4
“มัวแต่สั่งเครื่องดื่ม ซิลลืมแนะนำเลยนี่ เซลีน ลูกสาวของป้าซิลเอง ส่วนมึงนี่ พี่เคน เพื่อนของพี่เทอร์โบและพี่ธามผัวกู” นั่งด้วยกันมาตั้งนานฉันเองก็พึ่งรู้ว่าผัวของมันชื่อธาม ถามจริงนี้มันพึ่งคิดได้เหรอว่าต้องแนะนำผัวให้เพื่อนรู้จัก
“สวัสดีครับ” ดวงตาคมจ้องมองสาวสวยสุดเซ็กซี่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะส่งยิ้มไปให้เซลีนอีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่าครั้งแรกที่เคนเห็นเซลีนนั่งอยู่ เธอก็สะดุดสายตาเขาไม่น้อย
เออ! ก็น่ารักเหมือนกันนะว่าไป...
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่เคน” เซลีนแนะนำตัวด้วยท่าทีมั่นๆ ก่อนจะยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อจับมือของเขาด้วยความเคยชิน ร่างสูงที่เห็นก็ชะงักเล็กน้อย สายตาคมจ้องมองดูมือเล็กที่ยื่นมาด้านหน้าเพื่อจะจับมือของเขาเป็นการทักทาย ก่อนร่างสูงจะช้อนตาขึ้นมองใบหน้าสวยของเซลีนที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เขาด้วยท่าทีแสบๆ เขามองเธอครู่หนึ่งก็พอจะมองออกว่าเด็กคนนี้ท่าทางจะดื้ออยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งแน่นอนเขาไม่ชอบผู้หญิงดื้อเพราะมันปวดหัว เขาจึงเลือกที่จะอยู่ห่างเด็กคนนี้เอาไว้จะดีกว่า...
มือหนายื่นไปด้านหน้า แต่แทนที่จะเป็นนุ่มนิ่มของสาวน้อย แต่เปล่าเลยเขาเลือกที่จะจับแก้วแอลกอฮอล์แทน และตอบเธอกลับด้วยรอยยิ้มเรียบนิ่ง
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ^_^ การกระทำของเขากลับทำให้อีกคนนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก...
เพล้ง! เสียงหน้าของฉันเอง ไม่ใช่เสียงแก้วที่ไหนแตกหรอก ไหงหักหน้ากันอย่างนี้ละ ไม่ชอบฉันหรือไงถึงทำแบบนี้...
ฉันรีบเก็บมือตัวเองก่อนจะหันมองไปทางอื่นเพื่อแก้เขิน
“มึงได้คุยกับไอ้เทอร์บ้างไหมไอ้ธาม” จากนั้นเคนก็หันไปคุยกับธามทันที โดยเขาเลือกที่จะเมินเซลีนอย่างเห็นได้ชัด
“เหอะๆ” ชาดีเหมือนกันนะ เกิดมายังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเมินขนาดนี้มาก่อนเลยเอาจริง
....แต่ไม่เป็นไร ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ฉันยิ่งชอบ ท่าทางเนิร์ดๆเฉิ่มๆแบบนี้ชอบจัง.....
“ไม่ค่อยวะ เห็นว่าช่วงนี้เฝ้าเมียฝึกงานอยู่” ธามตอบเพื่อนพร้อมกับชำเลืองมองหน้าเมียที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเป็นพักๆ
“อย่าว่าแต่พี่ธามเลย ซิลก็ยังไม่ค่อยได้คุยเลยพี่เคน ช่วงนี้พี่เทอร์ติดพี่ฝันหนักมากเลยเนี่ย” ถึงว่าฉันถึงไม่เห็นพี่เทอร์เลย ฉันนั่งมองทั้งสามนั่งคุยกัน โดยที่ฉันก็อยากเข้าไปสนทนาด้วยแต่ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับพวกเขา ฉันจึงเลือกที่จะนั่งฟังอยู่เงียบๆ และลอบมองร่างสูงด้านหน้าไปด้วย
เอาจริง พอได้จ้องมองเขาดีๆ ก็หล่อใช่เล่นนะ แต่ก็ดูเหมือนจะจืดชืดไปหน่อย แบบนี้เซ็กก็คงห่วยแตกไม่ถึงใจแน่นอน คนมากประสบการณ์อย่างฉันมองแวบเดียวก็ดูออกแล้ว....
ฉันยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มและจ้องมองใบหน้าหล่อของพี่เคนไม่ละสายตาไปไหน พอเขาเหลือบหันมองมาที่ฉัน ฉันก็คอยส่งยิ้มและยักคิ้วหลิ่วตาส่งไปให้แบบกวนๆ ซึ่งครั้งแรกตาลุงนี่ก็เหมือนมีเหลือบมองฉันอยู่บ้างแต่หลังๆ นี่สิ...
ไม่ใช่สู้จ้องตาฉันกลับนะ แต่ไม่หันมามองหน้าฉันอีกเลยต่างหาก แทบจะหันหลังให้ฉันอยู่แล้ว...
ได้! จะเอาอย่างนี้ใช่ไหมตาลุง.....
#เวลาต่อมา
หลังจากที่เรานั่งดื่มกันมาสักพัก ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นเพราะไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไรกับพวกเขาดี ฉันจึงเลือกที่จะนั่งคุยแชทกับไอ้ไวฟายแทน แต่ก็ไม่วายที่จะอ่อยคนด้านหน้าไปด้วย ด้วยการนั่งไขว่ห้างให้กระโปรงมันเปิดขึ้นมาเห็นขาอ่อนด้านใน แต่เขาก็ยังไม่สนใจฉันเหมือนเดิม สงสัยเขาจะเป็นพวกเข้าวัดมากกว่าเข้าถ้ำฉัน
ช่างเถอะ ถ้าเขาไม่เป็นพวกชอบเข้าข้างหลัง มันก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละฉันอ่อยขนาดนี้แล้ว....
“ไปเข้าห้องน้ำกันไหม” ซิลฟี่หันมาถามฉัน
“ไปดิ” เราสองคนลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ยังไม่ได้เดินออกไป พี่เคนก็พูดขึ้นก่อน
“จะไปไหนเหรอ?”
“เข้าห้องน้ำ”
“เราพาเพื่อนไปเข้าที่ห้องทำงานพี่ก็ได้ ห้องน้ำรวมคนเยอะ”
มุมน่ารักตานี้ก็มี แสนดีก็ใช่เล่นนะ แต่ติดตรงนิ่งจนดูเย็นชาไร้ความรู้สึกไปหน่อย...
@อีกด้าน
หลังจากที่ซิลฟี่และญาติของเธอเดินออกไปแล้ว ผมก็ล้วงบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาจุดสูบสารนิโคตินเข้าปวดหนักๆ
“เอาไหมวะ?” ปากหนาพ่นควันออกมาก่อนจะยื่นบุหรี่ไปด้านหน้าธาม
“ไม่อะ กูกำลังจะเลิก”
“เลิกเพื่อเมีย?” ผมเบะปากพูดออกไปด้วยท่าทีหมั่นไส้มัน
“คนไม่มีเมียอย่างมึงไม่เข้าใจหรอก”
“กูเหรอไม่มีเมีย?” ร่างสูงเลิกคิ้วถามเพื่อนด้วยท่าทีกวนๆ
“ไอ้ห่า แบบมึงเขาไม่เรียกว่าเมียหรอก”
“ฮ่าๆ เหรอวะ กูคิดว่าแค่เอากันเฉยๆ ก็เรียกเมียได้หมดแล้ว” เขารู้อยู่แล้วว่าเมียคืออะไร แต่เขาแค่อยากกวนประสาทธามเฉยๆ
“แล้วญาติซิลฟี่ เด็กที่ชื่อเซลีน ทำไมได้กลับไทยวะ” เพราะความอยากรู้ แต่ไม่ได้คิดอะไรจึงทำให้เคนถามออกไปแบบนั้น
“เห็นซิลฟี่บอก เซลีนโดนพ่อเธอส่งกลับไทยมาคุมพฤติกรรม”
“หึ แร_ น่าดูเลยดิ”
“ก็คงประมาณนั้น ไม่งั้นคงไม่ได้โดยส่งกลับมาที่นี่หรอก” ท่าทางก๋ากั่นดูไม่ธรรมดาแบบนั้นผมว่าเด็กนั้นประสบการณ์คงโชกโชนน่าดูเลยแหละ
“ถึงว่าอ่อยกูไม่หยุด” ไม่ใช่ว่าผมดูไม่ออก ผมสังเกตมองดูเธออยู่เงียบๆภายใต้แว่นหนา ผมก็มองออกว่าเด็กนั้นกำลังคิดจะอ่อยผมอยู่ แต่ผมก็พยายามนิ่งทำเป็นไม่สนใจ...
