บท
ตั้งค่า

1

เสียงประทัดมงคลที่เพิ่งเงียบหายไปไม่นานยังคงทิ้งกลิ่นควันกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วจวนแม่ทัพกู้ ผืนผ้าแพรสีแดงชาดถูกประดับแขวนไว้ตามชายคาและระเบียงเรือน อักษรฮี้สีทองอร่ามสะท้อนแสงโคมจนดูงดงามจับตา

คืนนี้ควรเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของจวนแม่ทัพและควรเป็นคืนเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคน

ภายในเรือนหอที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ‘เฉินหรงอัน’ บุตรสาวคนโตแห่งจวนเสนาบดีกรมพระคลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงมงคลอย่างสำรวม

ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองปกปิดใบหน้าอันงดงาม มือน้อยวางซ้อนกันบนตักอย่างเรียบร้อย แม้จะนั่งรอมาเป็นเวลานาน แต่นางยังคงรักษากิริยามารยาทอันงดงามไร้ที่ติ

สตรีทุกคนล้วนเคยวาดฝันถึงคืนเข้าหอ เฉินหรงอันเองก็ไม่ต่างกัน แม้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการสมรสที่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเห็นชอบ หากนางก็เคยได้ยินชื่อเสียงของกู้เย่ว์เสวียนมานาน แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินต้าฉู่ บุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้

นางไม่ถึงกับหลงรักบุรุษที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน แต่ก็พร้อมจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีอย่างสุดความสามารถ

ทว่า... เสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ดังขึ้นจากด้านนอกกลับทำลายค่ำคืนอันแสนสงบลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงเกือกม้าที่กระทบพื้นหินอย่างรุนแรง

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงเอะอะโกลาหลดังขึ้นทั่วจวน ก่อนจะมีเสียงแหลมสูงของขันทีดังลั่นมาจากลานด้านหน้า

“ราชโองการด่วน! แม่ทัพกู้เย่ว์เสวียนรับราชโองการ!”

ภายในเรือนหอ เฉินหรงอันชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด ประตูห้องก็ถูกเปิดออก บ่าวรับใช้คนสนิทรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ฮูหยินเจ้าคะ เกิดศึกที่ชายแดนเป่ยเจียง ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้ท่านแม่ทัพนำทัพออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ!”

หัวใจของหรงอันสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม

ออกเดินทาง... ตอนนี้หรือ

ในคืนเข้าหอเช่นนี้

ด้านนอกลานจวน กู้เย่ว์เสวียนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงกำลังคุกเข่ารับราชโองการด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

บ้านเมืองมาก่อนเรื่องส่วนตัว ในฐานะแม่ทัพ เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

หลังรับพระราชโองการ เขาไม่มีเวลามากพอแม้แต่จะกลับไปยังเรือนหอ ไม่มีเวลาพอจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ไม่มีเวลาพอแม้แต่จะมองเห็นใบหน้าของภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าจวน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับพายุ

เขาเพียงสั่งการจัดเตรียมกองทัพ ก่อนจะฝากคำพูดสั้น ๆ ผ่านบ่าวรับใช้มายังเรือนหอ

“ให้ฮูหยินดูแลจวนแทนข้า รอข้ากลับมา” เพียงเท่านั้น ไม่มีคำสัญญาหวานซึ้ง ไม่มีแม้แต่โอกาสได้พบหน้า

คืนนั้น ขบวนทหารหลายหมื่นนายเคลื่อนออกจากเมืองหลวงท่ามกลางแสงคบเพลิงนับไม่ถ้วน

ส่วนเฉินหรงอันยังคงนั่งอยู่ในเรือนหอเพียงลำพังจนกระทั่งฟ้าสาง

เจ้าบ่าวของนางก็จากไปแล้ว และไม่มีใครคาดคิดว่า การจากไปครั้งนั้นจะยาวนานถึงหกปีเต็ม กาลเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

