บทที่ 2.4
หญิงสาววางพู่กันรั้งแขนเสื้อขึ้นเท้าสะเอว สายตามองภาพที่ตัวเองวาดก็ได้แต่ส่ายหน้า อักษรของนางยังพอดูได้ แต่ให้วาดรูป... “เจ้าไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน ที่นี่มีช่างไม้หรือไม่”
“เหตุใดถามหาช่างไม้เจ้าคะ”
“เพราะข้า...อยากลองทำกังหันน้ำ”
“กัน...หัน...น้ำ??”
“ไม่ใช่ กังหันน้ำต่างหาก วงล้อที่จะผันน้ำเข้าไปในท้องทุ่งเรือกสวน หากไม่ต้องการก็สามารถเลื่อนท่อหรือตัวส่งน้ำออกไม่ให้น้ำไหลลงมา ไม่ต้องเปลี่ยนทิศทางน้ำถาวร แต่ผันน้ำเข้าเท่าที่เราต้องการเท่านั้น”
ช่างไม้ถูกพาตัวมาหานางจริงๆ หญิงสาววาดรูปอธิบายให้เขาฟังหลายรอบ กว่าจะได้สิ่งที่นางต้องการ ครั้งแรกนางทำเพียงกังหันน้ำจำลองอันเล็กๆ จากนั้นพาชาวบ้านไปที่ลำธารบนเขา ลำธารน้ำไหลแรงตลอดปีเพราะเป็นต้นน้ำสำคัญ กังหันที่ใช้ไม้ไผ่โค้งเป็นวงกลม ใช้เถาวัลย์มัดเกี่ยว ส่วนปลายใช้กระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่มัด ระหว่างกระบอกไม้ไผ่ยังมีแผ่นไม้ที่ใช้เป็นใบพัดซึ่งจะหมุนเมื่อสายน้ำไหลผ่าน”
น้ำจากกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกกังหันหมุนขึ้น จะเทลงไปยังร่องไม้ไผ่ที่ถูกเจาะ ยิ่งขนาดใหญ่ ยิ่งมีหลายกระบอก ก็จะยิ่งส่งน้ำได้มาก “หรือไม่หากพวกท่านลองขุดคลองเล็กๆ ใช้ดินเหนียวทำเป็นคูส่งน้ำ หรือจะใช้ต้นไม้ที่ผ่าครึ่งเซาะตรงกลางออกแทนท่อน้ำ ต่อกันเป็นทอดๆ ลงไปยังท้องทุ่ง แล้วค่อยยกออกเมื่อไม่ต้องการผันน้ำลงท้องทุ่งแล้วก็เพียงแค่...” นางยกกระบอกไม้ไผ่ออก แม้กังหันยังคงหมุน แต่ขอเพียงไม่เลื่อนกระบอกไม้ไผ่ที่รองรับน้ำ ก็จะไม่มีน้ำไหลลงไปยังท้องทุ่ง
ชาวบ้านส่งเสียงด้วยความยินดี “เราควรทำให้ใหญ่กว่านี้หรือไม่”
“หรือไม่ก็ทำอันเล็กหลายๆ อัน หลายๆ จุด “
“ได้สิ กังหันนี่ยังใช้แก้ปัญหาในหน้าแล้งที่น้ำในลำธารต่ำลงไปกว่าผนังกั้น ขอเพียงยังมีน้ำไหลอย่างไรก็สามารถผันน้ำเข้าไปในท้องนาด้วย” นางกล่าวด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจ
“ประเสริฐ!! หลันฮูหยินท่านช่างประเสริฐจริงๆ!!”
แล้ว...คนในหมู่บ้านติงชุนก็เริ่มช่วยกันสร้างกังหันน้ำขึ้น กระทั่งพวกเขาพบว่านี่เป็นการแก้ปัญหาที่พวกเขาปวดศีรษะทุกปีได้เป็นอย่างดี!!!
หญิงสาวไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เพราะกังหันน้ำยังสามารถดัดแปลงได้ในหลายๆ แบบ ไม่ใช่แค่ไม้ไผ่ แต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ก็ยังสามารถทำได้
ดัดแปลงให้เป็นสลักเชื่อมต่อกันเป็นช่องๆ ให้น้ำไหลลงไปตรงกลางแกนวงกลม จากนั้นใช้แกนไม้ที่เจาะรูรองรับน้ำ ทำช่องให้น้ำไหล เช่นนี้ประหยัดเนื้อที่สำหรับคลองน้ำที่ไม่ได้กว้างขวางเช่นลำธาร
กังหันน้ำดังกล่าวเหมาะกับหมู่บ้านเป่ยเจียง คลองส่งน้ำที่ไหลมาจากหมู่บ้านติงชุงทั้งเล็กและแคบ หากไม่ใช่หน้าฝนน้ำก็จะอยู่ต่ำลงไปมาก ต้องใช้กำลังคนช่วยกันวิดขึ้นมายังท่อส่งน้ำอีกทอดหนึ่ง
เมื่อเห็นหลันเฟิงเกอมาช่วยดูแลการสร้างกังหันน้ำให้ พวกเขาก็มีกำลังใจขึ้นมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจนมืดค่ำ หญิงสาวตอบรับคำเชิญของท่านป้าหวังเพื่อไปค้างคืนที่บ้านของอีกฝ่าย มื้อค่ำที่เรียบง่าย จานผัดที่ไร้เนื้อ น้ำแกงปลาที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นน้ำแกงเต้าหู้กับผัก ถึงอย่างนั้นความสดใหม่และรสชาติก็ทดแทนทุกสิ่ง
กลางดึกท่ามกลางความเงียบอยู่ๆ ก็มีเสียงคนแปลกหน้ามาเรียก จางซานกับหูสือที่ติดตามหญิงสาวมาออกไปดู เขารีบร้อนกลับเข้ามาด้านในพร้อมกับรายงาน ด้านหลังมีร่างโชกเลือดของบุรุษผู้หนึ่ง เขาสวมชุดสีดำกลิ่นเลือดคาวคลุ้งใบหน้าซีดขาวไม่ได้สติ
ท่านป้าหวังตกใจจนตัวสั่น “ทะ...ที่นี่ไม่มีหมอ”
“หลันฮูหยิน”
“ท่านรู้จักข้า?” นางเลิกคิ้วมองบุรุษที่แบกคนเจ็บเข้ามา
“ข้าเสิ่นจ้ง เป็นคนสนิทของท่านอ๋อง”
“ท่านอ๋อง?” นางขมวดคิ้วมองคนที่เพิ่งถูกประคองลงนอนบนเตียง เคยได้ยินชาวบ้านกล่าวถึงเป่ยหยวนหวางอยู่บ่อยครั้ง เป่ยหยวนหวาง หานจวินเจ๋อ อนุชาของฮ่องเต้ แม่ทัพผู้รักษาแดนเหนือของต้าเฟิง