“ยังไงมึงจะจับกดเลยไหม? เพราะดูท่าน้องมันคงไม่ปล่อยมึงหลุดมือแน่”
“กูบอกแล้วว่ากูไม่ชอบเด็กดื้อมันปวดหัว” พูดจบมือหนาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของเขาทันที เจ้าของใบหน้าหล่อจ้องมองโทรศัพท์ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะขบกรามแน่นมองดูคนในกล้องที่กำลังดื้อซนอยู่ในห้องทำงานของเขาอยู่
@ห้องทำงานเคน
“มึงไปเข้าก่อนเลย พอดีกูปวดขี้ เดี๋ยวมึงจะรอนาน”
“เค” ฉันรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำเพราะกลัวว่าอีซิลมันจะไม่ไหวแล้วเรี่ยราดเอาซะก่อน เมื่อเดินเข้ามาในห้องน้ำฉันก็ไล่มองไปรอบๆ ห้องน้ำ อย่างไม่เชื่อสายตาว่านี้คือห้องน้ำของผู้ชาย
“สะอาดจัง” ใช้เวลาไม่นานฉันก็ทำธุระในห้องน้ำเสร็จก่อนจะเดินออกมานั่งรอซิลฟี่ที่โซฟาตัวยาวสุดหรู
ดวงตาคู่สวยไล่มองไปรอบๆ ห้องทำงานของเคน ที่ดูสะอาดสะอ้านเขาตกแต่งห้องทำงานดูเรียบๆ แต่มีเสน่ห์น่าหลงใหลและดูน่าค้นหา ซึ่งมันบ่งบอกถึงบุคลิกภายนอกของเขาที่เซลีนเห็นได้ชัดมาก
ร่างเล็กเดินสำรวจไปทั่วห้องทำงานใหญ่ของเคน ก่อนจะหยุดที่โต๊ะทำงานสุดหรู เธอถือวิสาสะกระโดดขึ้นไปนั่งไขว่ห้างด้านบนโต๊ะทำงานสุดหวงของเคน...
โดยที่เธอลืมตัวไปเลยว่าในห้องทำงานของเขานั้นมีกล้องวงจรปิดซึ่งตอนนี้มันกำลังบันทึกภาพเธอทุกอิริยาบถไว้เรียบร้อยแล้ว
เซลีนยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเคนเธอใช้มือลูบมันไปมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จนกระทั่งประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างเล็กถึงกระโดดลงจากโต๊ะแต่ก็ไม่ทันกับสายตาของซิลฟี่เพราะเธอเห็นภาพตรงหน้าแล้ว
“มึงขึ้นไปนั่งทำอะไรบนนั้นวะ?”
“กูแค่อยากลองนั่งดูว่าโต๊ะมันจะนิ่มและแข็งแรงดีไหม” ฉันตอบพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก
“โต๊ะที่ไหนจะนิ่มวะ”
“นั่นสิ” จากนั้นฉันกับซิลฟี่ก็รีบเดินลงไปข้างล่าง แต่เมื่อกำลังจะก้าวลงบันไดขั้นสุดท้าย เสียงโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นก่อน
ครืดดดด~
“มึงเดินไปก่อนนะ กูขอคุยโทรศัพท์แป๊บ” มันพยักหน้าตอบก่อนจะเดินไปที่โต๊ะที่มีพี่เคนกับพี่ธามนั่งพูดคุยกันอยู่ ฉันจึงหันมาสนใจโทรศัพท์ในมือและกดรับมันทันที
“ว่าไง”
(เบบี้ทำไร)
“แดกเหล้า เลิกเรียกกูเบบี้สักที แสลงหู”
(ได้ไงวะ แดกเหล้าไม่มีกู) ไอ้ไวฟายเริ่มพูดโวยวายขึ้นมา
“มึงก็ตามมาสิ”
(ทำเหมือนอยู่ใกล้)
“แต่ก็ไม่เกินใจไวฟายคนหล่อหรอกใช่ไหม” ฉันพูดหยอกล้อมัน เพราะรู้ดีว่าคนแบบมันบ้ายอเป็นที่สุด
(อย่าท้านะ ถ้ากูไปจริงๆ มึงจะจุก)
“เดี๋ยว! จุกอะไรก่อน” ฉันกับมันชอบพูดสองแง่สองง่ามเป็นเรื่องปกติ แต่ระหว่างเราสองคนไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนสนิทเลย
(จุกกับท่อนเอ็นใหญ่ของกูไง ฮ่า)
“ใหญ่ไม่จริงอย่าทำคุยเยอะวะ” ขณะที่ฉันกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่บันไดนั้น และกำลังจะหันไปมองดูว่าตอนนี้คนที่โต๊ะกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เมื่อหันกลับไปมองทางด้านหลังก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ...
“ว๊าย!” ทำให้โทรศัพท์ในมือฉันร่วงหล่นลงไปที่พื้นด้านหน้าพี่เคน ซึ่งเขาก็ยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าฉันดูสายตาเรียบนิ่ง
“พี่มาตั้งแต่ตอนไหน หนูตกใจหมดเลย” เพราะเธอเคยชินกับการที่ต้องเรียกแทนตัวเองว่าหนูกับพ่อแม่ เซลีนจึงเผลอเรียนแทนตัวเองว่าหนูกับเคนออกไป ซึ่งร่างสูงที่ได้ยินก็ถึงกับขมวดคิ้วงุนงงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
แต่สายตาคมกลับจ้องมองมือเล็กที่กำลังยกขึ้นลูบลงที่หน้าอกของเธอที่กำลังปลอบขวัญให้กับตัวเองกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่อยู่
“พึ่งมาครับ” เขาเลือกที่จะตอบโกหกออกไปทั้งที่เขายืนตรงนั้นสักพักแล้วและได้ยินบทสนทนาของเซลีนที่คุยกับไวฟายทั้งหมด แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะมันเป็นเรื่องของเธอ
“อ่อ”
“ขอทางหน่อยครับ” เพราะร่างเล็กยืนขวางบันไดทางขึ้นเขาอยู่
“อ่อได้ แป๊บนะคะ” ก่อนที่เธอจะก้มลงตรงหน้าเคนเพื่อเก็บโทรศัพท์ที่ตกอยู่ด้านหน้าเขา โดยเธอนั้นตั้งใจที่จะก้มลงตรงหน้าเขาเพื่อให้เขานั้นเห็นเต้าอวบของเธอที่ทะลักออกมาจากเสื้อเกาะอก
สายตาคมจ้องมองเซลีนที่ก้มเก็บโทรศัพท์ของเธออยู่ด้านหน้า ด้วยท่าทียั่วยวนเขาจ้องมองเธอตาไม่กะพริบและไม่ได้หลบสายตาไปทางอื่น ในเมื่อมาก้มให้มองนม มีเหรอคนอย่างเขาจะไม่มอง
“ได้แล้วค่ะ” ร่างเล็กลุกขึ้นพร้อมกับเสยผมที่มันปกปิดใบหน้าเธอออก ซึ่งท่าทีที่เธอกำลังแสดงออกมาก็ตั้งใจจะยั่วยวนเคนอีกเหมือนเดิม
“ครับ” เคนขยับแว่นตาเล็กน้อย พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องของเขาทันที โดยมีสายตาของอีกคนมองตามเขาเดินขึ้นไปจนสุดสายตา
"หึ ครับๆ คนอะไรมันช่างน่าโดนฉันจับรอบตึงจริงๆ"