หกปีเต็มที่เฉินหรงอันใช้ชีวิตอยู่ในจวนแม่ทัพในฐานะฮูหยิน

แรกเริ่มจวนแม่ทัพกู้ยังคงมีฐานะมั่งคั่ง แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อ รายจ่ายกลับเพิ่มพูนขึ้นทุกปี ทั้งค่าดูแลบ่าวไพร่ ค่าซ่อมแซมเรือนพัก ค่าใช้จ่ายในงานเลี้ยงรับรองของขวัญสำหรับขุนนางและตระกูลใหญ่

รวมถึงภาษีสังคมมากมายที่ฮูหยินเฒ่ากู้ต้องใช้รักษาหน้าตาของจวนแม่ทัพ หากไม่มีเงินทองจากสินเดิมของเฉินหรงอัน จวนแห่งนี้คงล่มสลายไปนานแล้ว

ทุกปีนางควักเงินออกมาไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นตำลึง

ร้านผ้า ร้านยา โรงน้ำชา หอการค้า และที่ดินหลายแห่งในชื่อของนาง ล้วนกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ค้ำจุนจวนแม่ทัพกู้ แม้กระทั่งบ่าวไพร่ในจวนก็รู้ดี หากไม่มีฮูหยิน จวนแม่ทัพคงเหลือเพียงเปลือกนอก

“ลูกสะใภ้ แจกันหยกคู่ที่เรือนหลังของข้ามันร้าวแล้ว ข้าอยากได้อันใหม่จากร้านหยกจิ้นหรง เจ้าช่วยจัดการให้แม่ทีเถิด”

ฮูหยินเฒ่ากู้เอ่ยขึ้นพลางจิบชาราคาแพงที่หรงอันเป็นผู้สั่งซื้อมา

“ลูกสะใภ้จะจัดการให้เจ้าค่ะ ท่านแม่”

เฉินหรงอันยิ้มอ่อนโยนดังเดิม กิริยามารยาทงดงามจนไม่มีผู้ใดตำหนิได้

ตลอดหกปีที่ผ่านมา นางเป็นสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบดูแลแม่ผัว ดูแลกิจการในจวน ดูแลหน้าตาของตระกูลกู้ ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ไม่มีใครรู้ว่า ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานนั้น เฉินหรงอันจดจำทุกอย่างเอาไว้หมด เงินทุกตำลึงที่จ่ายออกไป ของทุกชิ้นที่ถูกหยิบยืม บุญคุณทุกอย่างที่มอบให้นางบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดในสมุดบัญชี ไม่เคยลืมแม้แต่รายการเดียว

วันหนึ่งในต้นฤดูสารท ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงมืดครึ้มราวกับฝนใหญ่กำลังจะมาเยือน

ทันใดนั้นเอง เสียงม้าเร็วควบตะบึงก็ดังขึ้นจากถนนหลวง

ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเป็นทางยาว ก่อนจะหยุดลงอย่างกะทันหันหน้าประตูจวนแม่ทัพกู้

ทหารส่งสารผู้หนึ่งกระโดดลงจากหลังม้า ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นโคลนและคราบเลือดแห้งกรัง เขาคุกเข่าลงกับพื้นทันที

“รายงาน!” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วเรือนใหญ่

“ข่าวศึกด่วนจากชายแดนเป่ยเจียง” ทุกคนในจวนชะงักงัน

“แม่ทัพกู้เย่ว์เสวียน ถูกธนูพิษของศัตรูระหว่างการรบ พลีชีพในสนามรบแล้วขอรับ” ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางเรือนโถง

“บัดนี้กองทัพกำลังเคลื่อนศพของท่านแม่ทัพกลับคืนสู่เมืองหลวง”

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสียงร้องไห้ระงม บ่าวไพร่หลายคนทรุดตัวลงคุกเข่า บางคนถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ฮูหยินเฒ่ากู้หวีดร้องเสียงหลง

“ลูกข้า!”

นางล้มพับลงไปบนเก้าอี้ทันที โดยมีแม่นมจางรีบเข้ามาประคองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ส่วนเฉินหรงอันที่ยืนอยู่กลางห้องโถงนั้น ถ้วยชาในมือหล่นกระแทกพื้น

เพล้ง!

เศษกระเบื้องแตกกระจาย ใบหน้าของนางซีดเผือดในพริบตา ร่างบอบบางสั่นสะท้านราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel