บท
ตั้งค่า

ได้ครอบครองเพียงตำแหน่งฮูหยิน

สองปีก่อนหน้า

ฤดูใบไม้ผลิแรกเริ่มผู้คนต่างออกจากเรือนเพื่อมาเชยชมไม่เว้นแม้กระทั่งตัวหญิงสาวเอง

“คุณหนูระวังเจ้าค่ะ”

สิ้นคำพูดของสาวใช้คนสนิทร่างบางได้ชนเข้ากับแผงอกแกร่งของบุรุษผู้หนึ่งเข้า สายตาของนางจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของคนตรงหน้าราวกับตกอยู่ในภวังค์

“เจ้าเป็นอันใดรึไม่” เขาถาม ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ก้มลงมองนางเสียด้วยซ้ำด้วยเพราะกำลังสนใจบางสิ่งบางอย่างมากกว่าสตรีตรงหน้า

“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ” ว่าพลางขยับกายออกห่าง

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ขายาว ๆ ของเขาก้าวเดินจากไปโดยไม่รั้งรอให้อีกฝ่ายตอบกลับ โจวอันหรงได้แต่มองตามร่างสูงไปจนลับสายตา

“เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”

“ปะ...เปล่า พวกเรารีบไปกันเถิด” แม้ในใจจะแสนเสียดายที่ไม่ได้เอ่ยถามชื่อแซ่ของเขา แต่จำต้องกลับเรือนของตนเองไปอย่างเสียมิได้

พริบตาเดียวเวลาได้ล่วงเลยผ่านมาแล้วถึงสองปี นางยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่ได้พบกับเขาได้ดี บุรุษใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล คนที่ได้ชื่อว่าทำให้หัวใจของนางเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกมาจากอกมิใช่ใครอื่นแต่เป็นสามีของนางอย่างเมิ่งลู่หลิง รองเจ้ากรมนิติบัญญัติที่สตรีหลายนางต่างอยากได้เขามาครอบครองรวมทั้งตัวของนางเองด้วย แม้จะได้ครอบครองก็เพียงตำแหน่งฮูหยิน ส่วนหัวใจและร่างกายของเขาล้วนเป็นของสตรีอื่น ไม่เคยมีสักครั้งที่ชายหนุ่มจะให้นางแตะต้องผิวกายของเขาแม้สักคราเดียว ยิ่งความรักอย่าได้หวัง...เพราะตัวนางรู้ดีอยู่เต็มอกว่าใจของเขามีเพียงแม่นางเซียวที่บัดนี้กลายเป็นฮูหยินของญาติผู้พี่นางไปเสียแล้ว หากจะโทษว่าเป็นความผิดของผู้ใดคงมิพ้นนางที่ริอาจเอื้อมคุณชายเมิ่งมาเป็นสามี

“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

“ในเมื่อเห็นว่าข้านั่งอยู่ที่นี่ยังต้องถามอีกหรือ”

“คุณชาย ท่านพูดเกินไปหรือไม่ ฮูหยินเพียงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงก็เท่านั้น” เป็นฮุ่ยหมิงที่เอ่ยเข้าข้างนางเช่นเคย

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

“มื้อค่ำท่านอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึไม่”

“ฮูหยิน ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าเรื่องพวกนี้ไม่ต้องมาถามข้า ข้ากินได้ทุกอย่าง” เขาถอนหายใจ ก่อนตอบนางด้วยน้ำเสียงรำคาญใจอยู่เนือง ๆ

“เรียนคุณชาย แม่นางอิ่นให้บ่าวมาถามว่ารุ่งขึ้นท่านอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นางจะได้จัดเตรียมไว้ให้”

“ฝากบอกนางด้วย อีกไม่กี่วันนางจะแต่งเข้าจวนสกุลเมิ่งแล้ว อย่าได้ลำบากจัดเตรียมของพวกนั้นให้ข้าเลย นางอยากทำอะไรก็ทำเถิด หากเป็นฝีมือนางข้าล้วนชอบพอทั้งหมด” น้ำเสียงที่เขาเอื้อนเอ่ยถึงสตรีอีกนางนั้นช่างแตกต่างกับนางราวฟ้ากับเหว อีกไม่นานอิ่นซูหนี่จะแต่งมาเป็นอนุภรรยาของสามีนาง ครั้นคิดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรหัวใจของนางรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทุกที แม้จะทำใจเอาไว้แล้วก็ตามว่าสักวันหนึ่งถึงอย่างไรเสียเขาย่อมตบแต่งอนุเข้าจวนเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอได้ยินเองกับหูกลับไม่สามารถทนฟังอันใดได้อีกจึงได้เดินออกมาเงียบ ๆ แต่ไม่วายโดนค่อนขอดตามหลังมาอีกตามเคย

“ไร้มารยาท จะขอตัวออกไปจากเรือนก็ควรเอ่ยปากบอกก่อน” เอ่ยตำหนิหยิงสาวอย่างไม่ไว้หน้า

แสงไฟจากเรือนฝั่งตะวันออกมืดดับลงยิ่งทำให้ใจของนางปวดร้าว พร้อมกับมือขวาที่ถือตะเกียงกำลังสั่นไหว

“ฮูหยินกลับเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ” ลั่วซินที่เดินตามหลังมาเงียบ ๆ เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าเรือนฝั่งตะวันออกที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นเรือนขอระหว่างอิ่นซูหนี่กับคุณชายเมิ่งดับไฟลงแล้ว นางยิ่งไม่อยากให้ผู้เป็นเจ้านายต้องทนเห็นภาพบาดตานานมากไปกว่านี้

“แม่นางอิ่นช่างมีวาสนายิ่งนัก ต่างกับข้าที่แม้แต่จะได้ยืนข้างท่านพี่ยังทำไม่ได้” นางก้มหน้ามองพื้นแล้วเหยียดยิ้มทั้งน้ำตา เกือบปีได้แล้วกระมังที่นางแต่งเข้าจวนสกุลเมิ่ง ทว่ายังไม่เคยแม้แต่ได้นอนร่วมเตียงกับเขาสักคืนเดียว ช่างน่าขันนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel