บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 : สูตรลับพันล้านในหม้อต้มยาเก่า

บทที่ 3 : สูตรลับพันล้านในหม้อต้มยาเก่า

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดรอยแตกของผนังไม้เข้ามา ปลุกจั๋วชิงเหยาให้ตื่นจากภวังค์ นางบิดขี้เกียจขับไลความเมื่อยขบจากการนอนบนแคร่ไม้แข็งๆ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบห้อง

ที่มุมห้องบนกองฟาง ร่างสูงใหญ่ของ 'อาเจิง' ยังคงนอนหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนเสี่ยวเถานั้นหายตัวไป...

"กริ๊ดดดดด! ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าขา! ช่วยด้วย!"

เสียงกรีดร้องของเสี่ยวเถาดังลั่นมาจากหลังบ้าน จั๋วชิงเหยาสะดุ้งโหยง รีบคว้าท่อนฟืนคู่ใจวิ่งออกไปทันที

"เกิดอะไรขึ้น! ใครบุกรุก!"

เมื่อวิ่งไปถึงลานซักล้างหลังบ้าน ก็พบเสี่ยวเถากำลังยืนตัวสั่นงันงก ชี้ไม้ชี้มือไปที่... อาเจิง ซึ่งตอนนี้ลุกขึ้นมายืนพิงกรอบประตูด้วยสภาพงัวเงีย ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีผ้าพันแผลพันอยู่

"โจร! มีโจรเจ้าค่ะฮูหยิน! มัน... มันออกมาจากกองฟาง!"

จั๋วชิงเหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งท่อนฟืนลงพื้น "โจรที่ไหนจะยืนนิ่งให้เจ้ากรี๊ดใส่ขนาดนี้เล่า เลิกโวยวายได้แล้วเสี่ยวเถา นี่คือ 'อาเจิง' คนงานใหม่ของเรา ข้ารับเขาเข้ามาเมื่อคืน"

"คะ... คนงาน?" เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง มองชายหนุ่มร่างยักษ์สลับกับนายหญิง "แต่... แต่เขาดูน่ากลัวมากเลยนะเจ้าคะ แถมยังบาดเจ็บ..."

"เพราะบาดเจ็บค่าแรงถึงได้ถูกไงล่ะ" จั๋วชิงเหยาตอบหน้าตาย ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่ม "ตื่นแล้วหรืออาเจิง? เป็นอย่างไรบ้าง แผลยังเจ็บอยู่ไหม?"

เฮ่อเหลียนเจิงหันหน้าไปตามเสียง แม้ดวงตาจะยังมืดมิด แต่เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย "ขอบคุณเถ้าแก่เเนี๊ยะ ข้าดีขึ้นมากแล้ว... เพียงแต่ตายังมองไม่เห็น"

"ดีขึ้นก็ดีแล้ว ไปล้างหน้าล้างตาเสีย เสี่ยวเถา... แบ่งโจ๊กในหม้อให้เขากินด้วย เสร็จแล้วเราจะเริ่ม 'ประชุมงาน' กัน"

...

มื้อเช้าผ่านไปอย่างเรียบง่ายด้วยโจ๊กน้ำใสที่มีข้าวไม่กี่เม็ด จั๋วชิงเหยานั่งหัวโต๊ะ (ซึ่งเป็นลังไม้เก่าๆ) โดยมีเสี่ยวเถาและอาเจิงนั่งขนาบข้าง

"เอาล่ะ ฟังให้ดี สถานะการเงินของเราตอนนี้ แม้จะมีเงินก้อนจากสินเดิม แต่ข้าจะไม่ใช้เงินนั้นสุรุ่ยสุร่าย เงินต่อเงินเท่านั้นที่จะทำให้เรารอด"

จั๋วชิงเหยาหยิบก้อนวัตถุสีดำคล้ำ กลิ่นเหม็นหืน ออกมาจากห่อผ้า แล้ววางลงกลางโต๊ะ

"นี่คือ 'อี๋จื่อ' (สบู่ก้อน) ที่ชาวบ้านใช้กัน ทำจากกากไขมันสัตว์ผสมขี้เถ้า เหม็น ล้างแล้วมือสาก และที่สำคัญ... มันสกปรก!"

นางกวาดตามองลูกจ้างทั้งสอง

"ธุรกิจแรกของเราคือ 'เครื่องหอมประทินผิว' ข้าจะทำสิ่งที่เรียกว่า 'สบู่หอม' ที่ฟองนุ่ม กลิ่นหอม และทำให้ผิวเนียนนุ่ม ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วย"

"สบู่หอม?" เสี่ยวเถาเอียงคอ "แต่ท่านแม่เฒ่าหลินเคยบอกว่าของแบบนั้นมีแต่ในวังหลวง ราคาแพงกว่าทองเสียอีกนะเจ้าคะ"

"ของในวังทำยากและซับซ้อน แต่สูตรของข้า... ง่ายกว่านั้นและดีกว่านั้น" จั๋วชิงเหยายิ้มกริ่ม ความรู้เคมีพื้นฐานสมัยมัธยมผสมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน คือสิ่งที่นางมั่นใจ

"เสี่ยวเถา เจ้าไปตลาด ซื้อน้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าว และไขมันหมูที่สะอาดที่สุดมา อย่างละสองไห แล้วก็ไปร้านสมุนไพร ซื้อดอกมู่ลี่ (มะลิ) แห้ง ผงไข่มุก และขมิ้นชันมาด้วย... อ้อ! อย่าลืมซื้อปูนขาวและเกลือสินเธาว์มาด้วยล่ะ"

"รับทราบเจ้าค่ะ!" เสี่ยวเถารับเงินแล้ววิ่งปรื๋อออกไป

ทีนี้ก็เหลือแค่จั๋วชิงเหยากับอาเจิงสองต่อสอง

ชายหนุ่มนั่งนิ่ง ฟังเสียงฝีเท้าของนายหญิงที่เดินวุ่นวายจัดเตรียมหม้อต้มและฟืน

"มีอะไรให้ข้าช่วยไหม?" เขาถามขึ้น รู้สึกกระดากใจที่ต้องนั่งกินแรงผู้หญิง ทั้งที่ตนเองเป็นถึงแม่ทัพใหญ่

"มีสิ" จั๋วชิงเหยาตอบทันควัน "เจ้าจมูกดีไหม?"

"จมูก?"

"ใช่ คนตาบอดประสาทสัมผัสส่วนอื่นมักจะดีเลิศ ข้าอยากให้เจ้าช่วยแยกแยะกลิ่นสมุนไพรและคุมไฟให้ข้า... นั่งอยู่หน้าเตานี่แหละ คอยฟังเสียงน้ำเดือดและเติมฟืนตามที่ข้าบอก ทำได้ไหม?"

เฮ่อเหลียนเจิงยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สตรีผู้นี้ช่างรู้จักใช้คน ไม่ปล่อยให้คนพิการไร้ค่า "ย่อมได้... เถ้าแก่เเนี๊ยะสั่งมาได้เลย"

ตลอดช่วงบ่าย กลิ่นหอมประหลาดเริ่มลอยอบอวลไปทั่วร้านเก่าๆ จั๋วชิงเหยาเคี่ยวส่วนผสมในหม้อดินใบใหญ่ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามใบหน้าขาวผ่อง นางผสมด่าง (ที่ได้จากปูนขาวและเกลือ) เข้ากับน้ำมันในสัดส่วนที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ

"อาเจิง ลดไฟลงหน่อย!"

"ขอรับ" ชายหนุ่มใช้ไม้ยาวเขี่ยฟืนออกจากเตาอย่างแม่นยำ แม้มองไม่เห็นแต่เขาสัมผัสได้ถึงความร้อน

"กลิ่นนี้..." เฮ่อเหลียนเจิงสูดหายใจ "หอมมาก... ไม่ฉุนเหมือนเครื่องหอมทั่วไป แต่มันสดชื่น เหมือนกลิ่นฝนแรกฤดูผสมกับดอกไม้ป่า"

"จมูกถึงจริงๆ" จั๋วชิงเหยาชมเชยพลางคนส่วนผสมที่เริ่มข้นหนืดเป็นเนื้อครีมเนียนละเอียด "นี่คือกลิ่น 'หยาดพิรุณ' สูตรเฉพาะของข้า ใส่สารสกัดจากดอกมู่ลี่และใบชาเขียว ช่วยให้ผ่อนคลาย"

นางเทส่วนผสมที่หนืดกำลังดีลงในแม่พิมพ์ไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เซตตัว

"เสร็จแล้ว!" จั๋วชิงเหยาปาดเหงื่อ ยืนเท้าสะเอวมองผลงานด้วยความภูมิใจ "อีกสองวันพอมันแข็งตัว เราจะตัดแบ่งขาย... ข้าจะตั้งชื่อมันว่า 'สบู่หยกขาวสกุลจั๋ว'"

เฮ่อเหลียนเจิงนั่งฟังเสียงลมหายใจหอบถี่ของนาง เขานึกภาพตาม... สตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แบกรับภาระหนี้สิน ถูกสามีทิ้ง แต่กลับลุกขึ้นมาสู้ชีวิตด้วยพลังใจที่น่าเหลือเชื่อ

"เถ้าแก่เเนี๊ยะ..." เขาเอ่ยเรียกเบาๆ

"หืม? หิวแล้วหรือ?"

"เปล่า... ข้าแค่สงสัย ท่านไม่กลัวขาดทุนหรือ? ลงทุนซื้อของมามากมาย หากขายไม่ออกเล่า?"

จั๋วชิงเหยาหัวเราะเสียงใส เดินมานั่งลงข้างๆ เขา หยิบผ้าชุบน้ำเย็นๆ มาเช็ดหน้าให้เขาอย่างถือวิสาสะ ทำให้ท่านแม่ทัพหนุ่มถึงกับสะดุ้ง ตัวแข็งทื่อ

"อยู่นิ่งๆ หน้าเจ้าเลอะเขม่าควันหมดแล้ว... ฟังนะอาเจิง ในโลกธุรกิจ ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจ ถ้ามัวแต่กลัวเจ๊ง ก็ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี"

นางเช็ดแก้มสากระคายของเขาเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวแก้มร้อนผ่าว

"อีกอย่าง... ของดีขนาดนี้ ถ้าขายไม่ออก ข้าจะยอมให้เจ้ากินสบู่แทนข้าวเลยเอ้า!"

เฮ่อเหลียนเจิงใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะคำท้าทาย แต่เพราะสัมผัสอ่อนโยนและความใกล้ชิดที่เขาไม่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นสบู่ในหม้อเสียอีก

"ข้าคงกินไม่ลงหรอก..." เขาตอบเสียงอู้อี้ "แต่ข้าเชื่อ... ว่าท่านทำได้"

"ปากหวานนักนะเจ้าลูกจ้าง" จั๋วชิงเหยาหัวเราะร่า เคาะหัวเขาเบาๆ หนึ่งที "เอ้า! ลุกขึ้นได้แล้ว วันนี้ปิดจ็อบ พรุ่งนี้เราจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป... การตลาดแบบป่าล้อมเมือง!"

จั๋วชิงเหยามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ นางไม่ได้แค่จะขายสบู่... แต่นางกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการความงามของแคว้นต้าถัง!

และที่สำคัญ... นางต้องรีบหาเงินมารักษาตาของเจ้าหนุ่มนี่ให้หายไวๆ จะได้ใช้งานได้คุ้มค่าแรงกว่านี้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel