อย ความหวาดกลัวแล่นขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

เฉินหรงอันเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลจนผู้ฟังรู้สึกซาบซึ้ง

“ก่อนที่ขบวนศพของท่านพี่จะมาถึง ลูกสะใภ้ได้เชิญท่านอาจารย์โหราศาสตร์ชื่อดังมาตรวจดวงชะตาแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์กล่าวว่า ท่านพี่เสียชีวิตเพราะธนูพิษในสนามรบ วิญญาณจึงยังติดค้างอยู่ในแดนอัปมงคล หากตั้งศพไว้นานเกินไป ดวงวิญญาณจะไม่อาจไปสู่สุคติ”

นางหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“มีเพียงฤกษ์มังกรกลืนตะวันในยามอู่ของวันนี้เท่านั้น ที่เหมาะสมที่สุดในการส่งดวงวิญญาณของท่านพี่สู่สรวงสวรรค์”

ทันทีที่สิ้นเสียง ผู้คนรอบด้านต่างพากันฮือฮา

“ฤกษ์มังกรกลืนตะวัน นั่นคือฤกษ์มงคลสูงสุด หากพลาดไปคงน่าเสียดายยิ่งนัก ฮูหยินช่างรอบคอบจริง ๆ”

เสียงชื่นชมดังขึ้นเป็นระลอก ยิ่งฟัง ฮูหยินเฒ่ากู้ก็ยิ่งอยากกระอักเลือด

ฤกษ์บ้าบออะไรกัน นางไม่สนใจดวงวิญญาณ

นางสนใจว่าลูกชายยังหายใจอยู่ต่างหาก!

“แต่... แต่ว่า...” หญิงชราพยายามจะค้าน แต่เฉินหรงอันกลับไม่เปิดโอกาสให้นางพูดต่อ

“ท่านแม่ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ” นางยิ้มอ่อนโยน

“ลูกสะใภ้ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ขบวนศพ รถม้า สัปเหร่อ และพิธีการทั้งหมดพร้อมแล้ว ยามนี้ถึงเวลาฤกษ์มงคลพอดี”

เฉินหรงอันเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นจนไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน

“เคลื่อนศพเดี๋ยวนี้” คำสั่งนั้นดังขึ้นราวค้อนพิพากษา ไม่มีทางถอยกลับ ไม่มีทางแก้ตัว และไม่มีโอกาสให้ฮูหยินเฒ่ากู้ได้ช่วยลูกชายอีกต่อไป

ไม่นานหลังจากนั้น ขบวนศพอันยิ่งใหญ่ก็เคลื่อนออกจากจวนแม่ทัพกู้ เสียงดนตรีไว้อาลัยดังสะท้อนไปทั่วเมืองหลวง

ชาวบ้านนับหมื่นคนออกมายืนส่งขบวนสองฟากถนน

ธงขาวปลิวไหวตามแรงลม ทุกคนต่างกล่าวสรรเสริญแม่ทัพผู้เสียสละ

ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายในโลงศพสีดำทมิฬใบนั้น คนที่พวกเขากำลังไว้อาลัย ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังตกนรกทั้งเป็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel