บทที่ 2.5
“เดือนที่แล้วท่านอ๋องเห็นตอนที่ท่านมาที่หมู่บ้าน ช่วยชาวบ้านเอาไว้จากคนคดโกง”
“เกิดอะไรขึ้น” นางถาม
“ท่านอ๋องโดนลอบโจมตีตอนที่กำลังขึ้นเขาไปล่าหมาป่า ดูเหมือนจะเป็นคนของจินซาไห่ ไม่รู้ว่าพวกเขารู้ความเคลื่อนไหวของท่านอ๋องได้อย่างไร”
“แล้วเหตุใดพามาที่นี่” นางมองบุรุษอีกคนเปิดเสื้อของคนเจ็บออก บ้านหลังนี้เป็นแต่เพียงโรงนาโล่งๆ มีเตียงนอนไม่มีห้องหับมิดชิด ดังนั้นจึงไม่อาจซุกซ่อนสิ่งใด
“พากลับป้อมคงไม่ทันการณ์ ท่านพอจะมีหมอหรือคนที่รู้เรื่องการทำแผลที่นี่หรือไม่ หรือหากมีสมุนไพรห้ามเลือด ผ้าขาวสะอาด น้ำร้อน ยาห้ามเลือดข้าใช้หมดแล้ว ไม่อาจรั้งรอ”
“เสี่ยวหวนเจ้าออกไปก่อไฟต้มน้ำ ท่านป้าหวังท่านพอจะมีผ้าสะอาดหรือไม่เจ้าคะ...” ยังพูดไม่ทันจบก็ขมวดคิ้วเพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านล้วนใช้ผ้าฝ้ายเก่าๆ นางเดินไปรื้อห่อผ้า ในนั้นมีชุดของนางที่ดูจะใช้ได้ที่สุด “เสี่ยวอิงนำไปฉีกเป็นริ้ว พี่จางซาน” นางหันไปยังคนคุ้มกัน “ท่านกลับไปที่ซานเหอย่วนของข้า ให้แม่นมเซิงจัดการหาสมุนไพรห้ามเลือดและสมุนไพรแก้ไข้เท่าที่มี ท่านรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
“ขอรับ”
“ท่านทำอะไร!” นางหลุดอุทานออกมา หลังเห็นบุรุษที่อยู่ใกล้หานจวินเจ๋อ ใช้มือพยายามดึงเสื้อของเขาที่ติดกับบาดแผลต้องคมกระบี่ “เลือดทำให้เนื้อผ้าแนบไปกับแผล ท่านดึงออกมาตรงๆ เช่นนั้นไม่ได้”
เสิ่นจ้งเดินไปลากตัวอีกฝ่ายออกมา ชายหนุ่มตัวสูงทั้งสองลุกขึ้นจากนั้นขยับไปยืนด้านหลัง หญิงสาวมองตามพวกเขาทั้งสองคน อีกสองคนออกไปคุ้มกันด้านนอก
...หลันเฟิงเกอถึงกับพูดไม่ออก นางมองไปยังหูสือ “พี่หูท่านไปหาท่านป้าหวัง ถามนางว่ามีเข็มเล่มที่ยังสะอาดกับด้ายหรือไม่ แผลนี่ต้องเย็บ ยังมี...ไปหาท่านลุงเหอ ข้าเคยได้ยินเขาเล่าว่าเขามียาสลบที่ทำให้วัวล้ม”
“ยาสลบ...วัว??” เสิ่นจ้งอ้าปากค้าง
“หาไม่จะเย็บแผลเขาได้หรือ หากเขาเกิดเจ็บจนได้สติแล้วพลั้งมือทำร้ายข้าเล่า” นางถลึงตามองคนทั้งสอง มองรูปร่างสูงใหญ่ของแต่ละคนที่เป็นชายชาติทหาร นางไม่ใช้ยาสลบวัวคงไม่ได้
หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกพันแถบผ้ากับแขนเสื้อให้ทะมัดทะแมง จากนั้นขยับก้าวขึ้นไปบนเตียง ใช้กรรไกรตัดเสื้อของเขาออกเป็นทางยาวจากไหล่จนถึงกลางหลัง
แผลยาวและลึกมาก เห็นชัดว่าคนที่เข้าใกล้ท่านอ๋องของป้อมเป่ยหยวนได้นั้น คงจะมีฝีมือไม่น้อย หรือไม่อาจเป็นได้ว่าเขาไม่ทันได้ระวังเพราะเป็นคน...ใกล้ตัว??
ถามว่ากลัวหรือไม่...ก็กลัว
ใครบ้างเห็นเลือดแล้วไม่กลัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตคนย่อมสำคัญกว่า ตอนอยู่ที่โลกปัจจุบันเคยทำงานเป็นจิตอาสาเพราะเกิดเหตุหินถล่ม ได้เข้าไปช่วยหมอกับพยาบาลทำแผลให้คนในหมู่บ้าน ดังนั้นจึงพอมีความรู้ และภูมิคุ้มกันของแผลและเลือดอยู่บ้าง
น้ำร้อนใช้ทำความสะอาด เลือดแดงฉานกลิ่นคาวคลุ้ง มัดกล้ามของชายหนุ่มทำให้เขารอดตายมาได้ ชายหนุ่มแข็งแรงซึ่งผ่านการฝึกฝน ความเจ็บปวดภายนอกทำอะไรเขาแทบจะไม่ได้เลย ผ่านการเย็บแผลมาได้โดยที่ชีพจรยังคงปกติ นับว่าหานจวินเจ๋อผู้นี้...ทรหดยิ่ง!!
ยามสมานแผลห้ามเลือดถูกส่งเข้ามาแล้ว ยาสำหรับแก้ไข้ถูกนำไปเคี่ยว ตลอดทั้งคืนทุกคนล้วนไม่มีใครได้หลับสักงีบ โดยเฉพาะนางที่ต้องคอยดูแลคนเจ็บบนเตียง เพราะคนของเขาล้วนเป็นบุรุษที่มือไม้หนักหน่วงไม่รู้จักระวัง...
เขา...ลืมตาตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองกำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียงแข็งๆ เบาะนวมดูเหมือนใช้ฟางแทนนุ่น ดังนั้นจึงมีกลิ่นอับทั้งยังไม่สบายตัวเอาเสียเลย
ด้านนอกมีเสียงสนทนากันดังแว่วเข้ามา เป็นเสียงของสตรีผู้หนึ่งกำลังกำชับให้ระวังเรื่องบาดแผลคนเจ็บ กระทั่งครู่หนึ่งก็มีเสียงชายชรามาส่งเสียงเรียก
“นายหญิงพวกเราไปได้หรือยังขอรับ”
“ไปสิ ข้ากำลังรอพวกท่านอยู่เลย คนอื่นๆ เล่าเจ้าคะท่านลุงหง”